เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

วิน ดนัยนันท์ กฤดากร นักแสดงคนไทยหนึ่งเดียวบนละครเวทีนิวยอร์ก

วิน ดนัยนันท์ กฤดากร นักแสดงคนไทยหนึ่งเดียวบนละครเวทีนิวยอร์ก

วิน ดนัยนันท์ กฤดากร นักแสดงคนไทยหนึ่งเดียวบนละครเวทีนิวยอร์ก เกี่ยวกับ work

gqthailand

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่อง : ชญาน์ทัต วงศ์มณี

ถ้าจะให้บรรยายอะไรสักอย่างถึงผู้ชายคนนี้ ผมอยากเรียกเขาว่า ‘ผู้ชายที่พร้อมจะตายไปกับการแสดง’
เขาบอกกับผมแบบนั้น – ตอนที่มีชีวิตอยู่ (ใช่ครับ เขายังไม่ตาย!)

วิน-ดนัยนันท์ กฤดากร เป็นนักแสดงอาชีพคนไทยหนึ่งเดียวในวงการละครเวทีที่นิวยอร์ก มีผลงานละครเวทีมากมาย ทั้งได้ร่วมงานกับผู้กำกับรางวัล Tony Awards มีหนังสั้นที่ได้ชิงรางวัลด้านการแสดงของ Treasure Coast International Film Festival ที่ฟลอริดาและล่าสุดเขาบินมาแสดงละครเวทีที่ประเทศบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในเรื่อง ‘Dracula: Blood is Life’ ซึ่งเปิดการแสดงอยู่ในตอนนี้
การยืนหยัดบนถนนนักแสดงมืออาชีพที่นิวยอร์กเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะบนถนนสายขรุขระเป็นพิเศษสำหรับคนเอเชีย กว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาโดนปฏิเสธมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนเขาเรียกอาชีพนี้ว่าเป็นอาชีพที่สอนให้รู้จักจัดการกับการถูกปฏิเสธ


“มันไม่ง่ายเลยครับที่จะทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะในนิวยอร์ก แต่ผมเชื่อนะว่าเราทุกคนมี ‘เวลา’ ของเรา เราแค่ต้องฝึกฝนมันมากพอ อดทนรอมันได้นานพอ และทุ่มเทชีวิตให้มัน เมื่อทุกอย่างพร้อม นั่นแหละจะถึงเวลาของเรา” เขาบอก
และนี่คือ ‘เวลา’ ของผู้ชายคนนี้

คุณสนใจการแสดงตั้งแต่เมื่อไร
ตอนเด็กๆ ผมชอบดูหนังแนว Sci-fi มาก ไม่ใช่แค่ชอบดู แต่ดูหนังแล้วรู้สึกอยากแสดงด้วยเลย และตอนที่ผมอายุ 10 ขวบ คุณพ่อผมพาไปดูมิวสิคัลเรื่อง Phantom of the Opera ที่ซานฟรานซิสโก เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก
แต่ผมไม่กล้าพอที่จะฝันว่าเป็นนักแสดง ไม่มั่นใจพอ พอดีกับที่เราเรียนดนตรีตั้งแต่เด็ก พอไปเรียนที่อเมริกา ผมเลยเลือกเรียน Vocal Performance ที่ University of Michigan แต่ในใจอยากเป็นนักแสดงตลอดเวลา
แต่ก็นั่นแหละ ดนตรีเป็นเหมือนแฟน เราอยู่ด้วยกันได้ แต่มันไม่ใช่รักแท้ รักแท้ของผมคือการแสดง

เล่าเรื่องชีวิตตอนที่อยู่กับ ‘แฟน’ (ดนตรี) แต่นึกถึง ‘รักแท้’ (การแสดง) อยู่ตลอดเวลาให้ฟังหน่อยสิครับ
ผมไปได้ดีกับดนตรีนะครับ แต่ระหว่างที่เรียนดนตรีอยู่นั้นผมโหยหาการแสดงอยู่ตลอด ระหว่างที่เรียนอยู่ประมาณปี 2 หรือปี 3 ผมได้ไปขอบทเพื่อแสดงในหนังสั้นของนักศึกษา เป็นบทเล็กมาก (เน้นเสียง) ได้พูดอยู่ไม่กี่คำ โปรดักชั่นเล็กๆ แต่ผมรู้สึกว่านี่แหละความสุขของเรา และผมยังได้มีโอกาสเป็น Extra ให้กับหนังเรื่อง ‘The Switch’ ที่ Jennifer Aniston แสดง ฉากนั้นใช้เอ็กซ์ตราประมาณ 900 กว่าคน แต่การได้ไปเห็นว่ากองถ่ายฮอลลีวูดทำอะไรกันบ้างมันน่าตื่นเต้นจริงๆ

จนเรียนจบปริญญาตรีด้านดนตรีแล้ว ฝันด้านการแสดงของผมก็ยังค้างคาอยู่ ตอนที่กำลังเลือกว่าจะเรียนต่อก็คิดหนักมาก เพราะตอนนั้นอีกมหาวิทยาลัยก็ตอบรับให้ผมเรียนต่อด้านดนตรีแล้ว แต่ผมก็อยากเรียนต่อด้านการแสดง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เอาจริงๆ นะครับ ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วมีวิชาการแสดงผมยังสอบได้ B เลย แต่ผมก็อยากลองเสี่ยงดู

แล้วจากการเรียนดนตรี คุณข้ามมาเรียนการแสดงได้อย่างไร
ตอนนั้นผมพยายามหาข้อมูลเรื่องที่เรียนต่อด้านการแสดง ก็พบว่าเกือบทุกที่ต้องใช้บทละครของเชกสเปียร์ ในการสอบเข้า ซึ่งผมไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ผมไปปรึกษาคุณครูที่สอนวิชาการแสดงตอนที่ผมเรียนดนตรีอยู่ อยากจะขอคำแนะนำเขาว่าจะใช้บทละครของเชกสเปียร์ตอนไหนดี ผมยังจำคำพูดของเขาได้เลยว่า ‘Acting is not for you’

แต่จุดนั้นทำให้ผมมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาทำให้ผมอยากทำให้ได้ ผมเป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่มีคนบอกว่าผมทำไม่ได้ ผมจะใช้มันเป็นพลังว่าผมจะทำให้ได้ให้ดู ตอนนั้นผมก็ไปเจอ Actors Studio Drama School ที่ Pace University ในนิวยอร์ก ซึ่งไม่ต้องใช้บทของเชกสเปียร์ในการสอบเข้า และผมก็ทำได้

มาตอนนี้ผมอยากส่งคอสตูมเรื่อง Dracula ที่ผมเล่นอยู่ตอนนี้ไปให้คนที่บอกว่าผมทำไม่ได้เหมือนกันนะครับ (หัวเราะ)

พอได้เรียนการแสดงอย่างที่ฝันมานานเสียทีแล้ว การแสดงยังเป็นรักแท้เหมือนเดิมไหมครับ
การเรียนที่นิวยอร์กหนักมากครับ หนักมากจริงๆ มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนเหมือนกันที่ลาออกไปกลางคันเพราะทนไม่ไหว มันเป็นเหมือนบททดสอบนะครับ แต่ผมก็ไม่เคยถอดใจ แต่ออกมาทำงานจริงๆ ยากกว่าเยอะ สาหัสกว่าอีก

ชีวิตการเป็นนักแสดงอาชีพที่นิวยอร์กสาหัสอย่างไรบ้างครับ
นักแสดงเป็นอาชีพที่เราพร้อมจะตกงานได้ตลอด เราต้องเดินหางาน เป็นฝ่ายเอาตัวเองเข้าไปออดิชั่นเพื่อให้ได้งาน พอได้งานแล้ว จบงานก็ต้องเดินหางานใหม่ เพราะฉะนั้นมันเป็นงานที่ทำให้เราต้องเข้มแข็งต่อการโดนปฏิเสธตลอดเวลา เราต้องทุ่มเทมากเพื่อให้เจ้าของงานรู้สึกจริงๆ ว่าเราเหมาะกับบทนั้นและเลือกเรา

ในชีวิตการเป็นนักแสดงของผม ผมโดนปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งบทสำหรับคนเอเชียในตลาดมีน้อยมาก ผมเคยหางานไม่ได้อยู่หลายเดือนก็มี แต่มันหยุดผมไม่ได้ อาจจะมีท้อบ้าง แต่งานแบบนี้มันบังคับให้เราต้องรีบฟื้นตัวเองให้เร็วที่สุดเพื่อออดิชั่นบทต่อไป ช่วงที่ผมหางานไม่ได้ก็จะพยายามไปเรียนเพิ่มเติมทักษะ มันดีในแง่การพัฒนาฝีมือตัวเอง และดีที่ทำให้เราไม่ว่างพอที่จะโฟกัสที่ความผิดหวัง เราต้องเก่งขึ้นเพื่อที่ว่าเมื่อโอกาสที่ดีมาถึง เราก็จะเก่งพอที่จะคว้ามันได้
มันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นนักแสดงอาชีพที่นั่น แต่อย่างหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นข้อดีของตลาดงานที่นิวยอร์กคือ วงการศิลปะของเขากว้างมากพอที่จะทำให้เราเป็น Expert ลึกไปในด้านใดด้านหนึ่ง นักแสดงแนวมิวสิคัลก็จะไปทางมิวสิคัลอย่างเดียว ไม่กระโดดมาเป็นนักร้อง นายแบบ ถ่ายโฆษณา พิธีกร หรืออย่างผม ผมถนัดดราม่า ผมก็จะไม่กระโดดไปมิวสิคัลหรือแนวตลก เพราะมันใช้ทักษะต่างกันมาก และทำให้เราสามารถพัฒนาฝีมือด้านนั้นโดยเฉพาะ

ออดิชั่นที่คุณจำได้ไม่ลืมมีครั้งไหนบ้างครับ
เป็นออดิชั่นเรื่อง White Snake หรือชื่อไทยว่า ‘นางพญางูขาว’ ที่ประทับใจคือตอนนั้นเราไม่ได้งานมานานมากแล้ว จนมาออดิชั่นเรื่องนี้ เราก็เล่นเต็มที่มาก ทำบ้าอะไรก็ไม่รู้ จนออกมาจากห้องแล้วถึงรู้ว่าคนที่นั่งดูเราออดิชั่นอยู่คือ Mary Zimmerman ผู้กำกับรางวัล Tony Awards ซึ่งก็อาจจะดีนะครับที่เราไม่รู้มาก่อนว่าเป็นใคร เราถึงไม่เกร็ง ตอนนั้นก็เลยได้เล่นละครเวทีเรื่องนี้ เป็นละครเวทีโปรดักชั่นใหญ่ที่สุดที่เคยเล่นมา แสดงไป 200 กว่ารอบ
อีกครั้งเป็นออดิชั่นเรื่อง Star Wars: The Force Awakens ตอนที่ออดิชั่นผมต้องเซ็นสัญญาห้ามเปิดเผยความลับในภาพยนตร์ บทที่อ่านจะเป็นกระดาษสีแดงซึ่งทำให้ก๊อปปี้ไปไม่ได้ และมีตัวหนังสือลายน้ำเป็นชื่อของเราหมดทั้งแผ่น เพราะฉะนั้น ถ้าหลุดไปก็รู้แน่ว่ามาจากใคร (หัวเราะ) ตอนนั้นก็ออดิชั่นไปเรียบร้อยจนลืมหมดแล้ว จนได้มาดูหนังถึงได้รู้ว่าบทที่เราออดิชั่นคือบท Finn ที่ John Boyega แสดงซึ่งเป็นบทนำด้วย ก็แอบเสียดายเหมือนกันว่าถ้าเป็นเราคงดี (หัวเราะ)

คุณทำงานเป็นนักแสดงละครเวทีที่นิวยอร์กมานาน ได้กลับมาดูละครเวทีของไทยบ้างไหมครับ
ทุกครั้งที่ผมได้กลับมาเมืองไทยก็จะหาโอกาสไปดูละครเวทีของไทยเสมอ ทั้งโปรดักชั่นใหญ่ เล็ก หรืออินดี้ไปเลย อย่างล่าสุด ผมเพิ่งไปดู มอม เดอะ มิวสิคัล ของ Dreambox มา ผมว่าเป็นงานที่น่าสนใจมากที่เขานำเสนอหุ่นหมามาใช้นอกจากคนแสดง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญในการทำให้คนไทยเห็นว่าละครเวทียังมีอะไรอีกมาก ผมเข้าใจว่าคนไทยน่าจะคุ้นเคยกับมิวสิคัล คนอาจจะนึกว่าพอเป็นมิวสิคัลแล้วต้องเต้น ต้องมีแสงสี Extravaganza แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีมิวสิคัลแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น คงจะดีมากถ้าเราทำให้คนไทยเห็นว่าละครเวทีมีอะไรที่หลากหลายจริงๆ

ผมนับถือในวิสัยทัศน์ของคุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ เขาทำให้คนไทยสนใจละครเวที ผมได้ดูงานของคุณบอยหลายครั้งก็ยังรู้สึกประทับใจ แต่ผมคิดว่าเขามีของอีกเยอะที่รอการปล่อยออกมา เขาเก่งมากเลยละครับ
ผมคิดว่าละครเวทีของไทยเรามาได้ไกลแล้ว แต่ยังไปได้ไกลอีก สำคัญมากที่เราต้องพัฒนาบุคลากรในแวดวงนี้ ซึ่งนั่นเป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของการสร้าง ‘Dracula Blood is Life’ ที่เราผสมผสานทั้งทีมงานและนักแสดงจากหลายชาติ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน คนไทยเองก็ได้เรียนรู้จากคนชาติอื่น คนชาติอื่นๆ ก็เช่นกัน ที่สุดแล้วเราจะพัฒนาไปด้วยกัน

มีนักแสดงคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยไหมครับ ลืมข้อจำกัดทางความจริงไปก่อนนะ
มีนักแสดงหลายคนที่ทำให้ผมทึ่ง บางคนอาจไม่ได้มีชื่อเสียง แค่ออกมาฉากเดียวแต่พลังของเขาทำให้เป็นที่จดจำได้ แต่ถ้าเป็นคนที่คนอื่นๆ รู้จัก ผมนึกถึงคุณนก-สินจัย เปล่งพานิช ผมไม่ได้ดูละครของคุณนกเท่าไร แต่ได้ดู บัลลังก์เมฆ ที่คุณนกแสดง คุณนกน่าทึ่งมากๆ อีกสองคนคือ Meryl Streep ซึ่งแน่ละ มีใครบ้างที่ไม่อยากแสดงกับเมอรีล สตรีป อีกคนคือ Cate Blanchett ผมได้ดูทั้งภาพยนตร์และละครเวทีที่เธอเล่น มีคำถามมากมายที่ผมอยากคุยกับเธอ ผมอยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ตอนที่แสดงแต่ละครั้ง คุณดูอย่างหนังเรื่อง Blue Jasmine สิ โอ๊ย! มันบ้ามาก! ผมสงสัยขนาดที่ว่าระดับเคมีในสมองของเธอทำงานอย่างไรตอนที่เธอเล่นได้บ้าสุดเหวี่ยงขนาดนั้น Totally Insane!

ทำไมโลกนี้ต้องมีละครเวที
ละครเวทีมีมายาวนานมากแล้วในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังไม่ล่มสลายไป นั่นพิสูจน์แล้วว่ามนุษย์ยังต้องการศิลปะชนิดนี้อยู่ สำหรับผมแล้ว นอกจากความบันเทิง ละครเวทียังสะท้อนชีวิตของมนุษย์ พาเราไปสำรวจชีวิตที่เราไม่เคยเจอมาก่อนและทำให้ตั้งคำถามว่าถ้าเป็นเราล่ะ เราจะทำอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ศิลปะมีคุณค่า เพราะทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์

คำถามสุดท้าย ถ้ามีคนบอกคุณว่าอยากเป็นนักแสดงอาชีพ คุณจะแนะนำอะไรกับเขา
You gotta love it enough to fight for it, die for it. เราแค่ต้องรักความฝันของเรามากพอที่จะทุ่มเทหรือต่อสู้เพื่อมันได้ รักมันมากพอที่จะใช้ชีวิตไปกับมันและตายไปกับมัน

‘Dracula Blood is Life’ เปิดการแสดงที่โรงละครสยามพิฆเนศ ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2559 ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด