ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้

ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้

ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เดินหน้าสู่วันที่ 4 ที่จังหวัดยะลา กับภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้ สร้างนักคิดและนักนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจอนาคต ขณะที่ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ชู Active Learning GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทย ตอบโจทย์ผลประเมิน PISA ด้านเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขานรับ พร้อมเปลี่ยนวิธีสอน สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กชายแดนใต้

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดโครงการพลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา มีผู้บริหารและครูเข้าร่วมกว่า 400 คน

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระบุว่า ยะลาเป็นหนึ่งใน 8 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาครูให้สามารถส่งเสริมเด็กคิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ จะช่วยสร้างรากฐานสำคัญของเยาวชนในอนาคต

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. มองว่า ความท้าทายของการศึกษาไทยที่สะท้อนผ่านผลประเมิน PISA คือความจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา จึงต้องเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากการจดจำเนื้อหา ไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้วยตนเอง

โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ที่มีทรัพยากรทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง และผลไม้ หากเด็กได้รับการฝึกทักษะการเป็นนักนวัตกรตั้งแต่เยาว์วัย ก็จะสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้มาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ได้

ดร.ศักดิ์สิน ยังมั่นใจว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วกว่ากรอบ 3 ปี เพราะผู้บริหารและครูให้ความสนใจอย่างจริงจัง หากเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริหารและครูได้ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนทั้งระบบ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ของ พว. ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นที่นำกิจกรรมการเรียนรู้ไปแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่เคยแสดงความสนใจร่วมลงทุน แต่ยืนยันว่าต้องการเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กไทยก่อนขยายองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ

ด้านนายอามีน กะดะแซ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ชี้ว่า หัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาอยู่ที่ครู หากยังใช้วิธีสอนแบบเดิม คุณภาพผู้เรียนก็ยากจะเปลี่ยน แต่หากครูเข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้เด็กคิดและลงมือปฏิบัติจริง ก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ ดร.มูหัมมะริดวาน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา สะท้อนว่า ผู้บริหารและครูในพื้นที่ตื่นตัวอย่างมากกับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน พร้อมนำองค์ความรู้จากการอบรมไปขยายผลในโรงเรียน เพื่อให้เด็กชายแดนใต้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอบรมครู แต่เป็นความพยายามเปลี่ยนอนาคตการศึกษาชายแดนใต้ จากห้องเรียนที่เน้นการรับความรู้ สู่ห้องเรียนที่สร้างนักคิด นักแก้ปัญหา และนักนวัตกร ที่สามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล