ฝนตกทีไรเจอบุก! รวม 10 วิธีกำจัด "หอยทาก" ได้ผลจริง โดยไม่ทำร้ายต้นไม้

ฝนตกทีไรเจอบุก! รวม 10 วิธีกำจัด "หอยทาก" ได้ผลจริง โดยไม่ทำร้ายต้นไม้

ฝนตกทีไรเจอบุก! รวม 10 วิธีกำจัด "หอยทาก" ได้ผลจริง โดยไม่ทำร้ายต้นไม้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รวมวิธีกำจัดหอยทากและทากในสวนช่วงหน้าฝน ได้ผลจริง ไม่ทำร้ายสวน พร้อมข้อควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายบ้านมักพบหอยทากและทากออกมาเดินตามพื้น กำแพง หรือแปลงปลูกต้นไม้มากกว่าปกติ นอกจากทิ้งคราบเมือกให้รำคาญแล้ว ยังสามารถกัดกินยอดอ่อน ใบไม้ ดอกไม้ ผักสวนครัว และผลไม้ที่อยู่ใกล้พื้นจนเสียหายได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม จำนวนหอยอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบริเวณที่ชื้นและมีแหล่งหลบซ่อนมาก

หอยทากและทากเป็นสัตว์ในไฟลัมมอลลัสกา มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายกัน ต่างกันตรงที่ทากไม่มีเปลือกภายนอก ทั้งสองชนิดมักหลบแดดในเวลากลางวัน แล้วออกหากินในช่วงกลางคืน หลังฝนตก หรือช่วงเช้ามืด การกำจัดให้ได้ผลจึงไม่ควรใช้เพียงวิธีเดียว แต่ควรลดความชื้น กำจัดแหล่งซ่อน วางกับดัก และเก็บออกจากพื้นที่ควบคู่กัน

เช็กให้ชัดก่อนว่าเป็นรอยหอยทากหรือแมลงชนิดอื่น

ร่องรอยสำคัญของหอยทากและทากคือรูบนใบไม้ที่มีขอบค่อนข้างเรียบ รอยแหว่งบนยอดอ่อน และคราบเมือกมันวาวตามพื้น กระถาง หรือใบไม้ ความเสียหายมักเกิดกับต้นกล้า ผักใบ โหระพา กะหล่ำ สตรอว์เบอร์รี และผลไม้ที่อยู่ใกล้พื้น

หากพบแต่ใบไม้เป็นรูโดยไม่เห็นตัวหอย ควรออกสำรวจในช่วงค่ำหรือเช้ามืดพร้อมไฟฉาย โดยตรวจใต้กระถาง กองใบไม้ แผ่นไม้ ก้อนหิน และบริเวณที่ชื้น เพราะเป็นจุดที่หอยทากมักเข้าไปหลบพักในเวลากลางวัน เมื่อระบุตัวการได้ถูกต้องแล้วจึงเลือกวิธีควบคุมได้ตรงจุด

1. เก็บหอยทากด้วยมือ วิธีง่ายที่เห็นผลทันที

การเดินเก็บหอยทากและทากในช่วงค่ำเป็นวิธีพื้นฐานที่ได้ผลดี โดยเฉพาะสวนขนาดเล็ก ควรสวมถุงมือ ใช้คีมหรือที่คีบช่วยจับ แล้วตรวจตามใต้ใบไม้ ขอบกระถาง ริมกำแพง และพื้นที่ชื้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกอาจต้องทำทุกวัน ก่อนลดเหลือสัปดาห์ละครั้งเมื่อจำนวนหอยลดลง

หลังสัมผัสหอยทากหรืออุปกรณ์ที่เปื้อนเมือก ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด และล้างผักสวนครัวก่อนรับประทาน ไม่ควรจับหอยด้วยมือเปล่าแล้วสัมผัสปาก ตา หรืออาหารทันที รวมถึงไม่ควรปล่อยหอยต่างถิ่นลงคลอง ป่า หรือแหล่งธรรมชาติ เพราะอาจเป็นการแพร่กระจายสัตว์รุกรานไปยังพื้นที่ใหม่

2. ใช้แผ่นไม้หรือกระถางคว่ำ ทำกับดักหอยทากแบบไม่ใช้สารเคมี

หอยทากชอบหลบในพื้นที่มืด เย็น และชื้น จึงสามารถล่อให้มารวมตัวกันได้ด้วยการวางแผ่นไม้ กระเบื้อง กระสอบชื้น หรือกระถางคว่ำไว้ใกล้แปลงปลูก ยกขอบขึ้นเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้หอยคลานเข้าไปด้านล่าง แล้วตรวจดูในตอนเช้า

เมื่อพบหอยรวมตัวอยู่ใต้กับดัก ให้ใช้ถุงมือหรือคีมเก็บออก ทำซ้ำทุกวันในช่วงที่มีการระบาดมาก วิธีนี้ช่วยให้จัดการหอยได้ทีละหลายตัว และทำให้ไม่ต้องเดินค้นหาทั่วทั้งสวน

3. ทำกับดักเบียร์หรือน้ำหมักยีสต์ ล่อหอยทากในเวลากลางคืน

กลิ่นจากกระบวนการหมักสามารถดึงดูดหอยทากและทากได้ วิธีทำคือใช้ภาชนะทรงลึกฝังลงในดิน โดยให้ขอบภาชนะอยู่ใกล้ระดับผิวดิน จากนั้นเติมเบียร์ หรือใช้น้ำผสมน้ำตาลและยีสต์แทน แล้ววางฝาครอบแบบมีช่องเข้าเพื่อช่วยลดปัญหาน้ำฝนและการระเหย

กับดักชนิดนี้ดึงดูดหอยได้ในระยะไม่ไกล จึงอาจต้องวางหลายจุดและตรวจทุกวัน ควรเปลี่ยนของเหลวทุก 2-3 วัน และตั้งในบริเวณที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเข้าถึงไม่ได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับลดจำนวนหอยเฉพาะจุด แต่ยังต้องจัดการความชื้นและแหล่งหลบซ่อนร่วมด้วย

4. ลดแหล่งหลบซ่อน ตัดแต่งสวนให้แดดและอากาศเข้าถึง

แผ่นไม้ ก้อนอิฐ กระถางเก่า กองใบไม้ วัชพืช และกิ่งไม้ที่แน่นทึบ ล้วนเป็นที่ซ่อนชั้นดีของหอยทากในช่วงกลางวัน การเก็บวัสดุที่ไม่จำเป็นออก ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง และยกกระถางไม่ให้ชิดกันมากเกินไป จะช่วยลดพื้นที่ชื้นที่หอยใช้พักอาศัย

ควรเก็บใบไม้เน่าและเศษพืชออกจากบริเวณรอบโคนต้นอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้สวนแห้งจนต้นไม้ขาดน้ำ เป้าหมายคือไม่ปล่อยให้มีมุมอับชื้นต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งจะทำให้หอยทากหาแหล่งหลบซ่อนได้ยากขึ้น

5. เปลี่ยนเวลารดน้ำเป็นตอนเช้า ลดความชื้นช่วงกลางคืน

การรดน้ำในช่วงเย็นทำให้พื้นดินและใบไม้ชื้นต่อเนื่องตลอดคืน ซึ่งเป็นเวลาที่หอยทากเริ่มออกหากิน หากเปลี่ยนมารดน้ำช่วงเช้า ผิวดินจะมีเวลาระเหยและแห้งลงบางส่วนก่อนถึงกลางคืน จึงช่วยทำให้สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเคลื่อนที่ของหอยมากเกินไป

หากทำได้ ควรใช้ระบบน้ำหยดหรือรดน้ำเฉพาะบริเวณโคนต้น แทนการฉีดน้ำให้เปียกทั่วพื้นและใบไม้ วิธีนี้นอกจากช่วยลดความชื้นสะสมแล้ว ยังประหยัดน้ำและลดความเสี่ยงของโรคพืชบางชนิดที่ชอบสภาพแฉะอีกด้วย

6. ใช้แถบทองแดงกั้นกระถางและแปลงผัก

แถบทองแดงหรือเทปทองแดงสามารถใช้เป็นแนวกั้นรอบกระถาง กระบะปลูก หรือขอบแปลงยกสูงได้ เมื่อหอยทากสัมผัสทองแดง จะเกิดปฏิกิริยากับเมือกจนทำให้ไม่อยากคลานผ่าน อย่างไรก็ตาม แนวกั้นต้องมีความกว้างเพียงพอ ต่อเนื่อง และไม่มีใบไม้หรือกิ่งพาดเป็นสะพานให้หอยข้าม

ก่อนติดตั้งควรตรวจและเก็บหอยรวมถึงไข่ที่อยู่ภายในพื้นที่ออกก่อน เพราะหากมีหอยติดอยู่ด้านใน แนวทองแดงจะกลายเป็นการกั้นไม่ให้หอยออกแทน เมื่อทองแดงเริ่มหมองหรือมีดินเกาะ ควรเช็ดทำความสะอาดเพื่อรักษาประสิทธิภาพของแนวกั้น

7. ป้องกันต้นกล้าและผักสวนครัวเป็นพิเศษ

ต้นกล้าและผักใบอ่อนเป็นอาหารที่หอยทากชื่นชอบ จึงควรป้องกันตั้งแต่เริ่มปลูก อาจใช้ปลอกพลาสติกทรงสูง ภาชนะตัดก้น หรือตาข่ายเนื้อละเอียดครอบต้นในช่วงกลางคืน โดยฝังขอบลงในดินเล็กน้อยเพื่อป้องกันหอยลอดเข้าไปด้านล่าง

สำหรับกระถาง สามารถยกขึ้นบนชั้นหรือขาตั้งที่ตรวจสอบได้ง่าย และไม่ปล่อยให้ใบไม้แตะพื้นหรือกำแพง หากใช้แถบทองแดงร่วมด้วย ควรติดให้รอบกระถางโดยไม่มีช่องว่าง วิธีเหล่านี้เหมาะกับต้นอ่อนที่อาจถูกกัดเสียหายหมดภายในคืนเดียว

8. ปลูกพืชที่หอยทากไม่ค่อยชอบเป็นแนวกันชน

พืชที่มีใบแข็ง ผิวหยาบ หรือมีกลิ่นค่อนข้างแรง มักได้รับความสนใจจากหอยทากน้อยกว่าผักใบอ่อน สามารถเลือกปลูกโรสแมรี เสจ ลาเวนเดอร์ หรือไม้ประดับบางชนิดรอบแปลง เพื่อช่วยลดความดึงดูดและสร้างแนวกันชนทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีพืชชนิดใดป้องกันหอยทากได้ทั้งหมด และประสิทธิภาพอาจแตกต่างตามชนิดของหอยและสภาพสวน วิธีปลูกพืชกันชนจึงควรใช้ร่วมกับการเก็บหอย ลดความชื้น และกำจัดแหล่งหลบซ่อน ไม่ควรคาดหวังว่าจะใช้แทนวิธีอื่นได้เพียงลำพัง

9. ตรวจหาไข่หอยทากในดินและใต้กระถาง

หอยทากมักวางไข่เป็นกลุ่มอยู่ในดินร่วนชื้น ใต้เศษใบไม้ หรือบริเวณใต้กระถาง ไข่มักมีลักษณะเป็นเม็ดกลมหรือรี สีขาวขุ่นหรือโปร่งแสง หากพบควรเก็บออกพร้อมกับตรวจพื้นที่โดยรอบ เพราะอาจมีไข่อีกหลายกลุ่มซ่อนอยู่ใกล้กัน

การพรวนหน้าดินตื้น ๆ ในช่วงที่ไม่มีต้นอ่อนเปราะบาง อาจช่วยนำไข่ขึ้นมาสัมผัสแดดและอากาศจนแห้งได้ ควรตรวจดินที่ติดมากับต้นไม้หรือกระถางใหม่ก่อนนำเข้าพื้นที่ เพื่อป้องกันการนำหอยและไข่เข้ามาเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

10. ใช้เหยื่อกำจัดหอยทากเมื่อวิธีธรรมชาติเอาไม่อยู่

หากหอยทากมีจำนวนมากจนวิธีเก็บและดักไม่เพียงพอ อาจพิจารณาใช้เหยื่อกำจัดหอยที่ขึ้นทะเบียนและมีฉลากถูกต้อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารออกฤทธิ์กลุ่มเหล็ก เช่น ไอรอนฟอสเฟต มักถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อเด็ก สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าน้อยกว่าสารเมทัลดีไฮด์ แต่ยังต้องใช้อย่างเคร่งครัดตามฉลาก

ควรโรยเหยื่อบาง ๆ ตามจุดที่หอยเดินผ่าน ห้ามกองรวมกัน และไม่ควรโรยลงบนส่วนของพืชที่นำมารับประทานโดยตรง เก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง รวมถึงตรวจสอบฉลากว่าอนุญาตให้ใช้กับพืชอาหารได้หรือไม่ หากบ้านมีสุนัขหรือแมว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีเมทัลดีไฮด์ เนื่องจากอาจเป็นพิษรุนแรงเมื่อสัตว์กินเข้าไป

น้ำเกลือกำจัดหอยทากได้ แต่ไม่ควรราดลงดิน

เกลือทำให้หอยทากสูญเสียน้ำและตายได้จริง แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้ราดรอบต้นไม้ เพราะเกลือสามารถสะสมในดิน ทำให้รากพืชดูดน้ำได้ยาก ใบไหม้ ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโต และกระทบสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ในดิน

ดังนั้น สูตรเกลือผสมน้ำแล้วราดรอบต้นไม้จึงไม่ใช่วิธีที่แนะนำ แม้ใช้เพียงเล็กน้อยก็อาจเกิดการสะสมเมื่อทำซ้ำ โดยเฉพาะในกระถางหรือแปลงที่ระบายน้ำไม่ดี หากพบหอยบนพื้นปูน วิธีเก็บออกด้วยคีมจะควบคุมพื้นที่ได้ดีกว่าและไม่ทิ้งเกลือไว้ในสวน

ปูนขาวไม่ควรโรยรอบต้นไม้โดยไม่ตรวจสภาพดิน

ปูนขาวสามารถทำให้พื้นผิวแห้งและอาจขัดขวางการเคลื่อนที่ของหอยได้ชั่วคราว แต่เมื่อเปียกฝน ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ ปูนขาวมีผลต่อค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน หากโรยมากหรือใช้บ่อยอาจทำให้ดินเป็นด่างเกินไปจนพืชบางชนิดดูดธาตุอาหารไม่ได้ตามปกติ

การใช้ปูนขาวในสวนควรอ้างอิงผลตรวจดินและวัตถุประสงค์ด้านการปรับสภาพดิน ไม่ควรนำมาใช้เป็นแนวกั้นหอยแบบต่อเนื่องโดยไม่รู้ค่าพีเอช ส่วนคำกล่าวที่ว่าปูนขาวสามารถกำจัดเชื้อราในดินได้ทุกชนิดนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเชื้อราในดินมีทั้งชนิดที่เป็นโทษและเป็นประโยชน์ต่อพืช

เปลือกไข่ กากกาแฟ และถ่านบด ไล่หอยทากได้จริงหรือไม่?

เปลือกไข่บดและกากกาแฟเป็นสูตรที่ถูกแชร์กันแพร่หลาย โดยเชื่อว่าพื้นผิวหยาบจะทำให้หอยทากระคายเคือง แต่ข้อมูลจากโครงการจัดการศัตรูพืชของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเปลือกไข่บดหรือกากกาแฟสามารถป้องกันหอยทากได้อย่างมีประสิทธิภาพ หอยบางตัวสามารถคลานข้ามวัสดุเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะเมื่อวัสดุเปียกจากฝน

กากกาแฟสามารถใส่ในกองปุ๋ยหมักหรือใช้กับดินในปริมาณพอเหมาะได้ แต่ไม่ควรเทหนาเป็นวงรอบต้นไม้ ส่วนถ่านบด พริกไทยป่น และวัสดุผงต่าง ๆ มักสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อเปียก อีกทั้งอาจกระทบดิน รากพืช หรือสัตว์อื่นโดยไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

น้ำยาเส้นไม่ใช่สูตรธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสวน

ยาเส้นมีนิโคติน ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและอาจเป็นพิษต่อคน สัตว์เลี้ยง แมลงที่เป็นประโยชน์ และสิ่งมีชีวิตในสวน การต้มหรือแช่ยาเส้นเพื่อทำสเปรย์ไม่ได้ทำให้สารดังกล่าวปลอดภัยขึ้น อีกทั้งความเข้มข้นของสูตรทำเองไม่แน่นอนและอาจสัมผัสผิวหนังหรือเข้าสู่ร่างกายได้

จึงไม่แนะนำให้ฉีดน้ำยาเส้นลงบนผักสวนครัวหรือพื้นที่ที่เด็กและสัตว์เลี้ยงใช้งาน หากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน มีฉลากภาษาไทย และระบุวิธีใช้กับหอยทากอย่างชัดเจน ไม่ควรผสมสารกำจัดศัตรูพืชขึ้นเองจากวัตถุดิบที่อาจเป็นพิษ

สรุปวิธีกำจัดหอยทากหน้าฝน วิธีไหนได้ผลที่สุด?

การควบคุมหอยทากให้ได้ผลในระยะยาวควรเริ่มจากการลดความชื้นและแหล่งซ่อน เปลี่ยนมารดน้ำตอนเช้า เก็บตัวหอยและไข่ออกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมใช้แผ่นไม้เป็นกับดักหรือแถบทองแดงป้องกันต้นไม้สำคัญ วิธีเหล่านี้ทำควบคู่กันได้และลดความจำเป็นในการใช้สารเคมี

หากจำนวนหอยยังมาก อาจเสริมด้วยกับดักหมักหรือเหยื่อกำจัดหอยที่ได้รับอนุญาต โดยอ่านฉลากและระวังเด็กกับสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด ส่วนเกลือ ปูนขาว น้ำยาเส้น พริกไทย ถ่านบด เปลือกไข่ และกากกาแฟ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นคำตอบหลัก เพราะบางวิธีมีหลักฐานจำกัด ขณะที่บางวิธีอาจทำร้ายดิน ต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นมากกว่าที่คิด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล