ขวาตาย ซ้ายสลบ : ทำไม "เมสัน กรีนวูด" จึงเป็นนักเตะที่ไม่มีเท้าข้างที่ไม่ถนัด?

ขวาตาย ซ้ายสลบ : ทำไม "เมสัน กรีนวูด" จึงเป็นนักเตะที่ไม่มีเท้าข้างที่ไม่ถนัด?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ลิโอเนล เมสซี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน เลี้ยงเลาะไปตามกราบขวาก่อนตัดเข้าซ้ายแล้วปั่นโค้งเสียบมุม คือภาพจำของคนที่ถนัดเท้าซ้าย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ เดวิด เบ็คแฮม ครอสบอลจากริมเส้นเพื่อสร้างโอกาสทำประตู คือภาพจำของคนที่ถนัดเท้าขวา.. แค่พวกเขาง้าง หรือเห็นท่าทางก็รู้แล้วว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อไป เพียงแต่ว่ามันยากจะหยุดเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเตะที่ถนัด 2 เท้าล่ะ? เราสามารถคาดเดาว่าพวกเขากำลังคิดจะทำอะไรในอีกไม่กี่วินาทีต่อไปนี้ได้หรือไม่?.. คุณลองนึกภาพ ร็อบเบนที่ถนัด 2 เท้าและสามารถลากตัดเข้าในได้ทั้ง 2 ฝั่ง หรือเบ็คแฮมที่สามารถครอสบอลด้วยเท้าซ้ายได้มันจะน่ากลัวขนาดไหน?

นี่คือเรื่องราวของโลกฟุตบอลยุคใหม่ ที่ทุกทักษะล้วนสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล และทักษะที่เราจะพูดถึง คือการเตะบอลได้แม่นยำทั้ง 2 เท้า โดยจะเล่าผ่านเรื่องราวของ เมสัน กรีนวูด นักเตะดาวรุ่งที่ฮ็อตที่สุดในเวลานี้.. พวกเขาทั้งหลายนั้นฝึกอย่างไร? และการเตะได้ทั้ง 2 เท้ามีอิมแพ็คต์ต่อโลกฟุตบอลยุคใหม่มากน้อยแค่ไหน? 

ติดตามได้ที่นี่

เมื่อโลกฟุตบอลเขี้ยวขึ้นทุกวัน 

แม้ไม่มีอะไรมายืนยันได้แบบ 100% ว่าโลกฟุตบอล ณ ปัจจุบันนั้นมีการพัฒนาจากยุคอดีตจนสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า "ดีกว่า" หรือยัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ต่างบอกเราในทางอ้อมว่าฟุตบอลยุคนี้มาไกลจริงๆ แบบไม่ได้คิดไปเอง 

1

เราได้เห็นนักเตะอายุ 35 ย่าง 36 อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เล่นในระดับสูงได้แบบสบายๆ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง เราได้เห็นนักฟุตบอลกล้ามใหญ่ล่ำบึ้กที่มีทักษะการเล่นยอดเยี่ยมอย่าง อดาม่า ตราโอเร่ สิ่งเหล่านี้ล้วนบอกว่าวิทยาศาสตร์, การรีดศักยภาพของนักเตะ รวมถึงความเข้มข้นในการแข่งขันนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ไม่ต้องอ้างอิงอะไรมากมาย เอาที่ความเป็นมืออาชีพก็พอแล้ว ฟุตบอลอาชีพ ก็เปรียบเสมือนโรงงานซึ่งต้องการจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพออกมา หากพวกเขาผลิตสินค้าอย่าง "นักฟุตบอลระดับโลก" ออกมาได้ นั่นหมายความว่าแต่ละโรงงาน (สโมสร) จะมีเงินเข้ามาหมุนเวียน เพื่อเพิ่มขีดจำกัดในการผลิตสินค้าระดับท็อปออกมาจำหน่ายอีกเรื่อยๆ   

นักฟุตบอลยุคใหม่จะทำในสิ่งที่นักฟุตบอลยุคเก่าทำไม่ได้ หรือทำได้เหนือกว่า ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา และองค์ความรู้ในการฝึกซ้อมที่มีแต่จะมากขึ้น และเอื้อประโยชน์ให้กับนักฟุตบอลยุคนี้สามารถเก่งได้เร็วขึ้น มีทักษะที่รอบด้าน มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม และหนึ่งในทักษะที่มีให้เห็น คือการเตะบอลได้ 2 เท้าดีเท่าๆกันนั่นเอง 

ย้อนกลับไปดูสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล 50 อันดับแรกของพรีเมียร์ลีกนั้น มีนักเตะเพียงคนเดียวที่ยิงประตูจากเท้าข้างไม่ถนัดได้มากกว่า 30% ของประตูทั้งหมดที่พวกเขายิงได้ คนนั้นๆ คือ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ซึ่งถนัดเท้าขวา ขณะที่อันดับ 2 และ 3 คือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ยิงประตูด้วยเท้าซ้ายข้างไม่ถนัดไป 29% และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยิงประตูด้วยเท้าขวา 27% 

2

เรื่องนี้มีการวิจัยของ London School of Economics ยืนยัน หลังจากข้อมูลที่พวกเขามีและลงสำรวจในหมู่นักเตะซึ่งลงแข่งขันในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศส พบว่ามีนักเตะที่ถนัดเท้าขวาทั้ง 79% ส่วนที่เหลือเป็นเท้าซ้าย แต่ประเด็นสำคัญ คือพวกเขาแทบหาเปอร์เซ็นต์ของนักเตะที่เตะบอลด้วยเท้า 2 ข้างในคุณภาพที่เท่ากันแบบ 50-50 ไม่ได้เลย (มีแค่ 1% เท่านั้น) 

ส่วนการหาเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น งานวิจัยได้บอกว่า สำหรับนักเตะที่อยู่ในระดับสูง แม้พวกเขาจะต้องฝึกฝนการใช้เท้าข้างไม่ถนัดให้มากขึ้น ทว่าในเมื่อพวกเขาสามารถสร้างผลงานที่ดีได้ด้วยเท้าข้างถนัดเพียงข้างเดียว ความกังวลใจในเรื่องเท้าไม่ถนัดก็น้อยลงไป จนที่สุดก็เป็นการมองข้ามมันไปและใช้เท้าข้างที่ถนัดสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม มีนักฟุตบอลยุคเก่าๆ ที่สามารถเล่นฟุตบอลได้ดีทั้งสองเท้าอย่าง อันเดรียส เบรห์เม่ อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมัน ที่เคยยิงจุดโทษด้วยเท้าซ้ายและเท้าขวาในเกมฟุตบอลโลก รวมไปถึง เปาโล มัลดินี่ แบ็กซ้ายทีมชาติอิตาลี และ เอซี มิลาน ที่เป็นคนที่ถนัดเท้าขวาแต่สามารถฝึกฝนเท้าซ้ายได้ดีจากตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ว่านักเตะประเภทนี้ในยุคก่อนๆ นั้นหายากตามข้อมูลงานวิจัยอย่างแท้จริง 

ทว่าเหลือบมามองที่ปัจจุบัน มีนักเตะหลายคนมากที่ขึ้นชื่อเรื่องการเตะ 2 เท้าได้ดีเท่าๆกัน หรืออยู่ในระดับที่ใช้เท้าข้างที่ไม่ถนัดได้มีประสิทธิภาพมากมาย ซานติ กาซอร์ล่า นักเตะชาวสเปนคือคนนั้น และการเตะสองเท้าของเขาแสดงให้เห็นประโยชน์แบบชัดเจน อาทิ การเล่นลูกเตะมุมที่เขาสามารถเลือกได้ว่าจะเตะด้วยเท้าซ้ายหรือเท้าขวา ซึ่งปลายทางมันหมายถึงการมีมุมเปิดให้เลือกเล่นมากขึ้น มีทางเลือกในการสร้างโอกาสให้กับทีมให้มีความหลากหลาย 

นอกจากกาซอร์ล่าแล้ว ยังมีนักเตะที่ใช้เท้าทั้ง 2 ข้างได้ดีอีกมากมายและหลายตำแหน่ง ทั้ง มานูเอล นอยเออร์, มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเกน 2 นายทวารจากเยอรมัน ซึ่งเป็น "สวีปเปอร์ คีปเปอร์" ที่เพอร์เฟ็กต์จากทักษะการใช้เท้า รวมถึงกลุ่มนักเตะขึ้นหิ้งอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ และที่ลืมไม่ได้เลยคือ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงประตูจากเท้าข้างไม่ถนัดได้มากเกิน 100 ลูก

3

ย้อนกลับไปที่สถิติของ London School of Economics กันอีกสักครั้ง งานวิจัยของพวกเขาในปี 2009 เป็นต้นมา มีจำนวนนักเตะที่สามารถเล่นด้วย 2 เท้าได้ดี จากการสำรวจใน 5 ลีกดังถึง 18% แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงเวอร์ นักเตะก็แสดงให้เห็นจำนวนของผู้เล่นที่ลบจุดอ่อนจากเท้าข้างไม่ถนัดในอดีตพอสมควรเลยทีเดียว 

สิ่งนี้บอกให้เรารู้ว่าในการแข่งขันที่เข้มข้น จุดแข็งเพียงเล็กๆน้อยๆ ล้วนสร้างข้อได้เปรียบได้ภายในเวลาเสี้ยววินาที นักเตะกลุ่มนี้สามารถเลือกใช้เท้าได้ 2 ข้างเพื่อสร้างความได้เปรียบในสนาม ดังนั้น เมื่อฟุตบอลพัฒนาไปข้างหน้าแบบไม่มีหยุด มันก็หมายความว่านักเตะยุคใหม่ๆทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ให้มากเข้าไว้ และหนึ่งในนักเตะที่ทำให้เราได้เห็นถึงฟุตบอลยุคใหม่ กับการให้ความสำคัญของการเตะเท้า 2 ข้างได้ชัดเจนที่สุดคือ เมสัน กรีนวูด นักเตะวัย 18 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังเป็นที่สงสัยของโลกว่า จริงๆแล้วเขาถนัดเท้าข้างไหนกันแน่?..

แค่ฝึกอาจไม่พอ 

"มีนักเตะไม่กี่คนในโลกที่สามารถไปได้ทั้งสองทางเหมือนเมสัน ทั้งเท้าซ้ายและขวา เขาทำได้พอๆกันเลย มันตลกจริงๆ ผมคิดว่าเขาถนัดซ้าย และจากนั้นเขาก็ยิงจุดโทษด้วยเท้าขวา! แถมผมยังเห็นเขายิงฟรีคิกได้ด้วยเท้าขวาและเท้าซ้ายอีก"

"ผมเหมือนแบบ 'เกิดอะไรขึ้นกับนายวะ? เอาสักข้างดิ โอเคป่าวไอ้หนู?'" ควินตัน ฟอร์จูน อดีตนักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันนั่งตำแหน่งโค้ชทีมชุดยู 23 พูดถึง เมสัน กรีนวูด 1 ในนักเตะภายใต้การดูแลของเขา 

4

ในเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ บอร์นมัธ 5-2 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2020 กรีนวูดได้โชว์ศักยภาพของเท้าทั้งสองข้างด้วยการยิง 2 ประตู แถมแต่ละลูกแสดงให้เห็นว่าเขาใช้ทั้งเท้าซ้ายและขวาได้ดีเท่ากัน จากการวางเท้า น้ำหนักบอล และการควบคุมวิถีของลูก จนมีคำกล่าวว่าเขาเป็นนักเตะที่ไม่มีเท้าข้างที่ไม่ถนัด สามารถเตะได้ประสิทธิภาพเท่ากันแบบ 50-50 เลยทีเดียว

ทว่า ความจริงไม่ใช่แบบนั้น โดยธรรมชาติแล้วเขาเป็นนักเตะที่มีเท้าซ้ายเป็นเท้าหลัก สิ่งนี้สามารถพบเห็นได้ในแต่ละเกมที่ลงสนาม เขามักจะเลือกใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าที่เล่นบอลจังหวะแรกก่อนเสมอ แต่หากหมดมุมที่จะใช้เท้าซ้ายเล่นได้ กรีนวูดก็จะใช้เท้าขวา ซึ่งประสิทธิภาพนั้นก็ไม่ต่างกันมากเท่าไรนักในแง่ของการจบสกอร์   

"เขาทำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะยิงจุดโทษด้วยเท้าขวาหรือซ้าย ซัดฟรีคิกด้วยซ้ายหรือขวา แทบจะเรียกได้ว่าเท้าสองข้างของเขา 50-50 หรืออาจจะถนัดซ้ายแบบ 51-49" นี่คือสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยืนยันว่าเท้าที่ถนัดจริงๆของลูกทีมของเขาคือเท้าซ้าย แต่การฝึกฝนอย่างหนักจึงทำให้ประสิทธิภาพของเท้าขวาพัฒนาขึ้นมาจนอยู่ในระดับไล่เลี่ยกับเท้าข้างถนัดไปเรียบร้อยแล้ว

กรีนวูดเองก็เคยอธิบายในเรื่องการใช้เท้าของเขาเช่นกัน เขาเล่าย้อนกลับไปในตอนที่เขาอายุ 13 ปีและยังเล่นให้ทีมเยาวชนของทีมปีศาจแดง ในเกมนั้นเป็นเกมที่ปีศาจแดงเบบี้ ต้องพบกับ แมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง ซึ่งตัวของกรีนวูดเล่าว่า ในเกมดังกล่าวเขาโดนปิดตายเท้าซ้ายจนเล่นไม่ออก และส่งผลให้เกิดความผิดพลาดมากมายหลายครั้ง จนสุดท้ายเขาเลือกที่จะใช้เท้าขวาแทนเพื่อทำให้ตัวเองได้มีพื้นที่เล่นง่ายขึ้นนั่นเอง

5

"ส่วนตัวผมเลือกให้การเล่นเท้าซ้ายของตัวเองดีกว่าเท้าขวา แต่สำหรับการยิงจุดโทษที่ต้องใช้เท้าขวานั้นเกิดเมื่อตอนอยู่กับทีมชุดยู 13 เกมนั้นพบกับแมนฯ ซิตี้ แล้วผมยิงจุดโทษด้วยเท้าซ้ายแต่ไม่เข้า แถมเล่นไม่ออกอีกด้วย และนับจากนั้นมาผมก็เปลี่ยนมายิงจุดโทษเท้าขวาตลอดเลย" กรีนวูดว่าถึงจุดเริ่มต้นที่ใช้เท้าขวาและฝึกแบบจริงจังครั้งแรก ซึ่งถ้านับจนถึงทุกวันนี้ก็ผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี.. ระยะเวลาดังกล่าวคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงใช้เท้าข้างไม่ถนัดได้ดีนัก  

แม้เขาจะพูดอย่างนั้น แต่ย้อนกลับให้ลึกกว่าตอนที่เขายิงจุดโทษใส่แมนฯ ซิตี้ รุ่นยู 13 อีก 7 ปี นั่นคือตอนที่เขาอายุแค่ 6 ขวบ ผู้ที่เปิดเผยเรื่องดังกล่าวคือ มาร์ก ซีเนียร์ โค้ชของทีมเยาวชนปีศาจแดง ที่บอกว่าการฝึกสองเท้าของกรีนวูดคือเรื่องจริง แต่เรื่องที่คนไม่รู้คือ เด็กคนนี้มีพรวรรค์เรื่องการเตะ 2 เท้าตั้งแต่ก่อนฝึกแล้วต่างหาก 

"เมสันเข้ามาสู่ทีมตอนอายุได้ 6 ขวบ เขาใช้เท้าซ้ายและขวาได้ดีเท่าๆกันแล้ว เด็กคนนี้พัฒนาเร็วมาก มีเล่ห์เหลี่ยม และไม่ว่าเขาได้เรียนรู้อะไร เขาจะทำตามได้ในแทบจะทันที การยิงแต่ละลูกของเขานั้นเน้นไปที่การยิงเสียบมุมทั้งนั้น พูดตรงๆว่าเขายิงได้เหมือนกับเด็กรุ่นอายุ 13 ปีเลยด้วยซ้ำ" ซีเนียร์ กล่าว 

สิ่งที่ซีเนียร์บอก ยืนยันได้ว่าการเตะ 2 เท้าให้ได้เท่ากันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากความพยายามในการฝึกฝนแล้ว พรสวรรค์ก็ต้องมาด้วยในระดับหนึ่ง และเมื่อพรสวรรค์ที่มีพอตัวบวกกับความขยันสร้างจุดแข็งให้เท่าอีกข้าง จึงทำให้เมสัน กรีนวูด สามารถใช้ทักษะ 2 เท้าที่เนียนจนไม่มีใครกล้าฟันธงชัดๆ ว่าเท้าไหนคือข้างที่ถนัดกันแน่ พาตัวเองก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี และมีผลงานการยิงประตูแบบจับต้องได้อย่างแท้จริง

เพราะอาชีพนักฟุตบอลคือทางยาว

การเล่นได้ดีทั้ง 2 เท้าคือคำชมที่กรีนวูดได้รับมาตลอดหลังจากได้โอกาสเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไม่ได้ยืนยันว่าด้วยทักษะเพียงเท่านี้จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลกได้ เพราะฟุตบอลอาชีพนั้นคือทางยาว มีการแข่งขันกันสูงมากในหมู่นักเตะด้วยกันเอง คนที่ดีกว่าได้ลงสนาม คนที่แย่กว่าก็ต้องนั่งสำรอง มันเป็นเช่นนั้นเสมอ ดังนั้น การพัฒนาตัวเองที่ต่อเนื่องต่างหาก คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กรีนวูดหรือนักเตะดาวรุ่งคนอื่นๆ สามารถไปได้ไกลกว่าที่พวกเขาคิด

6

ตัวอย่างของเรื่องนี้มีชัดๆอยู่ 1 คนนั่นคือ อุสมาน เดมเบเล่ นักเตะวัย 21 ปี ของบาร์เซโลน่า ที่โดดเด่นสุดๆในช่วงก่อนจะย้ายทีม เดมเบเล่คล้ายกับกรีนวูดตรงถนัดทั้ง 2 เท้า จนไม่สามารถอธิบายตัวเองได้ว่าถนัดที่สุดข้างไหน นอกจากนี้ ยังมีความเร็วในแบบที่หาตัวจับยากสุดๆ จนถึงขั้นที่ว่าช่วงที่เขาเล่นดีมีการถูกนำไปเปรียบเทียบกับโกลเด้นบอยแห่งยุคอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มาแล้ว

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป 3 ปีนับตั้งแต่วันที่เขาย้ายออกจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับบาร์เซโลน่า หลายสิ่งเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องของระเบียบวินัยและทัศนคติ จนทำให้ถูกติติงหลายครั้ง สุดท้ายแล้วจนถึงตอนนี้ ฝีเท้าแบบที่เคยเล่นให้ดอร์ทมุนด์ก็ไม่ปรากฎอีกเลย นอกจากนี้ ยังเจ็บจนแทบถูกลืมไปแล้วอีกต่างหาก 

"เดมเบเล่เซ็นสัญญาย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่าได้เกือบ 3 ปีแล้ว และเขาก็ถือว่าได้เวลามากพอแล้วสำหรับการปรับตัวและพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง มันเป็นไปได้ที่เขาจะไม่มีทางได้แสดงฝีเท้ากับสโมสรอีก" ริวัลโด้ ตำนานนักเตะของบาร์ซ่ากล่าวอย่างผิดหวัง 

ปัจจุบัน เมสัน กรีนวูด อยู่ในวัยเดียวกับเดมเบเล่เมื่อครั้งโชว์ฟอร์มมหาโหดกับดอร์ทมุนด์ (18 ปี) แต่ทิศทางการเจริญเติบโตในฐานะยอดนักเตะนั้นดูค่อนข้างจะสวนทางกันพอสมควร อย่างน้อยก็ในแง่ของระเบียบวินัยและการดูแลตัวเอง 

7

ในช่วงล็อคดาวน์ 3 เดือนที่พรีเมียร์ลีกไม่มีการแข่งขันและนักเตะต้องซ้อมอยู่ที่บ้าน กรีนวูดคือ 1 ในนักเตะที่โซลชาชื่นชมว่าดูแลตัวเองได้ดีที่สุด และมีพัฒนาการด้านร่างกายให้เห็นอย่างรวดเร็ว เหตุผลเพราะเขาซุ่มออกกำลังกายเพิ่มขนาดตัวและความแข็งแกร่งที่ยังเป็นจุดอ่อน ซึ่งทำให้การเล่น 2 เท้าของเขาแสดงประสิทธิภาพได้ไม่เต็มที่เหมือนกับช่วงฤดูกาลปกติที่เขามักจะแพ้ในการเบียดปะทะ และนั่นคือการปิดโอกาสการยิงประตูให้กับตัวเอง 

กรีนวูดเพิ่มน้ำหนักในส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อได้ถึง 3 กิโลกรัมภายในช่วงล็อคดาวน์ และทุกอย่างก็เป็นความแตกต่าง เมื่อปีศาจแดงเรียกนักเตะกลับมารวมตัวซ้อมอีกครั้ง หนนี้กรีนวูดพัฒนาการจบสกอร์ในขณะที่ต้องเบียดปะทะกับกองหลังได้ดีขึ้นมาก จนโซลชาอดทึ่งในความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 

"ในการซ้อม เขาใช้ความแข็งแกร่งได้ดีขึ้น เขาทำได้ดีจริงๆในกว่า 3 หรือ 4 สัปดาห์ที่เราซ้อม และคุณภาพหน้าปากประตูของเขาก็ยอดเยี่ยมเสมอ ตอนนี้เขามีกล้ามเนื้อที่จะผลักกองหลังออกไป ผมไม่มั่นใจว่ามีการวางแผนไว้หรือเปล่า แต่โค้ชฟิตเนสทำงานกับเขาได้ดีจริงๆ เขามีช่วงเวลาพักและฟื้นฟูหลังจากต้องเล่นฤดูกาลที่ดุดันเต็มซีซั่นครั้งแรกในทีมชุดใหญ่ เขากำลังดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"

"ผมตั้งตารอที่จะดูเมสันมากกว่านี้ เขาจะยิงประตูได้มากขึ้น" โซลชา ว่าไว้ก่อนพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 เฟส 2 จะเริ่มขึ้น 

แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่พวกเราได้เห็นกัน กรีนวูดกลับมายึด 11 ตัวจริงของปีศาจแดงได้แล้วด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น จากที่แต่ก่อน ทักษะ 2 เท้าของเขาทำให้เขาสูสีกับ แดเนี่ยล เจมส์ ในตำแหน่งปีกขวา แต่เมื่อกล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้น กรีนวูดก็เอาชนะเจมส์ได้ ด้วยรูปแบบการเล่นที่หลากหลายกว่า อย่างน้อยคือการโยกไปยืนด้านซ้ายที ขวาที และสามารถเลือกเล่นได้หลายแบบเมื่อเขาได้บอล ไม่ว่าจะตัดเข้าในและยิงด้วยเท้าซ้าย หรือการแตะเข้าขวาหามุมกว้างเพื่อทำประตู 

8

ที่สุดแล้ว ทุกทักษะล้วนต้องการการขัดเกลา และทำให้ตัวเองเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว คือเหตุผลที่กรีนวูดคือความตื่นตาตื่นใจของพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน.. ไม่มีใครรู้ว่า 2 เท้าของเขาจะพาเขาไปไกลแค่ไหน เพราะอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ "ฟุตบอลอาชีพคือทางยาว" กรีนวูดพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางที่น่าตื่นเต้นบนทัศนคติที่แสนถ่อมตัว   

เมื่อเจอจุดอ่อนต้องรีบแก้ เมื่อเห็นจุดแข็งต้องรีบขัดเกลา กรีนวูดมีแนวคิดเช่นนั้นมายาวนาน และเป็นต้นกำเนิดของการเตะบอลได้ดีทั้ง 2 เท้า จนมาถึงทุกวัดนี้ที่เพิ่มออปชั่นการยิงประตูอย่างเฉียบคมที่แม้แต่โซลชายังบอกว่า "เป็นนักเตะที่จบสกอร์ได้ดีที่สุด" เท่าที่เขาได้ร่วมงานด้วยเลยทีเดียว