"เจมีไนน์-โฟร์ท" เปิดใจชื่อเสียงเปลี่ยนชีวิต! เจอดราม่าจนได้บทเรียนครั้งใหญ่
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
“เจมีไนน์-โฟร์ท” เปิดใจชื่อเสียงเปลี่ยนชีวิต! เจอดราม่าจนได้บทเรียนครั้งใหญ่
2 หนุ่มฮอต “เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ และ โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” เปิดใจถึงอีกด้านของการเติบโตในวงการบันเทิงผ่านรายการ Woody Talk หลังชื่อเสียงและโซเชียลมีเดียทำให้ทั้งคู่เรียนรู้ว่าการเป็นตัวเอง 100% อาจไม่ง่ายเหมือนวันแรกที่เข้าวงการ ยอมรับต้องระวังคำพูดและลดความเป็นตัวเองลง แต่พยายามรักษาตัวตนและบาลานซ์การใช้ชีวิตให้มีความสุข พร้อมเปิดบทใหม่ในละครเวที “รักแห่งสยาม” เรื่องราวที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดู พร้อมเผยอีกด้านของชีวิตทั้งการดูแลครอบครัว การบริหารเงิน และการวางแผนอนาคตของ 2 หนุ่มที่เติบโตขึ้นทั้งในฐานะศิลปินและคนทำงาน
เจมีไนน์-โฟร์ท
ตอนที่มีคนเสนอให้คุณรับบทในละครเวที “รักแห่งสยาม” ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร ?
เจมีไนน์ : ตอนแรกไม่รู้จักครับ ยอมรับเลยว่าเมื่อ 19 ปีที่แล้วตอนนั้นเพิ่ง 3 ขวบก็ลองเปิดดูใน Netflix ตอนที่เขาประกาศโปรเจกต์ทราบว่าเป็นเรื่องแรกๆ ที่นำเสนอความเป็น BL เข้ามาในวงการไทย เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ซึ่งนำเสนอในรูปแบบใหม่ด้วย Musical ครับ
ในวันนั้นผู้ชายกับผู้ชายชอบกันเป็นอะไรที่แปลกสำหรับสังคมไทย ดูครั้งแรกแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ?
โฟร์ท : ผมไม่เคยดูแต่เคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นบุกเบิกคล้ายๆ ซีรีส์วาย เป็นเรื่องแรกๆที่นำเสนอความรักที่หลากหลาย พอได้รับเล่นละครเวทีรักแห่งสยาม ก็ไปดูรู้สึกว่าบรรยากาศมวลรวมอบอุ่นมากและชอบๆ มากครับ
คิดว่าถ้าในวันนั้นเมื่อ 19 ปีที่แล้วมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม โต้งกับมิวจะจบแบบอื่นไหม ?
โฟร์ท : สำหรับผมคิดว่าอาจจะจบแบบเดิมครับ ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีสมรสเท่าเทียมหรือไม่มี แต่อยู่ที่ความกล้าของตัวละครนั้น ว่าจะกล้าทลายกำแพงในตัวเองและสังคมหรือเปล่า ซึ่งไม่ได้จบไม่สวย แต่มองว่าจบแบบมีความหวัง แล้วก็อยากให้ลองไปดูละครเวทีว่ามันจะจบอย่างไรครับ
เจมีไนน์ โฟร์ท Woody Talk
ละครเวทีมีความท้าทายและยากกว่าซีรีส์ยังไง ?
เจมีไนน์ : ท้าทายและยากที่สุดเท่าที่เคยทำมาครับ เพราะรวมทั้งการร้อง เพลง การแสดง และการเต้น เข้ามาอยู่ในศาสตร์เดียวกัน ต้องรันทรูจริงตลอด หน้างานสด ไม่มีคัด ต้องปรับนิสัยใหม่โดยการหันหน้าหาคนดูตลอดเวลา และโปรเจกต์เสียงมากขึ้นครับ
โฟร์ท : ตกหลุมรักละครเวทีเลยครับ หลังจากไปดูเรื่อง "ฟ้าจรดทราย" และ "เมืองมารยา" รู้สึกว่าเป็นศาสตร์ที่เหนือกว่าการแสดงซีรีส์หรือการร้องเพลงปกติ ทำให้เกิดแพชชั่นในการแสดงมากครับ
กี่ปีแล้วที่รู้จักกัน ?
โฟร์ท : ประมาณ 7 ปีแล้วครับ
การทำงานคู่กันและเคมีในการทำงาน ?
เจมีไนน์ : ได้เห็นวิธีการแสดงใหม่ๆ ของโฟร์ท จากที่เคยสื่ออารมณ์ทางสายตาในซีรีย์ แต่ครั้งนี้เปลี่ยนมาสื่อสารผ่านคำพูดได้ชัดเจนขึ้นครับ
โฟร์ท : เห็นความตั้งใจความทุ่มเท ด้วยความที่เขาเป็นนักร้อง มีการปรับวิธีการร้องจากสไตล์ป็อป R&B มาเป็นเสียงชัดเจนสไตล์ละครเวทีมากขึ้นครับ
รีวิวการทำงานร่วมกันตลอด 5 ปีเป็นยังไง ?
เจมีไนน์ : เวลาผ่านไปนานมาก ตอนแรกที่รู้ว่าได้เล่นคู่กันคืออุ่นใจ เพราะว่ารู้จักกันมาก่อน พอนานเข้าก็รู้สึกว่าคลิกกันมากโดยไม่ต้องปรึกษาอะไรกัน แต่เราสามารถทำหน้างานได้ออกมา Perfect ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ เป็น Perfect Match
โฟร์ท : รู้สึกเหมือนกันครับ ทำงานด้วยกันง่ายและสบายๆ ทำงานด้วยอุ่นใจและอบอุ่น
เจมีไนน์ โฟร์ท Woody Talk
สังเกตุไหมว่าการที่มีชื่อเสียงมันทำให้เราเป็นตัวเองมากขึ้น หรือทำให้เป็นตัวของตัวเองน้อยลง ?
โฟร์ท : มันมีหลายระยะ สมมุติว่าเราพิมพ์อะไรไปเจอดราม่าอะไรแบบนี้เราก็จะถอยออกมาไกลมากๆเลย จะไม่พิมพ์อะไรทั้งนั้น จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น จะลดความเป็นตัวเองลง ช่วงแรกๆจะเป็นแบบนี้ มันก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง รู้สึกว่าท้ายที่สุดแล้วในการพิมพ์ออกไปเป็นสิ่งสำคัญมากเลยอยากให้ทุกคนเข้าใจเจตนาจริงๆ ของผมเองว่าไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ไม่ดีเลย สิ่งที่ผมพิมพ์ไปผมอยากสร้างความบันเทิง อยากสร้างความสนุกให้กับทุกคน แต่มันมีบางคำพูดที่ก็ควรต้องระวัง ก็พยายามที่จะบาลานซ์ให้มันดีๆ ไม่ใช่ถอยไปจนไม่เป็นตัวเราเลย แค่ถอยไปปุ๊บแล้วก็เดินหน้าต่อไปให้มันอยู่ตรงกลางครับ และพยายามนำเสนอมุมที่แฟนคลับชอบให้ได้มากที่สุด มุมที่เขาไม่ชอบเราก็เก็บไว้กับตัว
เจมีไนน์ : ผมเข้ามาในวงการด้วย Mindset ที่ว่าเราต้องเป็นตัวเอง 100% ถ้าคนจะชอบเราก็ต้องชอบที่เป็นเรา แล้วก็ทำแบบนั้น แล้วก็นำเสนอในมุมที่เป็นเราที่สุด จนวันหนึ่งเราได้อยู่ในโลกโซเชียล โลกออนไลน์ หลายคนก็มีหลายความคิดเห็น จะสามารถที่จะพิมพ์อะไรก็ได้ลงไปในอินเตอร์เน็ต ใครจะมาติอะไรก็ทำได้ง่ายมากๆ โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมก็ได้เรียนรู้เรื่องนี้ตอนที่โดนดราม่าเหมือนกันครับ ว่าไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ 100% เพราะว่าสังคมตอนนี้เปลี่ยนไป อาจจะมีความเซนซิทีฟมากขึ้น อาจจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในคำพูดของเรา เพราะหลายคนก็อาจจะไม่ได้ชอบเราที่เป็นเรา ถ้าถามว่าเป็นตัวเองไหม 100% ก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นแล้วกัน แต่ว่าก็ยังคีปความเป็นตัวเองในวงการบันเทิงไว้ได้อยู่เยอะมากๆ ผมพยายามจะเป็นตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ไปทำอะไรให้เดือดร้อนใคร หรือว่าไปมีปัญหากับใครครับ แล้วก็อยากอยู่ในวงการอย่างมีความสุข เพราะถ้าผมไม่เป็นตัวเองก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน แล้วเชื่อว่าหลายๆคนที่ติดตามผมจากความที่ผมเป็นผม
Woody Talk
การดูแลครอบครัวและการบริหารเงิน ?
เจมีไนน์ : ตอนนี้ก็ดีครับ คุณแม่ใช้ชีวิตแฮปปี้มากอยู่บ้าน ก็พยายามทำให้ดีที่สุด เขาแฮปปี้เราก็แฮปปี้ เราเป็นคนหาเงินเข้าบ้านคนเดียวในตอนนี้ เราก็ต้องจัดการดูแลเรื่องเงินให้ตัวเองและเขาด้วย ก็เยอะเหมือนกันมีความสุขนะที่ดูแลครอบครัวด้วยมีความรับผิดชอบ แต่ก่อนเป็นคนประหยัดไม่ใช้อะไรเลย แต่ตอนนี้ปรับ Mindset เป็นเรื่องการลงทุน เช่น การซื้อของชิ้นใหญ่ที่ดีที่สุดซึ่งสามารถขายต่อเพิ่มมูลค่าได้ มีลงทุนในทอง หุ้น กองทุน และอสังหาริมทรัพย์ และก็มีทำธุรกิจร้านคอหมูย่าง Pick Me Up สนุกกับการทำธุรกิจ
โฟร์ท : การใช้เงินของผมเป็น 2 อัน ง่ายๆ เลย แบ่งเงินเป็น Need และ Want ผมจะใช้เงินสำหรับ Need อย่างเดียว ใช้ส่วน Want เพียง 10% ไม่ค่อยซื้ออะไร เน้นเก็บเงินไปลงทุนครับ มีทำแบรนด์เสื้อผ้า NUMONE (นิว โม เนะ) เป็นกิจกรรมที่ทำให้พ่อ แม่ และน้องสาวได้กลับมาทำงานร่วมกันในครอบครัวครับ
สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00 น.
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




