มีเงื่อนงำ! หนุ่มสาวทิ้งรถหายตัว พบจม.ลาตาย ญาติยันลายมือไม่ใช่

มีเงื่อนงำ! หนุ่มสาวทิ้งรถหายตัว พบจม.ลาตาย ญาติยันลายมือไม่ใช่

มีเงื่อนงำ! หนุ่มสาวทิ้งรถหายตัว พบจม.ลาตาย ญาติยันลายมือไม่ใช่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

(1 ก.พ.) เมื่อเวลา 22.30 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านสามเสียบ ม.5 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า มีรถยนต์เก๋งถูกจอดทิ้งไว้บนสะพานปลาทั้งคืน ยังไม่พบเจ้าของมาขยับแต่อย่างใด จึงรุดไปตรวจสอบ

พบรถยนต์คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน  กง 6533 ชุมพร จอดอยู่บนสะพานปลาในสภาพด้านหน้าหันลงทะเล จอดจนเกือบตกสะพาน ภายในรถพบบริเวณที่ดึงเบรกมือใกล้เกียร์กระเป๋าสตางค์ สีดำ แบบพับครึ่ง เปิดอ้าออกพอเห็นเอกสารเป็นบัตรประชาชน ระบุชื่อคือนายวุฒิชัย เนียมมาลา อายุ 32 ปี ส่วนบริเวณเบาะหลังพบกางเกงยีนส์ กระเป๋าหนังแบบสะพาย 2 ใบ กระเป๋าสตางค์คล้ายของผู้หญิง 1 ใบ กระดาษสลิปเงินธนาคาร สมุด ใบมีดโกน กระดาษกาวสีน้ำดาษ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง

ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ที่แจ้งข่าว บอกว่า เมื่อเวลาประมาณตีสองของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่ตนได้นำเรือออกไปทำประมงกลางทะเล ได้สังเกต เห็นรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บนสะพานในลักษณะที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนกลับเข้ามาก็ยังพบรถยนต์ยังจอดอยู่อีกเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อประมาณเวลา 20.00 น.ของวันเดียวกัน ได้เดินออกมาที่สะพานเพื่อมาดูชาวบ้านมาตกปลา ก็พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวยังจอดไม่ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด        

ตนรู้สึกว่าผิดสังเกต เมื่อใช้ไฟฉายส่องดูก็พบสิ่งของในรถจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อดูว่ากระเป๋าสตางค์ก็มี กระเป๋าสะพายก็ยังตั้งอยู่ในรถ  และสังเกตว่ามีกระดาษที่ถูกฉีกจากสมุดมีร่องรอยเหมือนเขียนอะไรแล้วพับครึ่งวางไว้ยิ่งน่าสงสัยเกรงว่าหญิงชายมาคุยตกลงอะไรกันบางอย่างในเรื่องรักๆใคร่ๆไม่สำเร็จหรือตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย จึงได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบ จนชาวบ้านที่รู้ว่ามีคนเอารถมาจอดทิ้งแต่ไร้คนขับ ก็ได้เดินทางมาดู และต่างวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา เกรงว่า จะเป็นกรณีเหมือนกับที่จังหวัดภูเก็ต ที่คู่รักระหว่างคนขับรถสองแถวกับครูสาว ที่มัดตัวเข้าด้วยกันแล้วกระโดดน้ำตายที่สะพานสารสิน

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น (2 ก.พ.) พ.ต.ท.วิชิต ขำคชกรรณ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร พร้อมด้วย ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ทองมาก รอง สว.สส.สภ.เมืองชุมพร รุดไปตรวจรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว โดยมีนางธรรมนูญ เนียมมาลา อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายวุฒิชัย เนียมมาลา และญาติๆ กว่า 10 คน ได้เดินทางมาด้วยหลังทราบข่าว

มารดาของนายวุฒิชัย ได้เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวเป็นของลุกชายตน และได้หายออกจากบ้านไปเมื่อคืนวันที่ 31 มกราคม 60 เวลาประมาณ 17.00 น.เศษ โดยก่อนที่จะหายตัวมานั้นลูกชายได้บอกว่าจะออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ตนเองได้ห้ามไม่ให้ออกไป เกรงว่าจะเกิดอันตราย  เพราะลูกชายได้ถูกผู้ชายคนหนึ่งไม่ทราบชื่อว่าอะไร แต่ทราบว่าเป็นสามีของ น.ส.จริญา อายุ 26 ปี เพื่อนสาวที่ทำงานเดียวกับลูกชาย ขู่ฆ่าเอาชีวิต แต่ลูกชายบอกว่าไปไม่นาน ซื้อของแล้วกลับเลย ตนจะไปด้วย แต่ลูกชายบอกไม่ต้อง หลังจากนั้นลูกชายก็หายตัวไปเลย ติดต่อไม่ได้ จนมาทราบว่าพบรถยนต์ของลูกชายจอดทิ้งไว้ที่สะพานสามเสียบ จึงรุดมาดู

นางธรรมนูญ ยังกล่าวว่า ก่อนที่ลูกชายจะหายตัวไปนั้น ตนเองได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำไมจึงถูกขู่เอาชีวิต ซึ่งลูกชายได้เล่าให้ฟังว่า น.ส.จริญา เพิ่งคลอดบุตร ได้ 5 เดือนและเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 60 น.ส.จริญา  ได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอหลังสวนเพื่อไปหย่ากับสามี และเมื่อหย่าเสร็จตน ก็ขับรถยนต์ไปรับ น.ส.จริญา  ที่ว่าการอำเภอ บังเอิญที่อดีตสามีเห็นเข้า จึงได้ขับรถไล่ตาม ลูกชายก็ได้ขับรถหนีและเข้ามาหลบในบ้านน้าชาย จนเห็นว่าปลอดภัย จึงขับรถออกมา

หลังจากนั้นทางอดีตสามีของ น.ส.จริญา ก็ได้โทรศัพท์มาขู่ฆ่าหลายครั้ง ซึ่งตนเองก็ยังเคยรับสาย แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายได้ขนาดนี้ เพราะลูกชายบอกว่า ไม่มีอะไรกันกับ น.ส.จริญา เป็นเพียงเพื่อนที่ทำงานเท่านั้น ตนเองก็เชื่อในตัวลูก พยายามห้ามว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของครอบครัวเขา ทะเลาะแล้วก็ดี เป็นปัญหาภายในที่เขาจะแก้ไขกันเอง แต่ลูกชายบอกว่าสงสารน้องเขา ตนก็จนใจ

ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานต่างๆ ก่อนจะใช้กุญแจรถยนต์สำรอง จากญาติ เปิดประตูทั้งสี่บาน พร้อมประโปรงหลัง ออกเพื่อตรวจสอบ โดยให้นางธรรมนูญ และญาติ คอยดูอยู่รอบนอก พบทรัพย์สินต่างๆญาติยื่นยันว่าเป็นของนายวุฒิชัย และของ น.ส.จริญา เจ้าหน้าที่จึงถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำกระดาษที่ถูกฉีกจากสมุด ซึ่งวางอยู่ด้านบนสมุดเล่มดังกล่าว ขึ้นมาตรวจสอบพบข้อความทั้งสองได้เขียนทิ้งไว้  เจ้าหน้าที่จึงนำไปให้ญาติได้อ่าน โดยมีใจความ ว่า

ขอโทษทุกๆคนที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ อยากให้ทุกคนให้อภัยในความรักของเราสองคน ที่ทำทุกอย่าง เราสองคนมีเหตุผล ขอโทษ พ่อ แม่ พี่ชาย อิส พ่อแม่อิส  ออมสิน ขอโทษ แม่ พี่ดา พี่ก้อย พี่กุ๊ก  ช่วยเก็บเราสองคนไว้ที่เดียวกัน เผาเราพร้อมกัน ทำบุญงานศพที่เดียวกัน รักทุกคนมากอโหสิกรรมให้ด้วย เราสองคนไม่ได้หนีปัญหา แต่ที่ทำแบบนี้เพราะอยากยอมรับความผิดที่เราสองคนได้ทำร่วมกัน  ก่อนจะลงท้ายว่า น้ำ และ กร

หลังจากที่ได้อ่านเสร็จ นางธรรมนูญ และญาติ  ยืนยันว่า ลายมือดังกล่าวไม่ใช่ลายมือของลูกชาย และเชื่อว่า เป็นการลวงมาฆ่ามากว่า ซึ่งตนขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบหาตัวคนร้ายรายนี้มาให้ได้ โดยขอจับกุมอดีตสามี เป็นคนแรก เพราะเป็นผู้ที่โทรศัพท์มาขู่เอาชีวิตลูกชายและอดีตภรรยา

ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ชี้แจงว่าให้ได้ทราบว่า ในเบื้องต้นเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุให้ได้มากที่สุด โดยจะต้องหาร่องรอยนิ้วมือแฝงบริเวณตัวรถ ที่ต้องใช้เวลามาก เนื่องจากมีชาวบ้านที่มารุมดู ได้เอามือไปจับรถจนมีร่องรอยนิ้วมือมาก แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้เพียงพบรถจอดทิ้ง พบเอกสารที่เขียนลาตาย แต่ยังไม่พบตัวหรือศพทั้งสอง จึงไม่สามารถจะสันนิษฐานได้ว่าตายหรือไม่ตาย จนกว่าจะพบตัวทั้งสองก่อน จะตายหรือเป็น และหากกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตายจริง  ก็ต้องรอพบศพทั้งสองก่อน ซึ่งคาดว่าไม่เกินพรุ่งนี้ ขอให้ญาติทุกคนคิดในแง่บวก รอเพื่อความกระจ่างของคดีต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล