สังเวียนชีวิต “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จากเด็กไร้บ้าน สู่นักธุรกิจหมื่นล้านระดับเอเชีย

สังเวียนชีวิต “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จากเด็กไร้บ้าน สู่นักธุรกิจหมื่นล้านระดับเอเชีย

สังเวียนชีวิต “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จากเด็กไร้บ้าน สู่นักธุรกิจหมื่นล้านระดับเอเชีย เกี่ยวกับ ชาตรี ศิษย์ยอดธง

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

ชื่อของ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” นักธุรกิจลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นอาจไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนไทยมากนัก เนื่องจากหากย้อนกลับไปหลังพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในช่วงปี 2540 เขาต้องระหกระเหินไปใช้ชีวิตที่อเมริกาพร้อมกับคุณแม่ชาวญี่ปุ่นและน้องชายเนื่องจากคุณพ่อทอดทิ้งไปแบบไม่ใยดี ความหวังเรื่องอนาคตใหม่ที่อเมริกายากเย็นแสนเข็ญ บ่อยครั้งเขา แม่และน้องชายกอดคอกันร้องไห้เพราะมองไม่เห็นฝั่งฝัน

แต่เพราะหัวใจนักสู้ที่เขาบอกว่าซึมซับจากการหัดเล่น “มวยไทย” ที่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของธุรกิจ อีโวลฟ์ MMA* (Evolve Mixed Martial Arts) และผู้ก่อตั้งรายการกีฬา ONE Championship* ที่มีคนดูการถ่ายทอดสดเยอะที่สุดของเอเชีย

นี่คือชีวิตจริงของคนสู้ชีวิตที่ Sanook! Men อยากให้ทุกคนรู้จักเขามากยิ่งขึ้น และเพราะสาเหตุใดเขาจึงก้าวผ่านความลำบากต่างๆ มากมาย และก้าวขึ้นสู่การเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านได้ทั้งๆ ที่ต้นทุนชีวิตติดลบ

ยกที่ 1 ครอบครัวแตกแยก อดมื้อกินมื้อ ไร้อนาคต
สมัยก่อนพ่อเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่แถบภาคตะวันออกของประเทศไทย ตอนนั้นผมอายุประมาณ 13-14 จำได้ว่าบ้านเราเป็นครอบครัวที่มีกิน สุขสบาย มีคนขับรถ มีทุกอย่าง แต่พอเจอพิษเศรษฐกิจปี 2535และปี 2540 ก็เลยล้มหมดทุกอย่าง ชีวิตเริ่มลำบาก แม่เลยบอกว่าผมต้องไปอเมริกาจะได้มีอนาคต เราก็เลยตัดสินใจไปอเมริกา ชีวิตที่นั่นไม่ได้สบาย ลำบากมากได้กินข้าววันละมื้อ ใช้เงินแค่ 4 เหรียญต่อวัน ปั่นจักรยานส่งอาหาร ทำงาน ได้นอนวันละ 3-4 ชั่วโมง และก็สอนมวยชาวต่างชาติที่เขาชอบมวยไทย

เพราะตอนอยู่เมืองไทยผมชอบไปเล่นๆ กับเพื่อนๆ ที่ค่ายศิษย์ยอดธงเลยทำให้ได้วิชามวยติดตัวมาเลยเอาความรู้ตรงนี้มาหาเงินด้วย ผมอยากช่วยครอบครัวด้วย น้องชายก็ไม่มีเงินและก็ต้องดูแลแม่เราลำบากมาก บางครั้งแอบเห็นคุณแม่อดแม่บอกไม่หิวเพื่อให้เราได้กินอิ่ม ช่วงนั้นผมร้องไห้บ่อยมาก ภาพนั้นยังติดตา ร้องไห้เพราะไม่มีอนาคต บ้านไม่มี ไม่มีทางออก มันเหนื่อยมากแต่ก็บอกตัวเองว่าต้องสู้เราโดนทิ้งจากพ่อและถูกผลักให้กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบไม่ได้ตั้งตัวช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตยากลำบากมาก

ยกที่ 2 ความดื้อรั้นกอบกู้ชีวิต
ผมเรียนจบปริญญาตรี B.A. in Economic เศรษฐศาสตร์ จาก Tufts University และก็มาต่อปริญญาโท MBA ที่ Harvard Business School ที่ผมมีเงินเรียนเพราะไปขอทุนที่อเมริกา ใครที่สอบติด Harvard ก็ไปยื่นขอทุน และที่เรียนต่อโทเพราะคนอเมริกาเขารู้ว่าใครเรียน MBA Harvard นั้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกคุณจะทำงานที่ไหนก็ได้ทุกบริษัทอยากได้ไปร่วมงาน เราจะมีโอกาสมากขึ้น และหลังจากเรียนที่ Harvard สองปีแม่บอกว่าอยากให้ทำงานปกติกับบริษัท

แต่ผมรู้สึกอยากสร้างบริษัทของเองมากกว่า โดนแม่ห้ามไม่ให้ทำเพราะเราเคยล้มมาแล้วเคยมีบทเรียนกับมันแล้ว และเราจนเราไม่มีเงินด้วยแม่กลัวมากๆ แต่ผมก็เลือกทำเลยไปยืมเงินและหาเงินมาประมาณ 1000- 2000 เหรียญและสร้างบริษัท Internet Software ทำไปซักระยะก็ขายหุ้นให้พาร์ทเนอร์ไป ได้เงินมา 300- 400 ล้านบาท และก็มาทำงานด้านการลงทุนธุรกิจการเงินการลงทุนแห่ง Wall Street ใช้เวลากว่า 10 ปีกว่าจะตั้งตัวได้

ยกที่ 3 กลับสู่วงการหมัดมวย
สำหรับผมคุณแม่เป็นแรงผลักดันให้เสมอ ท่านมักจะพูดบ่อยๆ ว่า “ชาตรีเป็นคนพิเศษ ยูทำได้ และหากมีโอกาสต้องช่วยโลกให้โอกาสกับทุกคน” ตอนอายุ 19 ผมเขียนฝันในกระดาษ ค่ายมวยคือสิ่งที่ 3 ที่ผมอยากทำ ผมอยากมีค่ายที่ดูแลนักมวยจริงๆ เพราะว่าเจอสิ่งที่ไม่ค่อยโอเคเยอะ อย่างบางคนเป็นแชมป์มีเงินมาก มีศักดิ์ศรีพอเลิกกลายเป็นคนจนทันที มักจะโดนคนในวงการโกง ผมเคยถามตัวเองว่าเราอายุ 35-36 แล้วมีเงินหลายพันล้านจากการทำธุรกิจ

เรามีเงินมากขึ้น แต่ทำไมรู้สึกไม่มีความสุข เรามีบ้าน เรามีรถหลายคันเหมือนคนอื่นแต่ชีวิตไม่ค่อยมีความหมาย เลยกลับมาเอเชียแล้วก่อสร้าง Evolve MMA ที่สิงคโปร์ เป็นองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดและมีแชมป์โลกในสังกัดมากที่สุดในโลก ครูสอนได้รับการรับรองจากหลายสถาบันแนวหน้า ผมก็เริ่มสร้าง ONE Championship เป็นสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ถ่ายทอดสดไป 70 ประเทศประมาณ 1 พันล้านครัวเรือนทั่วโลก ผมมาคิดว่าทำไมเอเชียเราถึงไม่มี อย่างอเมริกา มี NFL NBA เอเชียไม่ค่อยมีอะไรทั้งๆ ที่เอเชียมีศิลปะการป้องกันตัวที่มีประวัติมากมาย มีคาราเต้ เทควันโด กังฟู มวยไทย ทุกประเทศมีศิลปะป้องกันตัว ตรงนี้นอกจากเป็นโอกาสธุรกิจแล้วมวยไทยช่วยผมจากคนจนให้เป็นนักธุรกิจได้จนถึงทุกวันนี้

ยกที่ 4 บทเรียน ข้อคิด กับชีวิตชนะน๊อค
การทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จของผมมี 5 อย่าง อย่างที่ 1 คุณต้องทำสิ่งที่คุณรักอยู่ในใจเพราะไม่ว่าคุณจะลำบากแค่ไหนถ้าจะตายก็ยังได้ทำในสิ่งที่คุณรักและชอบ อย่างที่ 2 คุณต้องมีต้นแบบชีวิตให้ตัวเองถ้าคุณอยากรวย อยากเป็นแชมป์มวย ต้องทำยังไงคุณต้องทำอย่างไรต้องศึกษาต้นแบบชีวิตที่คุณอยากเป็นเหมือนเขาหามาซัก 4-5 คนแล้วค้นหาชีวิตของเขาแต่ถ้าเกิดมีโอกาสคุณต้องลองคุยกับเขาด้วย อย่างที่ 3 ในทุกวันที่คุณตื่นเช้าคุณต้องคิดว่าชีวิตเราต้องพยายามโตขึ้น ดีขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ ต้องมีความคิดอย่างนั้นในทุกๆ อย่างของชีวิตเราจะเป็นอะไรก็ตาม ธุรกิจ ครอบครัว อะไรก็ได้พัฒนาและพึ่งตัวเอง อย่างที่ 4 คือให้ตัวเองอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีคุณก็จะเป็นคนแบบนั้น

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มคนกินเหล้าเสพยาเสพติดคุณก็จะเป็นแบบคนพวกนั้น ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มคนที่ดี ขยัน อดทน คุณก็จะเป็นแบบนั้นด้วย อย่างสุดท้ายอย่ายอมแพ้เด็ดขาดคุณต้องใจสู้ถ้าอยากทำความฝันสำเร็จและต้องเข้าใจในชีวิต คนเรามันต้องมีทุกช่วงทั้งความลำบาก ผิดพลาด ร้องไห้ เสียใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอแค่ใจคุณสู้นี่คือ 5 อย่างสู่ความสำเร็จ

ปัญหา อุปสรรค และความยากเข็ญต่างๆ ในชีวิต หากใจเราสู้ ชีวิตย่อมไม่มีอะไรยาก เพราะหลังผ่านพ้นขวากหนามเหล่านั้น ความสำเร็จคือฝั่งฝันที่เราจะมีโอกาสได้ชื่นชมกับมันอย่างภาคภูมิเสมอ

* MMA ย่อมาจาก Mix Martial Art คือกีฬาที่รวมศิลปะป้องกันตัวของหลายๆ ประเทศเข้าด้วยกันเช่นมวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แซมโบ มวยปล้ำ ฯลฯ โดยเริ่มต้นราวๆ 20 ปีก่อน

*ONE Championship คือรายการถ่ายทอดสดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีคนดูมากกว่า 1 พันล้านครัวเรือน รอบโลก รวมถึงบริษัท Evolve MMA ซึ่งมีเขาเป็นเจ้าของได้รับขนานนามจาก CNN ว่าเป็นองค์กรสอนศิลปะการป้องกันตัวอันดับ 1 ในเอเชีย

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด