น่าแวะไปถ่ายรูป 5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ย่านทองหล่อ

น่าแวะไปถ่ายรูป 5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ย่านทองหล่อ

น่าแวะไปถ่ายรูป 5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ย่านทองหล่อ เกี่ยวกับ สถาปัตยกรรม

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเมืองไทยของเรานั้นมีอาคารทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นระดับไอคอนเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ถ้าเทียบกับอาคารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเมืองสำคัญๆ ระดับโลก ถ้าพูดกันถึงตึกหรืออาคารสูงๆ อาจจะจริง แต่ถ้าพูดในเชิงรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นนั้น ต้องบอกให้คุณลองคิดดูใหม่ เพราะที่จริงแล้วเมืองไทยยังมีงานสถาปัตยกรรมสวยๆ อีกมาก ยกตัวอย่างเพียงย่านเดียวอย่างย่านทองหล่อก็สามารถนับได้หลายแห่งแล้ว เราลองไปดูกันดีกว่าว่าตอนนี้ที่ ทองหล่อ มีงานสถาปัตยกรรมอะไรน่าพูดถึงบ้าง


72 Courtyard (เซเว่นตี้ทู คอร์ทยาร์ด)

โดดเด่นด้วยปูนเปลือยที่ฉาบไว้ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารทรงเหลี่ยม ไล่เรื่อยเข้าไปยังตัวอาคารด้านในที่ให้รายละเอียดของการตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ สำหรับ 72 Courtyard ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 16 และทองหล่อ 18 และเป็นสถานที่ที่รวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่น่าลิ้มลองไว้เพียบในที่เดียว ดูภายนอก ตัวอาคารอาจจะไห้ความรู้สึกแข็งและดิบ แต่ถ้าลองได้เดินเข้าไปภายในคุณจะพบว่าความดิบที่เห็นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มความเขียวชอุ่มของต้นไม้ที่ปลูกไว้รายรอบอย่างร่มรื่น ช่วยลดทอนความวุ่นวายของการจราจรในซอยทองหล่อไปได้เยอะทีเดียว ซึ่งเมื่อประกอบกับรายละเอียดการตกแต่งร้านอาหารแต่ละร้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันเลย โดยมีตั้งแต่สไตล์เรโทร ยุโรป ไปจนถึงสไตล์แบบเม็กซิกัน มีการตกแต่งด้วยลายกราฟิติและภาพวาดเต็มพื้นที่

 

The Commons (เดอะ คอมมอนส์)

คอมมูนิตี้มอลล์ความสูง 4 ชั้นที่ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็มกว่าจะสร้างจนจะแล้วเสร็จ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 17 แห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาคารที่มีความโดดเด่นในแง่ของการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เพราะซ่อนลูกเล่นและรายละเอียดของประโยชน์ใช้สอยภายในตัวอาคารไว้ได้อย่างแยบยลในลักษณะแบบการสร้างชุมชน ภายใต้แนวคิด “Wholesome Living” หรือการใช้ชีวิตแบบมีสมดุลที่ดี โดยผ่านการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อินดอร์และเอาท์ดอร์อย่างพอเหมาะสอดประสานไปด้วยกัน เพื่อให้การใช้พื้นที่เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายรูปแบบ จะเป็นการมารับประทานอาหารภายในร้าน มาจับจ่าย มาทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ หรือจะซื้ออาหารแล้วออกไปใช้พื้นที่เอาท์ดอร์ตรงกลางส่วนที่เรียกว่า Common Ground ที่จัดไว้เหมือนเป็นสวนหลังบ้านในบรรยากาศสบายๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่เพราะผู้ออกแบบคือ Department of Architecture ตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เหมือนกล่องโปร่งๆ ที่สบาย รับลมได้ดีทุกทิศ ในขณะที่กันแดดและฝนได้ตลอดเวลา ถือว่าเป็นความลงตัวทางสถาปัตยกรรมที่น่าอิจฉาของคนย่านทองหล่ออย่างแท้จริง

 
 

KHUN by yoo inspired by Starck (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค)

อีกหนึ่งอาคารที่เพิ่งผุดขึ้นมาใจกลางทองหล่อ ทว่าโดดเด่นไม่แพ้สถาปัตยกรรมอื่นๆ ในย่านนี้ต้องเป็น KHUN by yoo inspired by Starck เพราะแค่รูปลักษณ์ภายนอกของตัวอาคารที่ดูแปลกตากับความโดดเด่นของการเลือกใช้สีทองแดงคอปเปอร์ เป็นมันวาว แค่นี้ก็ดึงดูดความสนใจได้ในทันทีสำหรับทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา อาคารขนาดสองชั้นหลังนี้ความเป็นจริงเป็นเซลล์ แกลเลอรี่ของโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์แห่งใหม่จาก “แสนสิริ” ที่ร่วมมือกับ “yoo studio” บริษัทออกแบบชื่อดังระดับโลก โดยมี “Philippe Starck” ดีไซเนอร์และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อัจฉริยะชื่อก้องโลกมาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบในโครงการคอนโดมิเนียมด้วย โดยผลิตภัณฑ์ของสตาร์คที่หยิบมาโชว์มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ หรือของประดับตกแต่งบ้านที่โครงการฯจะนำมาใช้จริงทั้งหมด เข้าไปเดินแล้วจะรู้สึกเหมือนมาเดินดูนิทรรศการศิลปะมากกว่า แน่นอนว่าถ้าโครงการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ อาคารเซลล์ แกลเลอรี่สุดเก๋ที่เราเห็นนี้อาจจะต้องถูกรื้อถอนออกไป

 
Face Bangkok (เฟส แบงคอก)

หมู่อาคารไม้สักทรงไทยล้านนาที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยทองหล่อ 38 แห่งนี้คือที่ตั้งของ Face Bangkok ร้านอาหาร บาร์ และสปาที่สอดประสานอยู่ในหมู่อาคารเดียวกันอย่างกลมกลืน ภายใต้บรรยากาศของเรือนไทยที่แวดล้อมไว้ด้วยสวนสวย และบ่อน้ำที่ให้ความสงบร่มเย็นเหมือนวิถีชีวิตริมคลองของคนไทยในอดีต ทว่าก้าวทันโลกด้วยรายละเอียดของการตกแต่งภายใน ทั้งภาพวาด ของประดับตกแต่ง และศิลปวัตถุทำมือ ที่เผยให้เห็นรายละเอียดของวัฒนธรรมจากนานาชาติในเอเชีย ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นสามชาติสามวัฒนธรรม ได้แก่ ไทย อินเดีย และญี่ปุ่นที่ผสมกลมกลืนกันอยู่ผ่านเมนูอาหารที่จะเลือกสั่งแบบแยกเชื้อชาติจากกันเป็นจานๆ หรือสั่งเมนูที่ผสมข้ามวัฒนธรรมไว้แล้วก็ได้เช่นกัน รายละเอียดของการสร้างตัวอาคารแบบมีใต้ถุนหยิบแรงบันดาลใจมาจากเรือนไม้สักของจิม ทอมป์สัน ทว่าสร้างในขนาดตัวอาคารที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รองรับการเป็นทั้งร้านอาหาร สปา และบาร์ให้ได้อย่างลงตัว ส่วนการตกแต่งนั้นแม้จะเน้นความเรียบง่าย แต่รายละเอียดของวัสดุและของตกแต่งนั้นสะท้อนให้เห็นความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของทั้งคนไทยและคนเอเชียอย่างเด่นชัด ถือเป็นอีกหนึ่งอาคารทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งในย่านนี้

 ขอบคุณรูปจากร้าน Teddy Castle

Teddy Castle (เท็ดดี้ คาสเซิล)

พูดถึงดีไซน์ภายนอกของงานสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดดเด่นทั้งในแบบโมเดิร์นหรือแบบไทยกันไปหลายแห่งแล้ว ลองมาดูกันที่งานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกแบบปราสาทที่มีกลิ่นอายของอังกฤษโบราณกันบ้างอย่างร้าน Teddy Castle ที่เป็นทั้งคาเฟ่และอาณาจักรของตุ๊กตาหมีแบรนด์ Teddy House ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ในใจกลางทองหล่อซอย 5 นอกจากภายนอกที่ดูโดดเด่นท่ามกลางใจกลางเมืองแล้ว ภายในยังได้รับการตกแต่งอย่างละเอียดอ่อนทำให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินกับเสน่ห์อันคลาสสิก ดั่ง ดื่มด่ำอยู่ในปราสาทอังกฤษ เดิมทีปราสาทแห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหารสุดเก๋อย่าง Blue Velvet แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปเจ้าของใหม่ได้เปลี่ยนโฉมปราสาทแห่งนี้ให้เป็นปราสาทหลังงามของเหล่าตุ๊กตาหมีได้อย่างลงตัว โดยอาศัยโครงสร้างที่เลียนแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์จากโซนยุโรป

นี่แค่ทองหล่อเพียงย่านเดียว ยังมีตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้ แน่ใจได้เลยว่าถ้าลองสำรวจกรุงเทพฯให้ดีๆ เราอาจจะเจอย่านที่เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่น่าไปเยี่ยมเยือนอีกหลายแห่งแน่นอน

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด