ตอบคำว่า "ใช่" กับมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง เงินหมดบัญชี จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์

ตอบคำว่า "ใช่" กับมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง เงินหมดบัญชี จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์

ตอบคำว่า "ใช่" กับมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง เงินหมดบัญชี จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ตอบคำว่า "ใช่" กับมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง เงินในบัญชีที่ผูกไว้กับเบอร์โทรศัพท์จะถูกถอนออกไป จริงหรือไม่?

บนสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันส่งข้อความ มีการส่งต่อคำเตือนที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยอ้างว่าหากรับสายมิจฉาชีพทางโทรศัพท์แล้วเผลอตอบรับคำว่า "ใช่" จำนวน 2 ครั้ง เงินในบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับเบอร์โทรศัพท์จะถูกถอนออกไปทันที ข้อมูลดังกล่าวถูกแชร์ซ้ำเป็นวงกว้างเนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางการเงิน

กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เพื่อป้องกันการเผยแพร่ Fake News และชี้แจงกระบวนการทำงานของระบบความปลอดภัยทางการเงินที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบ

คำถาม

มีการแชร์ข้อความเตือนภัยว่า หากสนทนาทางโทรศัพท์กับมิจฉาชีพแล้วตอบรับคำว่า "ใช่" เพียง 2 ครั้ง ระบบจะดูดเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์จนหมดบัญชี จริงหรือไม่?

การตรวจสอบ

กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ในทางเทคนิคแล้ว ระบบธุรกรรมทางการเงินของธนาคารไม่สามารถสั่งถอนหรือโอนเงินผ่านระบบเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ธรรมดาได้

การทำธุรกรรมหรือถอนเงินจากบัญชีธนาคาร จำเป็นต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนขั้นสูงตามมาตรฐานสถาบันการเงิน เช่น การกรอกรหัส PIN, รหัสผ่าน OTP หรือการสแกนใบหน้า (Biometrics) จึงไม่สามารถข้ามขั้นตอนความปลอดภัยเหล่านี้ได้เพียงแค่การบันทึกเสียงคำว่า "ใช่"

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพในรูปแบบอื่น เช่น การหว่านล้อมให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยตนเอง การหลอกล่อให้บอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือการส่งลิงก์หลอกลวงเพื่อติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล ซึ่งเป็นวิธีที่มิจฉาชีพใช้ดูดเงินได้จริง

ข้อเท็จจริง

ข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง ในทางเทคนิคไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้เพียงเพราะการพูดคำว่า "ใช่" ทางโทรศัพท์ เนื่องจากการทำธุรกรรมต้องผ่านระบบยืนยันตัวตนของสถาบันการเงินอย่างเคร่งครัด

อ้างอิง

  1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand)
  2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล