ย้อนชีวิตหญิงเคยหนัก 353 กก. ลดน้ำหนักได้มหาศาล ก่อนเสียชีวิตในวัย 50

ย้อนชีวิต Charity Pierce หญิงที่เคยหนัก 353 กก. ลดน้ำหนักครั้งใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในวัย 50 ปี
ย้อนเรื่องราวของ แชริตี้ เพียร์ซ (Charity Pierce) หญิงชาวอเมริกันที่เคยมีน้ำหนักมากถึง 353 กิโลกรัม และเป็นที่รู้จักจากรายการเรียลลิตี้ My 600-lb Life ของช่อง TLC หลังตัดสินใจเข้ารับการรักษาโรคอ้วนขั้นรุนแรง จนสามารถลดน้ำหนักได้อย่างมหาศาล และกลับมาทำกิจกรรมหลายอย่างที่เคยเป็นเรื่องยากในชีวิตประจำวัน
ตลอดเส้นทางการรักษา เธอต้องเผชิญทั้งปัญหาสุขภาพ ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด การสูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัว และความท้าทายด้านสภาพจิตใจ แต่ยังคงพยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของแชริตี้มีข่าวเศร้าในเวลาต่อมา เมื่อเธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 ขณะอายุ 50 ปี โดยมีลูกสาวและคนในครอบครัวอยู่เคียงข้างในช่วงสุดท้ายของชีวิต หลังเผชิญปัญหาสุขภาพต่อเนื่องหลายปี
จากน้ำหนัก 353 กิโลกรัม สู่ชีวิตที่ต้องพึ่งพาคนในครอบครัว
แชริตี้ เพียร์ซ อาศัยอยู่ในเมืองซีดาร์แรพิดส์ รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอกลายเป็นที่รู้จักเมื่อเข้าร่วมรายการ My 600-lb Life ซีซัน 3 ซึ่งออกอากาศในปี 2015 โดยขณะเริ่มต้นการถ่ายทำเธอมีน้ำหนักประมาณ 778 ปอนด์ หรือราว 353 กิโลกรัม
น้ำหนักตัวที่สูงส่งผลให้แชริตี้มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เธอไม่สามารถทำกิจวัตรหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง และต้องอาศัยความช่วยเหลือจากลูกสาว รวมถึงคนใกล้ชิดในการดูแลชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ เธอยังเผชิญภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ซึ่งทำให้ขาข้างหนึ่งบวมผิดปกติและเพิ่มความยากลำบากในการเดิน รวมถึงสร้างปัญหาในการดูแลผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณที่ได้รับผลกระทบ
ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ แชริตี้จึงเริ่มตระหนักว่าตนเองต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อเปลี่ยนแปลงสุขภาพ และเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น
บาดแผลในวัยเด็กและความสัมพันธ์กับอาหาร
ในรายการ แชริตี้เปิดเผยว่าเธอเติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีความรุนแรง โดยเคยเห็นพ่อทำร้ายแม่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเธอเป็นเวลานาน
เธอเล่าว่าอาหารกลายเป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมความรู้สึกในช่วงเวลาที่เผชิญความเครียด ความเศร้า และปัญหาทางอารมณ์ ก่อนที่พฤติกรรมดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวัยผู้ใหญ่
อย่างไรก็ตาม โรคอ้วนเป็นภาวะสุขภาพที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งพันธุกรรม ระบบฮอร์โมน สิ่งแวดล้อม การใช้ยา พฤติกรรมการรับประทานอาหาร และสุขภาพจิต จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าปัญหาน้ำหนักตัวของบุคคลหนึ่งเกิดจากประสบการณ์ทางจิตใจเพียงอย่างเดียว
สำหรับแชริตี้ การดูแลสุขภาพจิตจึงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของกระบวนการรักษา ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดูแลทางการแพทย์
จุดเปลี่ยนสำคัญ เข้ารับการรักษากับแพทย์จาก My 600-lb Life
เมื่อแชริตี้ตัดสินใจเข้าร่วมรายการ My 600-lb Life เธอได้รับการดูแลจาก นพ.ยูนาน นาวซาราดาน (Dr. Younan Nowzaradan) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคอ้วน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ Dr. Now
ในช่วงเริ่มต้น น้ำหนักตัวของเธอยังสูงเกินเกณฑ์ที่แพทย์ต้องการก่อนเข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร จึงจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนักภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงของการผ่าตัด
หลังจากผ่านการรักษาและควบคุมอาหาร แชริตี้สามารถลดน้ำหนักลงมาอยู่ที่ประมาณ 650 ปอนด์ หรือ 295 กิโลกรัม ก่อนเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวเธอต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งสมองเสียชีวิตระหว่างที่เธอกำลังอยู่ในกระบวนการรักษา ทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ลดน้ำหนักได้มากกว่า 200 กิโลกรัม แต่ยังต้องผ่าตัดหลายครั้ง
หลังการผ่าตัดกระเพาะอาหาร แชริตี้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสิ้นสุดช่วงแรกของรายการ เธอลดน้ำหนักจากประมาณ 778 ปอนด์ เหลือ 496 ปอนด์ หรือราว 225 กิโลกรัม เท่ากับลดไปประมาณ 128 กิโลกรัมในช่วงเวลานั้น
ต่อมา ในรายการ My 600-lb Life: Where Are They Now? มีการติดตามความเปลี่ยนแปลงของเธอเพิ่มเติม โดยรายงานบางแห่งระบุว่าแชริตี้เคยลดน้ำหนักจากจุดสูงสุดได้มากกว่า 500 ปอนด์ หรือประมาณ 227 กิโลกรัมในช่วงหนึ่งของการรักษา
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขน้ำหนักที่ปรากฏในรายงานแต่ละช่วงแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่บันทึกคนละเวลา จึงไม่ควรเข้าใจว่าแชริตี้รักษาน้ำหนักตัวไว้ที่ระดับต่ำสุดดังกล่าวตลอดมา หรือใช้ตัวเลขนั้นแทนน้ำหนักช่วงสุดท้ายของชีวิต
แม้น้ำหนักจะลดลงมาก แต่เธอยังต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับผิวหนังส่วนเกินและเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบจากภาวะบวมน้ำเหลือง โดยมีรายงานว่าการผ่าตัดครั้งหนึ่งสามารถนำก้อนเนื้อเยื่อบริเวณขาออกได้ประมาณ 26 กิโลกรัม
เผชิญภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง
การลดน้ำหนักครั้งใหญ่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาสุขภาพของแชริตี้จะสิ้นสุดลง เพราะหลังจากนั้นเธอยังต้องจัดการกับผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดการเสียดสี อับชื้น และเพิ่มความยากลำบากในการดูแลสุขอนามัย
แชริตี้เคยเปิดเผยว่าเธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายครั้งจากการติดเชื้อบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบติดเชื้อ หรือ Cellulitis ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเธอ
นอกจากนี้ เธอยังเคยเข้ารับการผ่าตัดนำผิวหนังส่วนเกินบริเวณหน้าท้องออกประมาณ 17 กิโลกรัม แต่หลังผ่าตัดกลับเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงจนต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด
ปัญหาสุขภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การลดน้ำหนักในผู้ที่มีโรคอ้วนขั้นรุนแรงอาจต้องใช้กระบวนการรักษาระยะยาว และไม่ได้จบลงเพียงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารหรือการลดตัวเลขบนเครื่องชั่งเท่านั้น
ชีวิตหลังลดน้ำหนัก แชริตี้กลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้มากขึ้น
เมื่อร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง แชริตี้สามารถกลับมาเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้นกว่าช่วงเริ่มต้นรายการ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสำคัญสำหรับผู้ที่เคยต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่นอย่างมาก
ในรายการติดตามชีวิต เธอเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความหวังที่จะกลับมาทำงาน มีรถยนต์ของตัวเอง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะชาร์ลี โจ ลูกสาว
อย่างไรก็ตาม แชริตี้ยอมรับว่าเธอเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากจนกลับไปใช้พฤติกรรมการกินเพื่อรับมือกับอารมณ์ และมีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ในบางช่วง ก่อนพยายามกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง
การพูดคุยและได้รับการสนับสนุนจากลูกสาวเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้เธอเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมถึงมองเห็นโอกาสที่จะสร้างชีวิตที่ต้องการ แม้ยังต้องเผชิญอุปสรรคด้านสุขภาพอยู่ก็ตาม
ปี 2020 เผยตรวจพบมะเร็งไต ต้องผ่าตัดนำไตออก
นอกจากปัญหาด้านน้ำหนักและภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด แชริตี้ยังเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 ว่าเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไต หลังเข้ารับการตรวจสุขภาพหลายครั้ง
ข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลให้เธออย่างมาก เนื่องจากแม่ของเธอเคยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสมอง ทำให้การได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
แชริตี้ระบุว่าแพทย์พบมะเร็งจำกัดอยู่บริเวณไต จึงเข้ารับการผ่าตัดนำไตออกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2020 ก่อนกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยเธอหวังว่าการรักษาจะช่วยให้สามารถเดินหน้าดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ามะเร็งไตดังกล่าวเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในปี 2026 จึงไม่ควรนำประวัติการเป็นมะเร็งไตไปสรุปเป็นสาเหตุการเสียชีวิตโดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม
ข่าวเศร้า Charity Pierce เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026
หลังจากผ่านการรักษาและเผชิญปัญหาสุขภาพต่อเนื่องหลายปี แชริตี้ เพียร์ซ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 ขณะอายุ 50 ปี โดยชาร์ลี โจ ลูกสาวของเธอเป็นผู้แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุว่าแม่จากไปท่ามกลางคนที่รัก
สำนักข่าว TMZ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดครอบครัวว่า ก่อนเสียชีวิตแชริตี้อยู่ในการดูแลแบบประคับประคองเป็นเวลาประมาณ 1–2 เดือน เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่อง รวมถึงภาวะบวมน้ำเหลืองและการสะสมของของเหลวในปอด
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่มีการรายงานข่าว ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าภาวะใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอเสียชีวิต
ชาร์ลี โจ ระบุในข้อความไว้อาลัยว่า เธอรู้สึกขอบคุณที่ได้อยู่เคียงข้างแม่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต และหวังว่าแม่จะได้รับความสงบหลังผ่านความยากลำบากมานานหลายปี
บทเรียนจากชีวิตของ Charity Pierce การลดน้ำหนักไม่ได้มีแค่เรื่องรูปร่าง
เรื่องราวของแชริตี้สะท้อนให้เห็นว่าการรักษาโรคอ้วนขั้นรุนแรงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้งการดูแลทางโภชนาการ การรักษาโรคประจำตัว การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต
การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนสามารถเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ยังต้องติดตามสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดูแลด้านโภชนาการและพฤติกรรมในระยะยาวภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
นอกจากนี้ การประเมินความสำเร็จของการรักษาไม่ควรดูเพียงตัวเลขน้ำหนักที่ลดลง แต่ควรพิจารณาความสามารถในการเคลื่อนไหว คุณภาพชีวิต สุขภาพกายและใจ ตลอดจนความสามารถในการทำกิจกรรมประจำวันที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญ
ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำหนักตัวหรือโรคอ้วนไม่ควรใช้วิธีลดน้ำหนักอย่างรุนแรงด้วยตนเอง แต่ควรได้รับการประเมินและวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละคน
สรุป Charity Pierce หญิงที่เคยหนัก 353 กิโลกรัม ชีวิตจบลงอย่างไร?
แชริตี้ เพียร์ซ เคยมีน้ำหนักสูงถึงประมาณ 353 กิโลกรัม ก่อนเข้ารับการรักษาโรคอ้วนและลดน้ำหนักได้มากกว่า 200 กิโลกรัมในช่วงหนึ่งของชีวิตตามรายงานติดตามผล โดยต้องผ่านทั้งการผ่าตัดกระเพาะอาหาร การตัดเนื้อเยื่อและผิวหนังส่วนเกิน ตลอดจนการรับมือกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังการรักษา
แม้เธอจะมีช่วงเวลาที่สามารถกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น แต่แชริตี้ยังเผชิญปัญหาสุขภาพต่อเนื่อง รวมถึงประวัติการรักษามะเร็งไต และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 ในวัย 50 ปี โดยยังไม่มีข้อมูลยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
เรื่องราวของเธอไม่ได้เป็นเพียงภาพการเปลี่ยนแปลงรูปร่างก่อนและหลังลดน้ำหนัก แต่ยังสะท้อนถึงความซับซ้อนของโรคอ้วนขั้นรุนแรง ความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และบทบาทของกำลังใจจากครอบครัวในการเผชิญความท้าทายระยะยาว
- เด็กสาวถูกบูลลี่หน้า แม่ยังด่า "ไม่น่าคลอดออกมา" ล่าสุดเผยรูปหลังศัลยกรรม!
- ป่วยโรคอะไร? หนุ่มวัย 23 "สมองงอกบนหัว" รักษานานเกือบปี ผ่าตัดสำเร็จเปลี่ยนชีวิต

แหล่งอ้างอิง
- E! News – Charity Pierce, Star of TLC's My 600-Lb. Life, Dead at 50 (2026)
- TMZ – My 600-lb Life Star Charity Pierce Dead at 50 (2026)
- Parade – Charity Pierce's Weight Loss Journey: A Look Back After Her Death (2026)
- Reality Shrine – Charity on My 600-lb Life Is Almost Unrecognizable After Weight Loss
- Starcasm – Charity Pierce Reveals Kidney Cancer Diagnosis (2020)
อัลบั้มภาพ 7 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



