ถ้าโลกเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่ ควรอยู่ประเทศไหน? AI ชี้ 5 ชาติที่มีโอกาสรับมือได้ดี

ถ้าโลกเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่ ควรอยู่ประเทศไหน? AI ชี้ 5 ชาติที่มีโอกาสรับมือได้ดี

ถ้าโลกเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่ ควรอยู่ประเทศไหน? AI ชี้ 5 ชาติที่มีโอกาสรับมือได้ดี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผย 5 ประเทศปลอดภัยที่สุดในโลก หากเกิดวิกฤตภัยพิบัติระดับโลก จากการประมวลผลของ AI

ในยุคที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นกลายเป็นความกังวลหลักของประชากรทั่วโลก

ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ทำการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลากหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ การผลิตอาหาร และระบบสาธารณูปโภค เพื่อจัดอันดับ 5 ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลกหากเกิดวิกฤตภัยพิบัติระดับมหาภัย

ผลการวิเคราะห์ระบุว่า ดินแดนที่เหมาะแก่การเป็นหลุมหลบภัยและมีโอกาสรอดชีวิตสูงที่สุดเมื่อเกิดภัยพิบัติระดับโลก ได้แก่ประเทศดังต่อไปนี้:

iStockphoto

1. นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด อันเนื่องมาจากทำเลที่ตั้งอันห่างไกล โดยมีประเทศออสเตรเลียเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 1,000 ไมล์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายตัวของความขัดแย้งทางทหาร

นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ ทรัพยากรน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ และความสามารถในการผลิตอาหารหล่อเลี้ยงประชากรได้อย่างพึ่งพาตนเอง

2. ไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศเกาะที่มีความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์และมีทรัพยากรน้ำจืดจำนวนมาก ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในระดับต่ำมาก จุดเด่นสำคัญคือการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100% โดยมาจากพลังงานความร้อนใต้ภิภพ ประมาณ 30% และพลังงานน้ำ 70% ทำให้ระบบไฟฟ้าสามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคงแม้เผชิญวิกฤตภายนอก

3. สวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อในเรื่องนโยบายความเป็นกลางทางทหารมายาวนาน ทำให้ยากที่จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระดับโลก นอกจากนี้ AI ยังชี้ให้เห็นถึงความพร้อมด้านระบบป้องกันภัยพลเรือน โดยมีบังเกอร์และหลุมหลบภัยทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 370,000 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับประชากรได้เกือบ 100% ของประเทศ ผสานกับแหล่งน้ำจืดจากเทือกเขาอัลไพน์ ระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

4. นอร์เวย์

นอร์เวย์มีทรัพยากรน้ำจืดอุดมสมบูรณ์และพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเป็นหลักเช่นเดียวกับไอซ์แลนด์ พร้อมทั้งมีความสามารถในการผลิตอาหารสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารทะเล นอกจากนี้ การมี ความหนาแน่นของประชากรต่ำ ยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ลดความกดดันในการใช้ทรัพยากร และช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5. ฟินแลนด์

ฟินแลนด์เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิกอีกแห่งที่ติดอันดับ ด้วยระบบเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินและการป้องกันภัยพลเรือนที่เข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่มีความเสถียร ตลอดจนศักยภาพทางเทคโนโลยีและการเกษตรที่ช่วยให้ประเทศสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาวะวิกฤต

สรุปภาพรวมความพร้อม

ปัจจัยร่วมที่ทำให้ทั้ง 5 ประเทศได้รับการประเมินว่าปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความมั่นคงทางอาหาร แหล่งน้ำจืด พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานในการปกป้องพลเรือนอย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ระดับโลก

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล