ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 830

#830ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 532-1 แลกเปลี่ยน

ไป๋หลี่ชิงหงกลับถึงจวนก็เป็นยามพลบค่ำแล้ว หนึ่งวันหนึ่งคืนมานี้ แต่ละคนล้วนมิได้ผ่อนคลาย มองลานว่างเปล่าตรงหน้าและสายตาหวาดกลัวของคนในจวนแล้ว ไป๋หลี่ชิงหงก็ถอนหายใจยาว สุดท้าย...ยังคงมาถึงวันนี้

เมื่อคืนตอนจวินอู๋ฮวนจากไปแล้ว เรื่องในวังก็ยังไม่จบ มีบางเรื่องทำไปแล้ว ย่อมไม่มีทางหันหลังกลับ หลักการนี้ไม่เพียงไป๋หลี่ชิงหงเข้าใจ ทั่วป๋าหลัวและเยียนถัวอี้กับบรรดาพรรคพวกที่ติดตามพวกเขากบฏทั่วป๋าเหลียงล้วนเข้าใจเช่นกัน ครั้งนี้หากไม่อาจกำจัดทั่วป๋าเหลียง ทันทีที่ปล่อยให้เขาได้พักฟื้นกำลัง คนที่ต้องตายก็คือพวกเขา

การต่อสู้ชุลมุนนี้ต่อเนื่องมาจนกระทั่งเกือบยามอู่ สุดท้ายทั่วป๋าเหลียงก็ทนต่อไปไม่ไหว เพราะว่า...เดิมเขาหวังว่ากองหนุนจะมาแต่ไม่มา ผู้ใดก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นทั่วป๋าเหลียงนำฐานบัญชาการหลักของคุกหมิงอวี้ย้ายไปไว้ที่ใด แต่พอยามอู่ คนพวกนั้นก็ไม่ปรากฏตัว มีเพียงความเป็นไปได้เดียว ก็คือคุกหมิงอวี้ที่ทั่วป๋าเหลียงเก็บเป็นไพ่ใบสุดท้ายถูกผู้อื่นตีแตกพ่ายไปแล้ว ไม่มีเวลาและกำลังมาช่วยเจ้านายพวกเขาแล้ว

จากนั้นคำพูดหมอหลวงก็แถลงอย่างไม่คิดปิดบังว่า กระดูกสันหลังทั่วป๋าเหลียงหักแล้ว แม้ว่ารักษาชีวิตไว้ได้ แต่ต้องนอนอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิตที่เหลือนี้แล้ว ไป๋หลี่ชิงหงไม่รู้จู้เหยาหงจงใจหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร การลงมือครั้งนี้นับว่าโหดเหี้ยมมาก

สุดท้ายหลายฝ่ายตรึงกำลังกันไปมา สถานการณ์กลายเป็นสามฝ่ายทานอำนาจกัน ตระกูลทั่วป๋ามีทั่วป๋าหลัวเป็นผู้นำ แต่ตระกูลทั่วป๋าเพิ่งสูญเสียขุมกำลังใหญ่ไปเพราะหนานกงอวี้เยว่ นอกจากทั่วป๋าหลัวสองพี่น้อง ความจริงก็ไม่มีกำลังใดอีก

อีกกลุ่มก็คือชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเผ่ามั่วที่มีเยียนถัวอี้เป็นผู้นำ แต่ตระกูลเยียนถัวเพิ่งมีคนเช่นหนานกงอวี้เยว่ สายสัมพันธ์ตระกูลทั่วป๋ากับตระกูลเยียนถัวย่อมไม่ราบรื่นสักเท่าไร ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าแม้ตระกูลเยียนถัวเคยเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่อันดับหนึ่งในเผ่ามั่ว แต่ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลพวกนั้นก็ใช่ว่าจะยอมฟังคำสั่งพวกเขา

กลุ่มสุดท้ายย่อมเป็นไป๋หลี่ชิงหง ราชบุตรเขยองค์หญิงเจากั๋วที่กุมกำลังกองกำลังทหารแดนใต้ เดิมด้วยสถานะของไป๋หลี่ชิงหงและกองกำลังทหารแดนใต้ ทั่วป๋าหลัวร่วมมือกับเยียนถัวอี้ก็ใช่ว่าต้องเกรงเขา แต่เบื้องหลังไป๋หลี่ชิงหงยังมีเผ่าซู่เหอกับเผ่าเล่อเยี่ย...แม้แต่ทั่วป๋าหลัวเองก็ต้องกระทำการอย่างรอบคอบ

สถานการณ์ตอนนี้เป็นตามคาดการณ์ของจวินอู๋ฮวนกับองค์หญิงเสินโย่วหรือไม่ ไป๋หลี่ชิงหงไม่คิด สนใจอันใด

“ไป๋หลี่ชิงหง!” ทั่วป๋าหมิงจูหอบหายใจเดินไปจนสุดสวนดอกไม้ ถลึงตาจ้องไป๋หลี่ชิงหงที่ยืนมองมาด้วยแววตาโกรธแค้น ไป๋หลี่ชิงหงชะงักฝีเท้ามองนางด้วยสีหน้านิ่งสงบ

ทั่วป๋าหมิงจูก้าวมาตรงหน้าไป๋หลี่ชิงหงรวดเร็วราวกับสายลม ยกมือขึ้นคิดสะบัดตบหน้าเขา ไป๋หลี่ชิงหงยกมือขึ้นขวางมือทั่วป๋าหมิงจูไว้ ก้มลงมอง หญิงสาวตรงหน้าที่เหมือนไม่ได้มีอาการป่วย “เจ้าคิดทำอันใด”

“ไป๋หลี่ชิงหง เจ้าทำอันใดเสด็จพ่อข้า!” ทั่วป๋าหมิงจูตวาดอย่างโมโห

ไป๋หลี่ชิงหงมองนางด้วยสีหน้านิ่งเฉย “เจ้าห่วงใยเสด็จพ่อเจ้าเช่นนี้หรือ”

ทั่วป๋าหมิงจูกัดฟัน “ต่ำช้าไร้ยางอาย! ที่แท้หลายปีมานี้เจ้าเก็บซ่อนความคิดเป็นใหญ่ของเจ้าไว้มิดชิดเช่นนี้ เจ้าหลอกข้ามาตลอด!”

ไป๋หลี่ชิงหงเดินหลบไปด้านข้าง อ้อมผ่านทั่วป๋าหมิงจูไปเรือนตนเอง “ในเมื่อยังไม่ตาย ก็อยู่ต่อไปให้ดีๆ หากรู้สึกว่าตอนนี้เสด็จพ่อเจ้ายังปกป้องเจ้าได้ก็เชิญโวยวายต่อไป”

ทั่วป๋าหมิงจูนิ่งอึ้ง หันหน้ามองตามแผ่นหลังไป๋หลี่ชิงหงไปอย่างนิ่งงัน ครู่หนึ่งพลันได้สติคืนมา รีบวิ่งไปอีกทางทันที

ณ ที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งในจวน ต้วนอวิ๋นกำลังนั่งหลับตาพักสายตาอยู่ใต้ต้นไม้ วันนี้เขาอารมณ์ดีมาก แม้เมืองเหนือเริ่มหนาวแล้ว แต่ลานที่เขาอยู่ไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวแม้สักนิด เสียงประตูเปิดออกดังปัง ต้วนอวิ๋นเงยหน้ามองไปก็เห็นทั่วป๋าหมิงจูบุกมาถึงหน้าตรงตนเองแล้ว

“องค์หญิง เกิดเรื่องอันใดขึ้น” ต้วนอวิ๋นยิ้มถาม

ทั่วป๋าหมิงจูคว้าแขนเสื้อเขา ถามว่า “ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไร!”

ต้วนอวิ๋นคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยื่นมือไปดึงมือทั่วป๋าหมิงจูอออก “ข้าฟังองค์หญิงไม่เข้าใจ อันใดคือทำอย่างไร”

ทั่วป๋าหมิงจูรุ่มร้อนใจอย่างที่สุด “ไป๋หลี่ชิงหงกลับมาแล้ว! เสด็จพ่อ เสด็จพ่อย่อมเกิดเรื่องแล้ว ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไร!”

ต้วนอวิ๋นอมยิ้มส่ายหน้า “ไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะไม่สังหารท่าน”

ทั่วป๋าหมิงจูมองต้วนอวิ๋นอย่างสงสัย เห็นชัดว่าไม่อยากคุยกับเขา ต้วนอวิ๋นยิ้มเอ่ย “ที่นี่อย่างไรก็เป็นเมืองเหนือ อย่างไรเขาก็มีแค่สถานะราชบุตรเขยองค์หญิงเจากั๋ว ท่านต้องการให้เขาตาย ก็ไม่มีสถานะใดให้เขาดำรงได้อีก แม้กุมอำนาจสั่งการกองกำลังทหารแดนใต้ แต่หากชาวเผ่ามั่วทุกคนร่วมมือกันต่อต้านเขา เขาก็รับมือไม่ไหว

อย่าลืมว่าตระกูลมารดาองค์หญิงคือเผ่าเล่อเยี่ย ไม่มีองค์หญิงและฮองเฮา เหตุใดเผ่าเล่อเยี่ยยังต้องสนับสนุนเขา เผ่าเล่อเยี่ยสนับสนุนทั่วป๋าหลัวยังดีเสียกว่า อย่างไร...สายสัมพันธ์เผ่าซู่เหอกับเผ่าเล่อเยี่ยแต่ไรมาก็ไม่ค่อยดีมาตลอด”

“ใช่แล้ว เผ่าเล่อเยี่ย!” ทั่วป๋าหมิงจูพลันเข้าใจขึ้นมาทันที “ไป๋หลี่ชิงหงใช้เรื่องใดโน้มน้าวซู่เหอหมิงกวง เขาต้องการจัดการเผ่าเล่อเยี่ย!”

ต้วนอวิ๋นส่ายหน้า “เขายังไม่มีความสามารถจัดการเผ่าเล่อเยี่ยในตอนนี้ เขาต้องการการสนับสนุนจากเผ่าเล่อเยี่ยและเผ่าซู่เหอ ไม่ว่าสายใดล้มลง เขาก็ย่อมไม่รอด ดังนั้นองค์หญิงไม่ต้องเป็นห่วง”

“แต่...” ทั่วป๋าหมิงจูงุนงง ไม่ทราบว่าเหตุใดในใจนางยังคงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

ต้วนอวิ๋นเอ่ยว่า “ไม่มีแต่ ขอเพียงองค์หญิงจดจำไว้ว่า...ท่านกับไป๋หลี่ชิงหงตอนนี้ รุ่งด้วยกัน ล่มด้วยกันก็พอแล้ว ดังนั้นเขาจะไม่ลงมือกับท่าน ยาถอนพิษข้ามอบให้ท่าน การแลกเปลี่ยนของพวกเรา...นับว่าบรรลุแล้วกระมัง”

ทั่วป๋าหมิงจูนิ่งอึ้งมองต้วนอวิ๋น “เจ้าจะไปแล้วหรือ”

ต้วนอวิ๋นยิ้มเอ่ย “ไป๋หลี่ชิงหงไม่มีทางไม่รู้สถานะข้า หากยังไม่ไปอีกก็ไม่อาจจากไปไม่ได้แล้ว ดังนั้น องค์หญิง...ขออำลาตรงนี้ วันหน้าค่อยพบกันใหม่”

ทั่วป๋าหมิงจูมองต้วนอวิ๋นลุกขึ้นยืนเดินออกไป พลันเอ่ยขึ้ว่า “เจ้ากำลังหลอกข้า”

“หืม” ต้วนอวิ๋นคิ้วกระตุกเล็กน้อย หันไปมองไปทางทั่วป๋าหมิงจู ทั่วป๋าหมิงจูจ้องมองเขา “เจ้าเป็นชาวเทียนฉี่ เจ้ากำลังหลอกข้ามาตั้งแต่เริ่มจนจบ! เจ้าหลอกเผ่าเล่อเยี่ยและหลอกข้า!”

ต้วนอวิ๋นพลันหัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง ส่ายหน้าเอ่ยว่า “องค์หญิงเลือกที่จะไม่เชื่อข้าได้ แต่ท่านควรรู้...ท่านไม่มีทางเลือกอื่น ข้าน้อย ถือว่าวางแผนให้องค์หญิงด้วยความจริงใจ”

เขากล่าวจบก็ไม่คิดสนใจทั่วป๋าหมิงจูอีก เดินเข้าไปในห้อง พลิกฝ่ามือปิดประตู

ทั่วป๋าหมิงจูยืนนิ่งงันอนู่ในลานด้านหน้าเป็นนาน ไม่ผิด...เขาออกความคิดแทนนางจริงๆ หากไม่มีเขา ไม่แน่ว่านางคงถูกไป๋หลี่ชิงหงทำร้ายจนต้องนอนนิ่งขยับตัวไม่ได้บนเตียงไปเงียบๆ แล้ว

แต่...ตอนที่เขาออกความคิดให้นางนั้น เขาวางแผนอันใดนางก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ต้นจนจบเขาล้วนกำลังหลอกใช้นาง แต่นางกลับไม่มีทางเลือกอื่น นางคิดมีชีวิตต่อไป...นางต้องการดูจุดจบของไป๋หลี่ชิงหง!

ไป๋หลี่ชิงหงเดินเข้ามาในห้องหนังสือ สายตาพลันดุดันขึ้นมาทันที มีคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือในห้อง กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ พอได้ยินเสียงประตูเปิดออก คนผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขา

“คุณชายไป๋หลี่ให้ข้ารอนานแล้ว”

ไป๋หลี่ชิงหงเดินเข้ามาในห้องหนังสือ ปิดประตูลงด้วยอาการสงบนิ่ง จ้องมองคนตรงหน้าเอ่ยว่า “เจ้าเมืองชางอวิ๋น ใจกล้าจริง”

จวินอู๋ฮวนวางหนังสือในมือลง ยิ้มเอ่ย “ทุกคนล้วนกำลังยุ่ง ดังนั้นเข้ามาก็ไม่ยาก และไม่ต้องใช้ความกล้าอันใด”

ไป๋หลี่ชิงหงแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ไม่รู้ว่าเจ้าเมืองชางอวิ๋นไปแล้วกลับมาอีกด้วยเรื่องอันใด”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “แลกเปลี่ยนกันหน่อย เป็นอย่างไร”

“แลกเปลี่ยนอันใด” ไป๋หลี่ชิงหงขมวดคิ้วมองจวินอู๋ฮวนด้วยแววตาระแวงไม่น้อย

เขาอาศัยกำลังตนเองต้านตานเป่ยจิ้นมาได้สิบกว่าปี ถึงกับหลอกทั้งราชสำนักเป่ยจิ้นได้ คุณชายฉางหลีย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

หลายปีมานี้ไป๋หลี่ชิงหงที่แอบติดต่อกับจวินอู๋ฮวนมาตลอดย่อมรู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้งกว่าผู้ใด จวินอู๋ฮวนยกมือขึ้นแกว่งของสีดำมะเมื่อมลักษณะเหมือนป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งในมือไปมา เห็นชัดว่าอักษรบนนั้นกับลวดลายไม่ใช่ของเทียนฉี่ ไป๋หลี่ชิงหงย่อมจำได้ว่านี่คือของที่จู้เหยาหงหยิบออกจากตัวทั่วป๋าเหลียงเมื่อคืนวานนี้

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 830