"ซุนหงอคง" เกิดในประเทศไหน? เปิดต้นกำเนิดแท้จริง อาจไม่ใช่จีนอย่างที่คิด!

"ซุนหงอคง" เกิดในประเทศไหน? เปิดต้นกำเนิดแท้จริง อาจไม่ใช่จีนอย่างที่คิด!

"ซุนหงอคง" เกิดในประเทศไหน? เปิดต้นกำเนิดแท้จริง อาจไม่ใช่จีนอย่างที่คิด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ซุนหงอคงเป็นคนประเทศไหน? เปิดต้นกำเนิดที่แท้จริง อาจไม่ใช่จีนอย่างที่หลายคนคิด

ซุนหงอคงเป็นคนจีนหรืออินเดีย? เปิดต้นกำเนิดราชาวานรในไซอิ๋ว เกิดจากหินวิเศษบนเขาฮวากั่วซาน พร้อม 3 ทฤษฎีเกี่ยวกับหนุมานและบุคคลในประวัติศาสตร์

เมื่อพูดถึง "ซุนหงอคง" หรือ "เห้งเจีย" ราชาวานรผู้มีพลังวิเศษจากวรรณกรรมจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" (Journey to the West) หลายคนคงนึกถึงตัวละครที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เพราะเป็นหนึ่งในตัวละครที่โด่งดังที่สุดของวรรณกรรมจีน และมีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร และเกมอย่างต่อเนื่อง

แต่รู้หรือไม่ว่า หากย้อนกลับไปดูเนื้อหาในวรรณกรรมต้นฉบับ ซุนหงอคงไม่ได้ถือกำเนิดในประเทศจีนตามภูมิศาสตร์ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน นักวิชาการยังตั้งข้อสันนิษฐานว่า ตัวละครราชาวานรผู้นี้อาจได้รับอิทธิพลจากตำนานและวัฒนธรรมของอินเดียด้วย

คำถามที่ว่า ซุนหงอคงเป็นคนประเทศไหน ระหว่างจีนกับอินเดีย? จึงมีคำตอบที่ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือบ้านเกิดของซุนหงอคงตามเนื้อเรื่องไซอิ๋ว และต้นแบบทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมที่อาจมีอิทธิพลต่อการสร้างตัวละครนี้

ซุนหงอคงเกิดที่ไหน? คำตอบในวรรณกรรมไซอิ๋ว

ในวรรณกรรมเรื่อง "ไซอิ๋ว" ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีน และมักระบุว่าประพันธ์โดยอู๋เฉิงเอิน (Wu Cheng'en) นักเขียนสมัยราชวงศ์หมิง ได้เล่าถึงกำเนิดของซุนหงอคงไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่บทแรกของเรื่อง

ซุนหงอคงไม่ได้เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นมนุษย์หรือวานรทั่วไป แต่ถือกำเนิดจากศิลาวิเศษบนภูเขาฮวากั่วซาน หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ "เขาฮวยก๊วยซัว" ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลใกล้ดินแดนที่มีชื่อว่า อาณาจักรอ้าวไหล (Aolai)

ตามเรื่องเล่า ศิลาวิเศษดังกล่าวได้รับพลังจากฟ้าดิน ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์มาเป็นเวลายาวนาน ก่อนจะแตกออกเป็นไข่หิน และเมื่อสัมผัสกับสายลมก็กลายเป็นลิงหินที่มีชีวิต

ต่อมาลิงหินตัวนี้ได้แสดงความกล้าหาญด้วยการกระโดดผ่านม่านน้ำตก เข้าไปค้นพบถ้ำที่ซ่อนอยู่ภายในภูเขา จนได้รับการยอมรับจากเหล่าฝูงลิงให้เป็นราชาวานร และอาศัยอยู่ในถ้ำสุ่ยเหลียนต้ง หรือถ้ำม่านน้ำ ก่อนออกเดินทางไปฝึกวิชาจนได้รับชื่อว่า "ซุนหงอคง"

อาณาจักรอ้าวไหล อยู่ประเทศจีนหรืออินเดีย?

ตามจักรวาลในวรรณกรรมไซอิ๋ว อาณาจักรอ้าวไหลตั้งอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า "ตงเซิ่งเสินโจว" หรือทวีปบูรพาวิเทหะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ทวีปของโลกตามคติจักรวาลที่ผู้ประพันธ์นำมาใช้ในเรื่อง

ดินแดนดังกล่าวไม่ได้เป็นประเทศที่สามารถระบุตำแหน่งบนแผนที่โลกปัจจุบันได้โดยตรง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิศาสตร์ในโลกวรรณกรรมที่ผสมผสานแนวคิดทางศาสนาและตำนาน

ดังนั้น หากถามว่าซุนหงอคงเกิดในประเทศใดตามเนื้อเรื่อง คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ซุนหงอคงถือกำเนิดบนเขาฮวากั่วซาน ใกล้อาณาจักรอ้าวไหล ซึ่งเป็นดินแดนสมมติ ไม่ใช่ประเทศจีนหรืออินเดียในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การที่ตัวละครนี้ปรากฏในวรรณกรรมจีนและได้รับการพัฒนาผ่านเรื่องเล่าของจีนหลายยุคสมัย ทำให้ซุนหงอคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะตัวละครสำคัญของวัฒนธรรมจีน

ทฤษฎีที่ 1 ซุนหงอคงอาจได้รับแรงบันดาลใจจากผู้ติดตามพระถังซัมจั๋งที่มีตัวตนจริง

แม้ซุนหงอคงจะเป็นตัวละครเหนือธรรมชาติ แต่เรื่องราวการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของพระถังซัมจั๋งมีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริง

พระถังซัมจั๋ง หรือพระเสวียนจั้ง (Xuanzang) เป็นพระภิกษุชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในอินเดียช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 และนำคัมภีร์พระพุทธศาสนาจำนวนมากกลับมายังจีน

นักวิชาการบางกลุ่มเชื่อว่า เรื่องเล่าเกี่ยวกับผู้ช่วยหรือผู้ติดตามพระเสวียนจั้งในระหว่างการเดินทาง อาจมีส่วนสำคัญต่อการสร้างตัวละครซุนหงอคงในวรรณกรรมยุคหลัง

สือผานถัว ผู้ติดตามที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับซุนหงอคง

หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการกล่าวถึงคือ สือผานถัว (Shi Pantuo) ซึ่งปรากฏในเรื่องเล่าประวัติการเดินทางของพระเสวียนจั้ง โดยมีการระบุว่าเป็นบุคคลจากกลุ่มชนทางตะวันตกของจีนที่เข้ามาช่วยเหลือพระภิกษุระหว่างการเดินทางช่วงแรก

นักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ติดตามที่มาจากชนต่างถิ่นอาจถูกเล่าขานและเปลี่ยนแปลงผ่านกาลเวลา จนกลายเป็นตัวละครผู้ช่วยที่มีรูปลักษณ์คล้ายลิงในนิทานและวรรณกรรม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่าสือผานถัวเป็นต้นแบบของซุนหงอคงโดยตรง จึงควรมองว่าเป็นเพียงหนึ่งในข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับพัฒนาการของตัวละครนี้

ภาพจิตรกรรมโบราณที่พบผู้ติดตามหน้าคล้ายลิง

หลักฐานอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือภาพจิตรกรรมพุทธศิลป์ในถ้ำโบราณบริเวณมณฑลกานซู่ ประเทศจีน โดยเฉพาะถ้ำอวี๋หลิน (Yulin Caves) และถ้ำเชียนฝอต้งตะวันออก ซึ่งมีภาพเกี่ยวกับการเดินทางอัญเชิญพระไตรปิฎก

ภาพบางแห่งแสดงพระเสวียนจั้งพร้อมม้าขาวและบุคคลผู้ติดตามที่มีใบหน้าหรือรูปลักษณ์คล้ายวานร ทำให้นักวิจัยมองว่า เรื่องเล่าของพระถังซัมจั๋งกับผู้ช่วยที่เป็นลิงอาจแพร่หลายมาก่อนวรรณกรรมไซอิ๋วฉบับราชวงศ์หมิงหลายร้อยปี

บทความจาก Project Himalayan Art ของ Rubin Museum อธิบายว่า ภาพจิตรกรรมลักษณะนี้พบในศิลปกรรมช่วงประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 11-13 และสะท้อนพัฒนาการของเรื่องเล่าพระเสวียนจั้งที่ผสมผสานประวัติศาสตร์กับตำนานทางศาสนา

หลักฐานดังกล่าวจึงช่วยยืนยันว่า ภาพของผู้ติดตามหน้าคล้ายวานรปรากฏในวัฒนธรรมการเล่าเรื่องมานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าบุคคลในภาพมีต้นแบบจากคนจริงคนใด

ทฤษฎีที่ 2 พระภิกษุอู้คง บุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเหมือนซุนหงอคง

อีกหนึ่งบุคคลที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับซุนหงอคงคือพระภิกษุที่มีชื่อทางธรรมว่า "อู้คง" (Wukong) ซึ่งมีตัวตนจริงในสมัยราชวงศ์ถัง

พระภิกษุรูปนี้เดิมมีชื่อว่า เชอเฟิ่งเฉา (Che Fengchao) มีชีวิตอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8-9 และเคยร่วมคณะเดินทางไปยังดินแดนทางตะวันตกในปี ค.ศ. 751

ต่อมาเขาได้เข้าสู่สมณเพศและใช้เวลาศึกษาพระพุทธศาสนาอยู่ต่างแดนเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อนเดินทางกลับจีนในปี ค.ศ. 790 และได้รับพระราชทานนามทางธรรมว่าอู้คง

เรื่องราวของพระภิกษุอู้คงมีความน่าสนใจ เพราะมีทั้งการเดินทางไปยังดินแดนตะวันตก การศึกษาพระพุทธศาสนา และชื่อที่ตรงกับตัวละครซุนหงอคง

อย่างไรก็ตาม พระภิกษุอู้คงเดินทางไปตะวันตกหลังจากยุคของพระเสวียนจั้งมากกว่า 100 ปี และไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าชีวิตของพระภิกษุรูปนี้เป็นต้นแบบของตัวละครราชาวานร

นักวิชาการจึงพิจารณาว่า ชื่อและเรื่องราวของพระอู้คงอาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการเล่าขานในยุคหลัง แต่ไม่ควรสรุปว่าพระภิกษุรูปนี้คือซุนหงอคงตัวจริง

ทฤษฎีที่ 3 ซุนหงอคงอาจมีต้นแบบจากหนุมานของอินเดีย

หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ซุนหงอคงอาจได้รับแรงบันดาลใจจาก "หนุมาน" (Hanuman) เทพวานรผู้ยิ่งใหญ่ในมหากาพย์รามายณะของอินเดีย

หนุมานเป็นตัวละครสำคัญที่มีพละกำลังมหาศาล สามารถกระโดดข้ามมหาสมุทร แปลงกาย และเปลี่ยนขนาดร่างกายได้ อีกทั้งยังมีความกล้าหาญและจงรักภักดีต่อพระราม

เมื่อเปรียบเทียบกับซุนหงอคง จะพบว่าตัวละครทั้งสองมีคุณลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะการเป็นวานรผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ความสามารถในการแปลงกาย การเดินทางระยะไกล และการช่วยเหลือตัวละครสำคัญในเรื่อง

นักวิชาการบางส่วนจึงเสนอว่า เรื่องเล่าของหนุมานอาจแพร่เข้าสู่จีนผ่านการติดต่อทางการค้า ศาสนา และวัฒนธรรมระหว่างอินเดียกับจีน ก่อนจะถูกผสมผสานกับตำนานพื้นเมืองจีนจนเกิดเป็นภาพลักษณ์ของซุนหงอคงในเวลาต่อมา

นักวิชาการจีนเคยถกเถียงเรื่องหนุมานกับซุนหงอคง

ข้อถกเถียงสำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดซุนหงอคงเกิดขึ้นในวงวิชาการจีนช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยหูซื่อ (Hu Shi) นักคิดและนักวิชาการชาวจีน เสนอว่าราชาวานรในไซอิ๋วอาจได้รับอิทธิพลจากหนุมานของอินเดีย

ในทางกลับกัน หลู่ซวิ่น (Lu Xun) นักเขียนและนักวิชาการชาวจีนคนสำคัญ เสนอแนวคิดที่ให้น้ำหนักกับตำนานพื้นเมืองจีน โดยเชื่อมโยงซุนหงอคงกับอู๋จือฉี (Wuzhiqi) สิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายวานรที่มีพลังเหนือธรรมชาติในตำนานจีน

แนวคิดทั้งสองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการถกเถียงทางวิชาการเกี่ยวกับต้นกำเนิดซุนหงอคงมาอย่างยาวนาน

แม้การเปรียบเทียบระหว่างซุนหงอคงกับหนุมานจะพบความคล้ายคลึงหลายประการ แต่งานวิจัยยังไม่สามารถยืนยันเส้นทางการถ่ายทอดเรื่องเล่าที่ชัดเจนได้ว่า ตัวละครซุนหงอคงถูกสร้างขึ้นจากหนุมานโดยตรง

ซุนหงอคงอาจไม่ได้มีต้นแบบจากบุคคลหรือตำนานเพียงเรื่องเดียว

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปกรรม จะพบว่าตัวละครซุนหงอคงอาจมีพัฒนาการจากเรื่องเล่าหลายสายที่ค่อย ๆ ผสมผสานกันตลอดหลายร้อยปี

งานวิจัยเรื่อง Xuanzang and The Journey to the West ของมาโกโตะ โยชิมูระ (Makoto Yoshimura) ซึ่งเผยแพร่ในปี 2021 ได้เสนอว่าผู้ติดตามพระเสวียนจั้งในประวัติศาสตร์ อาจมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของตัวละครวานรผู้ช่วยพระถังซัมจั๋ง

ขณะเดียวกัน งานศึกษาด้านวรรณกรรมยังพิจารณาความเชื่อมโยงกับตำนานหนุมานของอินเดีย ตำนานวานรของจีน และเรื่องเล่าทางพุทธศาสนาที่แพร่หลายอยู่ตามเส้นทางสายไหม

ที่สำคัญ เรื่องราวของผู้ช่วยที่มีลักษณะเป็นลิงปรากฏในวรรณกรรมก่อนยุคราชวงศ์หมิงแล้ว เช่น เรื่องเล่าการอัญเชิญพระไตรปิฎกในสมัยราชวงศ์ซ่ง ซึ่งมีตัวละครที่เรียกว่า "โหวสิงเจ่อ" (Hou Xingzhe) หรือผู้แสวงบุญที่เป็นลิง

การปรากฏตัวของโหวสิงเจ่อในวรรณกรรมยุคก่อน ทำให้เห็นว่าภาพของซุนหงอคงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากศูนย์ในเวลาเดียวกับการแต่งไซอิ๋วฉบับที่โด่งดัง แต่มีรากฐานจากการพัฒนาเรื่องเล่าหลายยุคสมัย

แล้วซุนหงอคงเป็นคนจีนหรืออินเดียกันแน่?

หากแยกคำถามออกเป็น 3 ด้าน จะช่วยให้เข้าใจคำตอบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเด็น คำตอบ
ซุนหงอคงเกิดที่ไหนตามเนื้อเรื่อง? เขาฮวากั่วซาน ใกล้อาณาจักรอ้าวไหล ในทวีปบูรพาวิเทหะ ซึ่งเป็นดินแดนสมมติ
ซุนหงอคงเป็นตัวละครจากวัฒนธรรมประเทศใด? เป็นตัวละครสำคัญจากวรรณกรรมและวัฒนธรรมจีน
ซุนหงอคงมีต้นแบบจากใคร? ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด อาจได้รับอิทธิพลจากตำนานจีน เรื่องเล่าของผู้ติดตามพระเสวียนจั้ง และหนุมานของอินเดีย

ดังนั้น การบอกว่าซุนหงอคงเป็นตัวละครจีนถือว่าถูกต้องในแง่ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์วรรณกรรม แต่หากถามถึงสถานที่เกิดในเนื้อเรื่อง ก็ต้องตอบว่าเป็นดินแดนสมมติ ส่วนข้อกล่าวอ้างว่าซุนหงอคงมีต้นแบบเป็นหนุมานของอินเดียยังคงเป็นสมมติฐานทางวิชาการที่ไม่มีข้อยุติ

สรุป ซุนหงอคงมาจากประเทศอะไร?

ซุนหงอคงเป็นตัวละครจากวรรณกรรมจีนเรื่องไซอิ๋ว แต่ตามเนื้อเรื่องถือกำเนิดจากศิลาวิเศษบนเขาฮวากั่วซาน ในอาณาจักรอ้าวไหล ซึ่งเป็นดินแดนสมมติ ไม่ใช่ประเทศจีนหรืออินเดียที่มีอยู่จริง

สำหรับต้นแบบของตัวละคร นักวิชาการมีข้อสันนิษฐานหลายแนวทาง ทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของพระเสวียนจั้ง พระภิกษุอู้คงในสมัยราชวงศ์ถัง ตำนานวานรของจีน และหนุมานจากมหากาพย์รามายณะของอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าซุนหงอคงมีต้นแบบมาจากบุคคลหรือตำนานใดเพียงแหล่งเดียว ความน่าสนใจของตัวละครนี้จึงไม่ได้อยู่แค่พลังวิเศษหรือความสามารถในการต่อสู้ แต่ยังสะท้อนการผสมผสานเรื่องเล่า ความเชื่อ และวัฒนธรรมของผู้คนในเอเชียที่สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Journey to the West - Chapter 1: The Birth of the Stone Monkey
  2. National Geographic - The Real History Behind the Legend of Sun Wukong, China's Monkey King
  3. Makoto Yoshimura (2021) - Xuanzang and The Journey to the West
  4. Project Himalayan Art, Rubin Museum - Cave 3 at Yulin Cave Temples
  5. Arjan Sterken (2022) - Sun Wukong (Monkey King) as a Humorous Force in the Chinese Discourse on the Three Teachings
  6. Cogent Arts & Humanities (2025) - Metamorphosis in Journey to the West
  7. Academy of Chinese Studies - Journey to the West
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล