ด่านช่องจอมคึกนักท่องเที่ยวทยอยเข้าเขมร

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลัง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ระบุเมื่อวานที่ผ่านมา (15 ก.พ.)ว่า จะไม่ให้การปะทะขยายลุกลามมาถึงการค้าชายแดนด้านอื่น และจะจำกัดวงปะทะไว้ แค่บริเวณชายแดนปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เท่านั้น ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักพนันชาวไทย ต่างพากันหลั่งไหลเดินทางเข้าไปยื่นพาสปอร์ตผ่านแดนกับ ตม.กาบเชิง เพื่อข้ามไปบ่อนกาสิโน
ในฝั่งกัมพูชาทั้ง 2 แห่ง อย่างคึกคัก ซึ่งมีทั้งคณะทัวร์ เป็นรถบัส 2 ชั้นปรับอากาศ รวมทั้งรถตู้ที่นำ นักท่องเที่ยว เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ มาส่งบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อย่างคึกคัก เช่นกัน หลังเงียบเหงาไปกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีรถตู้จอดเรียงราย รอรับนักท่องเที่ยวกว่า 50 คัน รถยนต์
ส่วนตัวอีกจำนวนมาก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้า เด็กๆ กัมพูชา กล้าข้ามแดนมาทำการค้าขาย และเล่นบริเวณจุดผ่านแดน

ส่วนตลาดการค้าชายแดนช่องจอมในฝั่งไทย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมประมาณ 3 กิโลเมตร พบพ่อค้า-แม่ค้า
ชาวกัมพูชาและไทย ต่างมีการกลับมาเปิดร้านค้าทั้งหมดหมดกว่า 400 ร้านค้า บรรยากาศเริ่มมีผู้คนทยอยมาซื้อสินค้าต่างๆ คึกคัก พอสมควร จากการเข้าสอบถาม นายพัฒนา ชื่นยง ผู้จัดการตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า พ่อค้า แม่ค้า ทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา เริ่มเปิดร้านวันนี้เป็นวันแรก มีทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ของนำเข้าจากกัมพูชาที่ขายดี อาทิ เสื้อผ้ามือสอง จักรยานมือสอง เครื่องจักสานที่ทำจากหวาย เฟอร์นิเจอร์ มั่นใจสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่ มนช่วงวันหยุดยาว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ นี้

ส่วนชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางทหารกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และไม่ประมาท

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่า เกิดเหตุรุนแรงในด้านชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ นับตั้งแต่เกิดการยิงปะทะกันด้าน จ.ศรีสะเกษ เมื่อ
สัปดาห์ก่อน