พ่อเดินถือป้ายขอความเป็นธรรม ลูกถูกตร.ยิงเกือบพิการ

พ่อเดินถือป้ายขอความเป็นธรรม ลูกถูกตร.ยิงเกือบพิการ

พ่อเดินถือป้ายขอความเป็นธรรม ลูกถูกตร.ยิงเกือบพิการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พ่อเดินถือป้ายขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย หลังถูกตำรวจยิงเกือบพิการ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมย ซัดยัดข้อหาให้ โดยไม่มีความละอายใจ

(9 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าตลาดเจ้าพรหม ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา นายณัฐวัฒน์ อายุ 50 ปี ได้เดินถือป้ายเรียกร้องของความเป็นธรรม ให้กับลูกชายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิง โดยแผ่นป้ายดังกล่าวมีข้อความว่า "ลูกชายผม โดนตำรวจใช้ปืนยิงเข้าข้างหลัง โดยที่ไม่มีอาวุธ มือเปล่าๆ ตำรวจไม่มีความผิดเพราะยัดข้อหาให้ โดยไม่มีความละอายใจ และไม่มีการพิสูจน์ความจริง "

นอกจากนี้ยังมีป้ายที่ติดอยู่ข้างรถยนต์ปิกอัพดัดแปลงเป็นรถตู้ จอดอยู่ใกล้ๆ มีป้ายข้อความติดอยู่รอบคันลักษณะเดียวกัน และมีรูปของนายวิศรุติ อายุ 24 ปี ลูกชายที่ถูกยิงติดอยู่ด้วยในลักษณะที่นอนอยู่บนเตียง โดยนายณัฐวัฒน์ เดินไปตามถนน พร้อมกับตีถาดเรียกร้องความสนใจไปด้วย

จากการสอบนายณัฐวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อสองปีก่อนลูกชายเข้าไปที่บ้านร้างหลังหนึ่งในอ.วังน้อย ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่ใกล้กับบ้านของตำรวจนายหนึ่งของ สภ.วังน้อย ขณะที่เดินอยู่หลังบ้านได้ถูกตำรวจดังกล่าวยิงเข้าที่สะโพกด้านหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากตำรวจคิดว่าเป็นขโมย แต่เมื่อมีการสืบสวนสอบสวนแล้ว ศาลยกฟ้องลูกชายในข้อหาบุกรุกที่ตำรวจนายดังกล่าวแจ้ง ตนจึงร้องขอความเป็นธรรม และมีการตั้งข้อหาตำรวจดังกล่าวข้อหาพยายามฆ่า แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป ไม่มีการมาดูแลลูกชายของตน ทั้งที่ขณะนี้ลูกชายยังยืนไม่สะดวก และต้องออกจากงานที่โรงงาน และปัจจุบันไปเป็นคนงานอยู่ที่โครงการพระราชดำริ จ.กาญจนบุรี

สาเหตุที่ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพียงเพื่อให้ตำรวจนายดังกล่าวออกมารับผิดชอบ เพราะทุกวันนี้ลูกชายของตนยังไม่ได้ผ่ากระสุนออกเลย เนื่องจากรพ.พระนครศรีอยุธยา บอกว่าต้องไปรักษาที่รพ.ซึ่งมีแพทย์เชี่ยวชาญและต้องใช้เงินมากจึงไม่มีเงินรักษา

ทั้งนี้ตนใช้เวลาเดินร้องเรียนอย่างนี้เป็นเวลา 1 ปีแล้ว และไปร้องมาทุกหน่วยงานคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมาธิการตำรวจ สิทธิมนุษยชน แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องเรียกร้องต่อไปจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล