"เบอร์ 1 อาเซียน" ที่ไม่ต้องรอฟีฟ่าการันตี
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sp/0/ud/82/411107/Champpapapz.jpg"เบอร์ 1 อาเซียน" ที่ไม่ต้องรอฟีฟ่าการันตี

"เบอร์ 1 อาเซียน" ที่ไม่ต้องรอฟีฟ่าการันตี

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

วินาทีที่ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงกัปตันทีมชาติไทย ชูถ้วยแชมป์อาเซียน คัพ "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016" โดยมีเพลง "we are the champions" ถูกเปิดกระหึ่ม ต่อหน้าแฟนบอลในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เชื่อเหลือเกินว่าคงเป็นวินาที ที่แฟนบอลไทยมีความสุขกันถ้วนหน้า

ย้อนหลังไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในเกมนัดแรกที่ "ทัพช้างศึก" บุกไปพลิกพ่าย อินโดนีเซีย ที่สนาม ปากันซารี 1-2 นำมาซึ่งความผิดหวังให้กับแฟนบอล แต่มันได้ทำให้ความทะนงตัวของ "แข้งช้างศึก" หายไป แปรเปลี่ยนเป็นความกระหายในชัยชนะที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ

Peepopo
ดังจะเห็นได้จากเกมนัดที่สอง ที่ "ทัพช้างศึก" เดินเกมเข้าใส่กดดันคู่แข่งตั้งแต่ต้นเกมจนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดยาว นำมาซึ่งชัยชนะเหนือ "การูด้า" คู่ปรับเก่า 2-0 กับเกมในบ้าน แน่นอนมันได้ลบล้างความช้ำใจให้กับแฟนบอลได้ชนิดหมดจด เพราะตลอดทั้งเกม นักเตะทุกคนแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่จะรักษาแชมป์ให้ได้อีกสมัย

ชัยชนะในเกมนี้ ส่งผลให้เราฉลองแชมป์ในบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2 พร้อมทั้งเป็นการซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในรายการนี้ นอกจากนี้ยังเป็นทีมแรกในการแข่งขันที่เป็นฝ่ายแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก แล้วสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งยังไม่เคยมีชาติใดในอาเซียน ทำได้มาก่อน



ไปดูผลงานของนักเตะกันบ้าง คนที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ต้องยกให้ "ปีโป้" สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ได้รับโอกาสจาก "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชของทีม ก่อนตอบแทนความไว้วางใจด้วยการเหมาทำคนเดียวทั้งสองประตู โดยลูกแรกต้องบอกว่า คนมันจะเกิดอะไรก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ จากจังหวะที่แนวรับอิเหนาเตะมาโดนเจ้าตัวเข้าประตูไป ส่วนลูกที่สองต้องบอกว่าเป็นลูกถนัดของเจ้าตัวกับการปั่นโค้งด้วยขวาเสียบตาข่าย

ขณะที่รางวัลต่างๆของทัวร์นาเมนต์ นักเตะทีมชาติไทย พาเหรดเก็บรางวัลมาครองหมด ไล่ตั้งแต่ นักเตะทรงคุณค่าของรายการ ตกเป็นของ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์พันธุ์จิ๋ววัย 23 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล MVP สองสมัยติดต่อกันได้เป็นคนแรกของรายการนี้


รางวัลดาวซัลโว ตกเป็นของ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่แม้เกมนัดชิงฯ จะพลาดจุดโทษอย่างน่าเสียดาย แต่ผลงานการลั่นสกอร์ในรอบที่ผ่านๆมา ด้วยจำนวน 6 ประตูก็ดีพอที่จะทำให้ ดาวยิงกัปตันทีมช้างศึก ผงาดคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดไปครอง ซึ่งถือเป็นการครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในรายการนี้เป็นสมัยที่ 3 ของเจ้าตัว

จากการคว้าแชมป์ในเกมนี้ทำให้เราครองความเป็นหนึ่งในย่านอาเซียนต่อไป และอาร์มทองตำแหน่งแชมป์ก็จะถูกส่งต่อให้กับรุ่นต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกครั้ง ถึงตอนนี้ เราเป็นแชมป์สมัยที่ 5! นั่นเท่ากับว่า เราก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ในสายตาชาวโลกเรียบร้อย

แน่นอน ยิ่งสูงยิ่งหนาว ตอนนี้เป้าหมายของวงการฟุตบอลอาเซียน คือการล้มทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์ที่มากที่สุดของรายการอย่างปฏิเสธไม่ได้ และอีก 2 ปีข้างหน้าเรามาดูกันว่า "ทัพช้างศึก" จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันได้หรือไม่

WEEZA

อัลบั้มภาพ 32 ภาพ

อัลบั้มภาพ 32 ภาพ ของ "เบอร์ 1 อาเซียน" ที่ไม่ต้องรอฟีฟ่าการันตี