เปิดชื่อ 7 ประเทศร่ำรวย ที่มี "คะแนนสอบต่ำ" อันดับ 1 อาจคาดไม่ถึง!

เปิดชื่อ 7 ประเทศร่ำรวย ที่มี "คะแนนสอบต่ำ" อันดับ 1 อาจคาดไม่ถึง!

เปิดชื่อ 7 ประเทศร่ำรวย ที่มี "คะแนนสอบต่ำ" อันดับ 1 อาจคาดไม่ถึง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 7 ประเทศร่ำรวย แต่คะแนนการศึกษาสวนทางฐานะ ปี 2026 ประเทศมหาเศรษฐีน้ำมันติดหลายอันดับ

เปิด 7 ประเทศร่ำรวยแต่คะแนน PISA ต่ำกว่าที่คาด ปี 2026 ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ UAE ติดอันดับต้น ๆ พร้อมเทียบคะแนนการศึกษากับไทยและ OECD

ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอาจไม่ได้มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดเสมอไป แม้จะมีรายได้มหาศาลจากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ผลการทดสอบความสามารถของนักเรียนในบางประเทศกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างน่าประหลาดใจ

เว็บไซต์ WorldRankd เผยแพร่รายงาน "7 Rich Countries With Low Test Scores (Their Wealth Should Buy Better)" ในเดือนกันยายน 2026 โดยนำข้อมูลความมั่งคั่งของประเทศจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2025 มาเปรียบเทียบกับผลการประเมิน PISA 2022 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

ผลการจัดอันดับพบว่า ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตะวันออกกลางติดอันดับต้น ๆ ขณะที่ประเทศร่ำรวยในยุโรปอย่างไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ก็น่าจับตา เพราะคะแนนนักเรียนลดลงจากการประเมินครั้งก่อนอย่างชัดเจน สะท้อนคำถามสำคัญว่า เหตุใดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจึงไม่สามารถรับประกันผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีได้?

PISA คืออะไร? ทำไมใช้วัดคุณภาพการศึกษาแต่ละประเทศ?

PISA หรือ Programme for International Student Assessment เป็นโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนอายุประมาณ 15 ปี ซึ่งดำเนินการโดย OECD เพื่อวัดความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ไม่ได้มุ่งทดสอบเพียงความสามารถในการจดจำเนื้อหาจากตำราเรียน

การประเมินครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ โดย PISA 2022 มีนักเรียนเข้าร่วมประมาณ 690,000 คน จาก 81 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก และให้ความสำคัญกับการประเมินด้านคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ

สำหรับคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ในปี 2022 พบว่า คณิตศาสตร์อยู่ที่ 472 คะแนน การอ่าน 476 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 485 คะแนน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สามารถใช้เปรียบเทียบภาพรวมการเรียนรู้ของประเทศต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม คะแนน PISA ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาทุกมิติ เพราะยังมีปัจจัยอื่น เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทักษะอาชีพ การเข้าถึงโรงเรียน และคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

WorldRankd จัดอันดับประเทศร่ำรวยแต่คะแนน PISA ต่ำอย่างไร?

รายงาน WorldRankd ไม่ได้จัดอันดับประเทศตามคะแนน PISA ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ดัชนี WorldRankd Composite Index หรือ WURSA เพื่อเปรียบเทียบความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ประเทศนั้นทำได้

สำหรับตัวชี้วัดความมั่งคั่ง รายงานใช้ GDP ต่อหัวแบบปรับตามความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ หรือ Purchasing Power Parity (PPP) ซึ่งช่วยเปรียบเทียบมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงระดับราคาในแต่ละประเทศ

ดัชนีดังกล่าวแบ่งเกณฑ์ประเมินออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่

  • ความมั่งคั่งของประเทศ 25% ใช้ GDP ต่อหัวแบบ PPP ปี 2025 โดยประเทศที่ร่ำรวยมากจะถูกคาดหวังให้มีผลการศึกษาที่ดีตามไปด้วย
  • คะแนนคณิตศาสตร์ 25% ใช้ผลการประเมิน PISA 2022 โดยคะแนนที่ต่ำกว่าจะเพิ่มคะแนนความไม่สอดคล้องระหว่างรายได้กับผลการศึกษา
  • คะแนนการอ่าน 20% เปรียบเทียบผลการอ่านของนักเรียนกับค่าเฉลี่ย OECD
  • คะแนนวิทยาศาสตร์ 20% เปรียบเทียบผลการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับค่าเฉลี่ย OECD
  • แนวโน้มคะแนน 10% พิจารณาการเปลี่ยนแปลงของคะแนนระหว่าง PISA 2018 และ PISA 2022

ดังนั้น ประเทศที่ร่ำรวยมากแต่มีคะแนนสอบต่ำ หรือมีคะแนนลดลงต่อเนื่อง จะมีแนวโน้มได้คะแนนดัชนีสูงกว่า ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวเป็นวิธีคำนวณของ WorldRankd ไม่ใช่อันดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นทางการที่ OECD จัดทำขึ้น

เปิด 7 ประเทศร่ำรวย แต่คะแนน PISA ต่ำกว่าที่คาด ตามดัชนี WorldRankd ปี 2026

อันดับ ประเทศ GDP ต่อหัว PPP (ดอลลาร์สหรัฐ) คณิตศาสตร์ การอ่าน วิทยาศาสตร์ คะแนน WorldRankd
1 ซาอุดีอาระเบีย 78,815 389 383 390 74.37
2 กาตาร์ 112,312 414 419 432 68.88
3 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 87,774 431 417 432 67.33
4 ไอซ์แลนด์ 82,730 459 436 447 65.44
5 บรูไน 97,858 442 429 446 62.55
6 นอร์เวย์ 115,548 468 477 478 61.16
7 อิสราเอล 59,095 458 474 465 55.43

หมายเหตุ: ตัวเลข GDP ต่อหัวและคะแนน WorldRankd มาจากรายงานต้นฉบับ ส่วนคะแนน PISA รายวิชาใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบจาก OECD โดยเรียงลำดับคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้อง อันดับนี้ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 7 ประเทศมีระบบการศึกษาแย่ที่สุดในโลก

อันดับ 1 ซาอุดีอาระเบีย ประเทศร่ำรวยจากน้ำมัน แต่คะแนน PISA ยังต่ำมาก

ซาอุดีอาระเบียครองอันดับ 1 ของ WorldRankd ด้วยคะแนน 74.37 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 78,815 ดอลลาร์สหรัฐ หรืออยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ผลการประเมิน PISA 2022 ของซาอุดีอาระเบียกลับอยู่ที่ 389 คะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ 383 คะแนนในด้านการอ่าน และ 390 คะแนนในวิทยาศาสตร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามด้านอย่างชัดเจน

หากนำคะแนนทั้งสามวิชามาหาค่าเฉลี่ยอย่างง่าย จะอยู่ที่ประมาณ 387 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสามวิชาของ OECD ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 478 คะแนน ถึงราว 91 คะแนน

WorldRankd มองว่าซาอุดีอาระเบียเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่มีทรัพยากรทางเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนความมั่งคั่งดังกล่าวให้กลายเป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศรายได้สูงได้

แม้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์ Vision 2030 รวมถึงพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมทักษะของประชากร แต่ผล PISA 2022 ยังสะท้อนว่าการยกระดับผลการเรียนรู้เป็นความท้าทายที่ต้องใช้เวลา

อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบคะแนนกับปี 2018 พบว่าคณิตศาสตร์ของซาอุดีอาระเบียปรับเพิ่มจากประมาณ 373 เป็น 389 คะแนน จึงไม่ควรสรุปว่าระบบการศึกษาไม่มีพัฒนาการเลย เพียงแต่ผลการเรียนรู้โดยรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ค่อนข้างมาก

อันดับ 2 กาตาร์ GDP ต่อหัวทะลุ 112,000 ดอลลาร์ แต่คะแนนคณิตศาสตร์อยู่ที่ 414

กาตาร์อยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนน WorldRankd 68.88 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 112,312 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประเทศส่วนใหญ่อย่างมาก และสะท้อนความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ

แม้จะมีทรัพยากรทางการเงินมหาศาล แต่ผล PISA 2022 ของกาตาร์อยู่ที่ 414 คะแนนในคณิตศาสตร์ 419 คะแนนในด้านการอ่าน และ 432 คะแนนในวิทยาศาสตร์ โดยทุกวิชายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD

เฉพาะด้านคณิตศาสตร์ กาตาร์ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ถึง 58 คะแนน ขณะที่เวียดนามซึ่งมี GDP ต่อหัวต่ำกว่ามาก กลับทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้ 469 คะแนน ซึ่งสูงกว่ากาตาร์ถึง 55 คะแนน

อย่างไรก็ตาม กาตาร์มีแนวโน้มคะแนนบางด้านดีขึ้น โดยเฉพาะการอ่านและวิทยาศาสตร์เมื่อเทียบกับปี 2018 ซึ่งอาจสะท้อนความก้าวหน้าของความพยายามปฏิรูปการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา

WorldRankd จึงจัดกาตาร์เป็นอันดับ 2 แทนที่จะเป็นอันดับ 1 เพราะแม้ผลคะแนนยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับความมั่งคั่ง แต่ทิศทางการพัฒนาบางด้านมีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศที่คะแนนยังทรงตัว

อันดับ 3 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เศรษฐกิจทันสมัย แต่ผลสอบยังไม่ถึงค่าเฉลี่ย OECD

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ได้คะแนน WorldRankd 67.33 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 87,774 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นประเทศที่มีการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการพัฒนาเมือง

แต่ผล PISA 2022 กลับอยู่ที่ 431 คะแนนในคณิตศาสตร์ 417 คะแนนในด้านการอ่าน และ 432 คะแนนในวิทยาศาสตร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามวิชา

รายงานต้นฉบับชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโรงเรียนเอกชนระดับสูงกับโรงเรียนในระบบที่มีความหลากหลายด้านหลักสูตรและกลุ่มประชากร โดยเฉพาะในประเทศที่มีแรงงานและครอบครัวชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การอธิบายสาเหตุของคะแนนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ภาษาในการเรียนการสอน โครงสร้างหลักสูตร และพื้นฐานของนักเรียน ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากโรงเรียนประเภทใดหรือประชากรกลุ่มใดเพียงกลุ่มเดียว

กรณีของ UAE จึงสะท้อนว่า การมีเมืองที่ทันสมัย มหาวิทยาลัยนานาชาติ และเทคโนโลยีการศึกษาระดับสูง ไม่ได้หมายความว่านักเรียนทุกกลุ่มจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน

อันดับ 4 ไอซ์แลนด์ ประเทศร่ำรวยในยุโรปเหนือที่คะแนน PISA ลดลงน่าจับตา

ไอซ์แลนด์ได้คะแนน WorldRankd 65.44 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 82,730 ดอลลาร์สหรัฐ แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีระบบสวัสดิการและคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับสูง แต่ผลการเรียนรู้ของนักเรียนกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการประเมินครั้งก่อน

ผล PISA 2022 พบว่าไอซ์แลนด์มีคะแนนคณิตศาสตร์ 459 คะแนน การอ่าน 436 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 447 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามด้าน

เมื่อเทียบกับ PISA 2018 คะแนนคณิตศาสตร์ลดลงจากประมาณ 495 เหลือ 459 คะแนน ขณะที่คะแนนการอ่านและวิทยาศาสตร์ก็ลดลงอย่างชัดเจนเช่นกัน ทำให้ไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงลบมากที่สุดในกลุ่มที่ WorldRankd ศึกษา

ความน่ากังวลของไอซ์แลนด์จึงไม่ใช่เพียงการมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่เป็นทิศทางที่คะแนนลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาระหว่างการประเมินสองรอบ

อย่างไรก็ตาม การลดลงของคะแนนเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของการเรียนการสอนระหว่างการระบาดของโควิด-19 จึงควรพิจารณาปัจจัยดังกล่าวร่วมกับแนวโน้มระยะยาว โดยไม่สรุปว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากนโยบายการศึกษาเพียงด้านเดียว

อันดับ 5 บรูไน ประเทศร่ำรวยจากน้ำมันและก๊าซที่คะแนนเริ่มปรับตัวดีขึ้น

บรูไนได้คะแนน WorldRankd 62.55 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 97,858 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับ PISA 2022 บรูไนทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้ 442 คะแนน การอ่าน 429 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 446 คะแนน โดยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามด้าน โดยเฉพาะการอ่านที่มีช่องว่างถึง 47 คะแนน

อย่างไรก็ตาม บรูไนมีแนวโน้มพัฒนาการที่น่าสนใจ เนื่องจากผลคะแนนดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการประเมิน PISA 2018 ทั้งด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศที่คะแนนลดลง

WorldRankd จึงมองว่าบรูไนเป็นประเทศที่แม้ยังมีช่องว่างระหว่างความมั่งคั่งกับผลการศึกษา แต่ก็เริ่มแสดงให้เห็นทิศทางการปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ประเด็นสำคัญสำหรับบรูไนคือการพัฒนาทักษะประชากรในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของแรงงานสำหรับเศรษฐกิจที่ไม่พึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว

อันดับ 6 นอร์เวย์ ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่ม แต่คะแนนไม่ได้สูงตามฐานะ

นอร์เวย์อยู่ในอันดับ 6 ด้วยคะแนน WorldRankd 61.16 คะแนน และมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 115,548 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา 7 ประเทศที่ถูกจัดอันดับครั้งนี้

ผล PISA 2022 ของนอร์เวย์อยู่ที่ 468 คะแนนในคณิตศาสตร์ 477 คะแนนในด้านการอ่าน และ 478 คะแนนในวิทยาศาสตร์ โดยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD เล็กน้อย ส่วนการอ่านสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD อยู่ 1 คะแนน

สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคะแนนปัจจุบันคือแนวโน้มการลดลง โดยคะแนนคณิตศาสตร์ของนอร์เวย์ลดจากประมาณ 501 คะแนนในปี 2018 เหลือ 468 คะแนนในปี 2022 หรือลดลงถึง 33 คะแนน

นอกจากนี้ คะแนนด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ก็ปรับลดลงเช่นกัน สะท้อนความท้าทายด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แม้ประเทศจะมีทรัพยากรทางเศรษฐกิจและระบบสวัสดิการที่เอื้อต่อการลงทุนด้านการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนของนอร์เวย์ยังอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย OECD มากกว่าหลายประเทศในอันดับต้น ๆ จึงไม่ควรตีความว่าประเทศนี้มีระบบการศึกษาคุณภาพต่ำโดยรวม แต่ประเด็นสำคัญคือคะแนนที่ลดลงเมื่อเทียบกับการประเมินรอบก่อน

อันดับ 7 อิสราเอล ประเทศเศรษฐกิจเทคโนโลยีที่ยังมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

อิสราเอลอยู่ในอันดับ 7 ด้วยคะแนน WorldRankd 55.43 คะแนน โดยมี GDP ต่อหัวแบบ PPP ประมาณ 59,095 ดอลลาร์สหรัฐ และเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ผล PISA 2022 พบว่าอิสราเอลได้คะแนนคณิตศาสตร์ 458 คะแนน การอ่าน 474 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 465 คะแนน โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามวิชา แม้การอ่านจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพียงเล็กน้อยก็ตาม

WorldRankd ระบุว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของอิสราเอลคือความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างกลุ่มนักเรียนและสถานศึกษา ซึ่งอาจทำให้ค่าเฉลี่ยระดับประเทศไม่สะท้อนความสามารถของนักเรียนในโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาควรพิจารณาปัจจัยอย่างฐานะทางเศรษฐกิจ ภาษา ทรัพยากรของโรงเรียน และโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยไม่เหมารวมความสามารถของนักเรียนจากภูมิหลังทางวัฒนธรรมหรือศาสนา

เนื่องจากคะแนน PISA ของอิสราเอลอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย OECD มากกว่าหลายประเทศในรายงาน และแนวโน้มระหว่างปี 2018 ถึง 2022 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง จึงได้รับคะแนนดัชนีต่ำที่สุดในกลุ่มนี้

ทำไมประเทศร่ำรวยจึงไม่ได้มีคะแนนการศึกษาสูงเสมอไป?

การเปรียบเทียบทั้ง 7 ประเทศเผยให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ความมั่งคั่งของประเทศไม่ได้แปลว่าจะสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีได้โดยอัตโนมัติ เพราะ GDP ต่อหัวเป็นตัวชี้วัดขนาดเศรษฐกิจเฉลี่ย ไม่ใช่จำนวนเงินที่รัฐบาลใช้จ่ายต่อนักเรียนโดยตรง

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น คุณภาพครู การพัฒนาหลักสูตร การใช้เวลาเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียน การสนับสนุนจากครอบครัว และความต่อเนื่องของนโยบายการศึกษา

รายงาน PISA ของ OECD ยังชี้ให้เห็นว่า แม้ระดับทรัพยากรทางการเงินมีความสำคัญต่อระบบการศึกษา แต่ในประเทศที่มีการลงทุนด้านการศึกษาอยู่ในระดับสูงแล้ว การเพิ่มงบประมาณเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้ปรับปรุงวิธีใช้ทรัพยากรและคุณภาพการเรียนรู้ควบคู่กันไป

ดังนั้น การประเมินระบบการศึกษาของประเทศหนึ่งจึงไม่ควรพิจารณาเพียงฐานะเศรษฐกิจหรือคะแนนสอบปีเดียว แต่ควรศึกษาทั้งแนวโน้มระยะยาว ความเท่าเทียมทางการศึกษา และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนในกลุ่มต่าง ๆ ด้วย

เวียดนามและเอสโตเนีย ตัวอย่างประเทศที่มีคะแนน PISA สูงกว่าบางชาติที่ร่ำรวยกว่า

อีกหนึ่งประเด็นที่ WorldRankd นำมาเปรียบเทียบคือผลการศึกษาของประเทศที่มีรายได้ต่ำกว่าบางประเทศในรายชื่อ แต่กลับทำคะแนน PISA ได้สูงกว่าอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น เวียดนามมีคะแนน PISA 2022 ด้านคณิตศาสตร์ 469 คะแนน การอ่าน 462 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 472 คะแนน โดยคะแนนคณิตศาสตร์สูงกว่าซาอุดีอาระเบียถึง 80 คะแนน และสูงกว่ากาตาร์ 55 คะแนน

ส่วนเอสโตเนียซึ่งเป็นประเทศในยุโรปเหนือ มีคะแนนคณิตศาสตร์ 510 คะแนน การอ่าน 511 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 526 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามด้าน และสูงกว่าหลายประเทศร่ำรวยในรายงาน

การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่าประเทศรายได้ต่ำกว่าจะมีระบบการศึกษาดีกว่าเสมอไป แต่สะท้อนว่าการออกแบบนโยบาย การพัฒนาครู การลดความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพการจัดการเรียนรู้ อาจมีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่าระดับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

ประเทศไทยมีคะแนน PISA เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ 7 ประเทศร่ำรวย?

สำหรับประเทศไทย ผลการประเมิน PISA 2022 อยู่ที่ 394 คะแนนในคณิตศาสตร์ 379 คะแนนในด้านการอ่าน และ 409 คะแนนในวิทยาศาสตร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทุกด้าน

หากเปรียบเทียบเฉพาะคณิตศาสตร์ ไทยมีคะแนน 394 คะแนน สูงกว่าซาอุดีอาระเบียซึ่งได้ 389 คะแนนเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ากาตาร์ บรูไน และประเทศรายได้สูงอื่น ๆ ในรายชื่อ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 7 ประเทศของ WorldRankd เนื่องจากรายงานนี้คัดเลือกประเทศที่มี GDP ต่อหัวอยู่ในระดับสูง แล้วจึงเปรียบเทียบกับคะแนน PISA ไม่ได้เป็นการจัดอันดับผลการศึกษาของทุกประเทศทั่วโลกโดยตรง

สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีคะแนนสูงหรือต่ำกว่าประเทศที่ร่ำรวยกว่า แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทย และลดช่องว่างทางการศึกษาระหว่างกลุ่มนักเรียนและสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

สรุป 7 ประเทศร่ำรวยแต่คะแนน PISA ต่ำกว่าที่คาด ปี 2026

การจัดอันดับของ WorldRankd พบว่า ซาอุดีอาระเบียครองอันดับ 1 ของประเทศที่มีช่องว่างระหว่างความมั่งคั่งกับผลการศึกษา ตามด้วยกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไอซ์แลนด์ บรูไน นอร์เวย์ และอิสราเอล โดยเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล GDP ต่อหัวปี 2025 กับผล PISA 2022

ประเทศในตะวันออกกลางหลายแห่งมีคะแนน PISA ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ค่อนข้างมาก แม้จะมีทรัพยากรทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่ไอซ์แลนด์และนอร์เวย์มีประเด็นสำคัญเรื่องคะแนนที่ลดลงจากการประเมินครั้งก่อน ส่วนบรูไนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แม้ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับนี้เป็นดัชนีที่เว็บไซต์ WorldRankd พัฒนาขึ้นเอง ไม่ใช่การตัดสินว่าประเทศเหล่านี้มีระบบการศึกษาแย่ที่สุดในโลก และคะแนน PISA ก็ไม่ใช่เครื่องมือที่วัดคุณภาพการศึกษาได้ทุกด้าน

สิ่งสำคัญที่ข้อมูลชุดนี้สะท้อนคือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม และการพัฒนาทักษะของนักเรียนให้ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. WorldRankd - 7 Rich Countries With Low Test Scores (Their Wealth Should Buy Better)
  2. OECD - PISA 2022 Results (Volume I): The State of Learning and Equity in Education
  3. OECD - How Did Countries Perform in PISA 2022?
  4. Federal Statistical Office of Germany - International PISA 2022 Comparison
  5. International Monetary Fund - World Economic Outlook Database
  6. UNICEF Thailand - Human Capital Development in Thailand
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล