ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 829

#829ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 531-2 เสียสติ

หมิงจิ้งเองก็คล้ายว่าตกใจสะดุ้งกับสภาพผีร้ายของเขาเช่นนี้ รีบชักกระบี่คิดป้องกันตนเอง แต่หนานกงอวี้เยว่แม้กลายสภาพเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เห็นหมิงจิ้งอยู่สายตา ไม่คิดสนใจกระบี่เขา ยังคงพุ่งเข้าใส่ ถึงกับยื่นมือไปคว้ากระบี่หมิงจิ้ง กระบี่หมิงจิ้งเพิ่งออกจากฝักก็ถูกหนานกงอวี้เยว่หักทิ้งด้วยมือเดียว จากนั้นหนานกงอวี้เยว่ก็แค่นเสียงฮึเบาๆ กระชากเศษกระบี่ที่หักพุ่งเข้าจะปาดลำคอหมิงจิ้ง

เคร้ง!

จวินอู๋ฮวนดีดก้อนหินหนึ่งใส่กระบี่ท่อนที่หักของหมิงจิ้ง พร้อมกับอีกมือคว้าหมิงจิ้งหลบ เข้ารับการโจมตีของหนานกงอวี้เยว่ด้วยตนเอง

ทั้งสองคนต่อสู้กันเกือบครึ่งชั่วยาม บาดแผลเดิมของหนานกงอวี้เยว่ยังไม่ได้รักษาก็มีบาดแผลใหม่เพิ่มขึ้นมา พวกฟู่เหลิ่งเห็นแล้วไหนเลยจะทนดูต่อไปได้ รีบคิดเข้าไปช่วยเหลือ แต่ถูกอวิ๋นสิงเยว่ขวางไว้ อวิ๋นสิงเยว่กล่าวอย่างไม่พอใจนักว่า “หากเจ้าอยากให้เขาเสียสติเช่นนี้ไปจนตายก็เข้าไป”

ฟู่เหลิ่งมองไปทางอวิ๋นสิงเยว่อย่างลังเลเล็กน้อย “คุณชายอวิ๋น คุณชาย...”

ฟู่เหลิ่งย่อมรู้สายสัมพันธ์พวกอวิ๋นสิงเยว่กับหนานกงอวี้เยว่ จึงไม่เป็นห่วงว่าพวกเขาจะทำร้ายหนานกงอวี้เยว่

อวิ๋นสิงเยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “รอดูก่อน เขาเสียสติมาหลายปีก็ไม่เห็นตาย เห็นได้ว่าเป็นตัวหายนะอายุยืนยาวยิ่ง” จากนั้นก็ตะโกนบอกจวินอู๋ฮวน “พอได้แล้ว สู้กันอีกได้ตายจริงแน่”

วาจากล่าวจบ หนานกงอวี้เยว่ก็ถูกจวินอู๋ฮวนเตะไปกองที่เท้าอวิ๋นสิงเยว่ อวิ๋นสิงเยว่ตอนนั้นถูกหนานกงอวี้เยว่ทำเอาแทบตาย แม้ผ่านมาหลายปี ก็ยังคล้ายเป็นดังเงาดำมืดในใจ จึงรีบกระโดดหลบทันที

จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลงไอเบาๆ สองสามที ก่อนจะค่อยๆ เดินมา ทุกคนต่างเห็นได้ชัดว่าหนานกงอวี้เยว่คล้ายดังถูกลากขึ้นมาจากบ่อโลหิต บาดแผลบนร่างปริออกอีกครั้ง ไม่แน่ว่าจวินอู๋ฮวนอาจเพิ่มบาดแผลให้เขาอีกไม่น้อยเช่นกัน

ที่สำคัญที่สุดก็คือขาข้างหนึ่งกับแขนข้างหนึ่งของเขาถูกจวินอู๋ฮวนหักไปแล้ว

“คุณชายฉางหลี ท่าน!” ฟู่เหลิ่งมองหนานกงอวี้เยว่ที่ดิ้นรนอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าย่ำแย่ยิ่ง ก่อนจะถลึงตาใส่จวินอู๋ฮวนอย่างโกรธจัด

“แค่ก แค่ก” จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้ว “ข้าไม่สบาย หากสู้กันต่อไป ผู้ใดชนะ ผู้ใดแพ้ก็พูดยาก หากข้าเอาเขาไม่อยู่...” จวินอู๋ฮวนกวาดตามองทุกคน ไม่ได้เอ่ยต่อ แต่ทุกคนต่างล้วนเข้าใจความหมายของเขา หากเขาเอาหนานกงอวี้เยว่ไม่อยู่ เกรงว่าทุกคนในที่นี้ก็คงต้องตายด้วยน้ำมือหนานกงอวี้เยว่

ฟู่เหลิ่งย่อมเข้าใจหลักการนี้ เพียงแต่เพราะความเป็นห่วงทำให้ขาดสติ แต่เห็นหนานกงอวี้เยว่เช่นนี้ก็ยากจะทำใจได้ “คุณชายฉางหลี คุณชายอวิ๋น หรือว่าคุณชายพวกเราจะเป็นเช่นนี้แล้ว”

อวิ๋นสิงเยว่เห็นหนานกงอวี้เยว่ขยับตัวไม่ได้แล้วจริง ๆ จึงได้กระโดดกลับเข้ามา โยนขวดยาให้จวินอู๋ฮวนขวดหนึ่ง ให้จวินอู๋ฮวนเดินไปด้านหน้าหนานกงอวี้เยว่ บีบปากเขาออก ยัดยาเข้าไปสองสามเม็ด

พรวด! จากนั้นไม่นานยาเม็ดที่เขายัดลงไปก็ถูกพ่นออกมาใส่หน้าเขาอีกครั้ง

อวิ๋นสิงเยว่โมโหส่งเสียงโวยวายดัง “บัดซบ! เจ้ารู้ไหมว่ายานี่ปรุงยากเพียงใด! ข้าปรุงอยู่หลายเดือนกว่าจะสำเร็จ!”

หนานกงอวี้เยว่สีหน้าบิดเบี้ยวคำรามใส่เขา แต่ฟังไม่ออกว่าเขาคำรามอันใดออกมา

อวิ๋นสิงเยว่มองสภาพเขาแล้วก็ไม่ค่อยอยากเอาเรื่องอีก ผ่านไปครู่หนึ่งก็ถอนหายใจยาว เอ่ยว่า “ปกติแสนไร้มารยาทราวกับกายคนใจสุนัข เหตุใดพอเสียสติขึ้นมาไหนเลยจะมีสภาพดังคน” ตอนนี้ท่าทางหนานกงอวี้เยว่กล่าวว่าราวกับสัตว์ป่าก็ไม่เกินไปนัก

ยามนั้นอวิ๋นสิงเยว่ไม่ลังเลอีกต่อไป หยิบเข็มเล่มยาวออกมาจากแขนเสื้อปักไปบนร่างหนานกงอวี้เยว่ ครู่หนึ่งต่อมา หนานกงอวี้เยว่ที่ยังคงกางกรงเล็บขู่ฟ่อก็พลันคล้ายดังหุ่นเชิดไม้ที่ถูกคนบังคับ หยุดการเคลื่อนไหว ค่อยๆ ล้มลง

จัดการหนานกงอวี้เยว่ล้มลงแล้ว อวิ๋นสิงเยว่จึงได้มีเวลาค่อยๆ ตรวจบาดแผลเขา ตรวจดูมือเท้าเขาทีหนึ่ง

อวิ๋นสิงเยว่ส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะหันหน้าไปบอกพวกฟู่เหลิ่งว่า “ไม่เป็นอันใดมาก ไว้ต่อกระดูกก็ได้แล้ว”

จวินอู๋ฮวนไม่ได้ลงแรงหนักมาก พวกฟู่เหลิ่งพากันถอนใจโล่งอก “ขอบคุณคุณชายฉางหลี ขอบคุณคุณชายอวิ๋น”

จวินอู๋ฮวนเดินเข้าไปหิ้วหนานกงอวี้เยว่เข้าห้อง อวิ๋นสิงเยว่เองก็รีบตามเข้าไป

ในห้องซอมซ่อ อวิ๋นสิงเยว่ตรวจร่างกายหนานกงอวี้เยว่อย่างละเอียดรอบหนึ่ง ปักเข็มเงินไปบนร่างหนานกงอวี้เยว่อีกสองสามเล่ม ก่อนจะหันมองไปทางจวินอู๋ฮวนขมวดคิ้วเอ่ยว่า “สภาพไม่ค่อยดี”

จวินอู๋ฮวนหรี่ตามองเขา คล้ายกำลังกล่าวว่า เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลไร้สาระหรือ

สภาพหนานกงอวี้เยว่เช่นนี้หากว่าดี ยังต้องนอนให้พวกเขาจัดการเช่นนี้หรือ

อวิ๋นสิงเยว่ถอนหายใจ ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ท่านลุงบอกว่าระยะนี้หนานกงปกติดีทุกอย่าง ตามหลักแล้วแม้อาการกำเริบก็ไม่ควรรุนแรงเช่นนี้ถึงจะถูกต้อง”

จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เขามิได้เป็นเพราะอาการบาดเจ็บภายนอก”

แม้อาการป่วยเขาร้ายแรงเพียงใด หมอย่อมพอรู้อยู่ ตรวจจับชีพจรแล้วก็พอคาดเดาเวลาที่อาการจะกำเริบครั้งหน้าหรือระดับความรุนแรงได้ แต่อาการป่วยของหนานกงอวี้เยว่ ผู้ใดก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะถูกสิ่งใดกระทบกระเทือนจิตใจเข้า ยิ่งไม่รู้ว่าหลังกระทบกระเทือนจิตใจแล้วจะทำให้เขากลายเป็นเช่นไร

“แท้จริงเรื่องอันใดทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้ หรือว่าสุดท้ายกำจัดตระกูลทั่วป๋าพวกนั้นได้ เขาจึงดีใจจนเสียสติ” อวิ๋นสิงเยว่กล่าวงึมงำ

จวินอู๋ฮวนกวาดตามองเขาปราดหนึ่ง ในแววตาไร้วาจาจะกล่าว ผ่านไปครู่หนึ่งจึงชี้หนานกงอวี้เยว่บนเตียง “เจ้าดู เขาเหมือนดีใจจนเสียสติหรือ”

อวิ๋นสิงเยว่ถอนหายใจ “กล่าวตามตรง คนเช่นหนานกงอวี้เยว่...ข้ารู้สึกว่าแค่มีคนดื่มน้ำต่อหน้าเขาก็อาจทำให้เขาโมโหเดือดดาลได้แล้ว แต่...จะมีเรื่องอันใดที่ทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้ได้ ข้าคิดไม่ออกจริงๆ

หนานกงอวี้เยว่มองดูแล้วเหมือนไม่ใส่ใจอันใดทั้งสิ้น แม้ความปักใจต่อฉู่หลิง ความจริงก็มิได้มีสักเท่าไร น่าจะเป็นความรู้สึกยอมรับว่าพ่ายแพ้ไม่ได้เท่านั้น แค่อิจฉาริษยาจวินอู๋ฮวนเท่านั้นกระมัง

อวิ๋นสิงเยว่รู้สึกมาตลอดว่าหากวันหนึ่งหนานกงอวี้เยว่เสียสติขึ้นมา จะต้องเป็นเพราะเขาแอบคิดชั่วร้ายจนอัดอั้นตันใจ ทำเอาตนเองเสียสติเองไป แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดหรือเรื่องใดที่บีบให้เขาเสียสติได้

จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้ว ก้มหน้าลงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะ “เยียนถัวอี้”

อวิ๋นสิงเยว่นิ่งอึ้ง “เจ้าบอกว่าเพราะเมื่อคืนเยียนถัวอี้เยียนถัวอี้ร่วมมือกับพวกทั่วป๋าหลัวจัดการเขา ทำให้เขากระทบกระเทือนจิตใจหรือ”

ข้าคิดว่าเป็นซู่เหอจินเหลียนที่กระทบกระเทือนจิตใจเขามากกว่ากระมัง แต่ไรมาหนานกงอวี้เยว่ไม่เคยเห็นพี่ชายเช่นเยียนถัวอี้อยู่ในสายตา ยามใช้ประโยชน์ก็ไม่เคยใจอ่อน

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “เมื่อคืนวานนี้เดิมเขามีโอกาสสังหารทั่วป๋าอิ้น”

อวิ๋นสิงเยว่เองก็นึกถึงสถานการณ์ตอนนั้นได้ อีกนิดเดียวจริงๆ หนานกงอวี้เยว่กลับต้องชะงักหยุดลงกะทันหัน จากนั้นสถานการณ์ก็แปรเปลี่ยน หลายฝ่ายรุมล้อมจัดการหนานกงอวี้เยว่ หนานกงอวี้เยว่จึงได้รับบาดเจ็บ

คิดถึงตรงนี้ หนานกงอวี้เยว่อดหันไปมองหนานกงอวี้เยว่ไม่ได้ เอ่ยด้วยสีหน้าสับสนว่า “เจ้าหมอนี่ถึงกับ...ถึงกับใส่ใจเยียนถัวอี้จริงๆ หรือ”

จวินอู๋ฮวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “อย่างไรเขาก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจ”

อวิ๋นสิงเยว่เบ้ปาก ในใจคันยิบ ตอนนั้นข้าดีกับเจ้าหมอนี่ไม่พอหรือ ผลสุดท้ายถึงแล้วได้อันใดตอบแทน

อวิ๋นสิงเยว่ไม่รู้สึกว่าเยียนถัวอี้ลงมือกับหนานกงอวี้เยว่มีอันใดผิดสักนิด หากเขามีน้องชายเอาแต่ใจเช่นนี้ ก็คงตีตายไปหลายร้อยรอบแล้ว

“เช่นนั้น ตอนนี้ทำอย่างไรดี” อวิ๋นสิงเยว่ถาม

จวินอู๋ฮวนกวาดตามองเขาเยียบเย็นปราดหนึ่ง “เจ้าเป็นหมอ เจ้ามาถามข้าหรือ”

อวิ๋นสิงเยว่ทึ้งผมตนเองท่าทางกลัดกลุ้ม “เดิมคิดว่าเจ้าจะซัดเขาสักตั้ง ไม่แน่ว่าอาจทำให้เขาได้สติขึ้นมาก็ได้ ตอนนี้ดูท่าคงไม่ได้แล้ว ไม่ว่ายาอันใด ตอนนี้ก็คงไม่ได้ผลในทันที พวกเราอยู่ที่นี่ก็มิใช่ทางเลือกที่ดีนัก ควรหาที่พักก่อนดีหรือไม่”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ไม่ได้ พวกเราต้องรีบไปจากเมืองหลวง”

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “แต่หนานกง...”

จวินอู๋ฮวนตัดบทว่า “เจ้าคงไม่คิดว่าชาวเป่ยจิ้นจะปล่อยพวกเรากับหนานกงตลอดไปกระมัง”

ก่อนหน้านี้พวกเขาออกมาได้ก็เพราะชาวเป่ยจิ้นกำลังแย่งชิงอำนาจ ไม่มีเวลามาสนใจ ทันทีที่คนพวกนั้นแบ่งผลสำเร็จแห่งชัยชนะกันเสร็จ ก็คงไม่เกรงใจพวกเขาแล้ว ในเวลานี้พวกเขาอยู่เมืองเหนือต่อย่อมเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย เขาไม่อยากให้อาหลิงเป็นห่วง

ยิ่งไปกว่านั้น...เมืองชางอวิ๋นยังมีเรื่องอีกมาก เขาไม่อาจเอาแต่อยู่ที่เมืองเหนือนี้นานนัก

อวิ๋นสิงเยว่ถอนหายใจ “เช่นนั้นข้าไปจ่ายยาให้เขากินก่อน รอท่านลุงกลับมา พวกเราค่อยไปกัน”

จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้ว “แท้จริงเขาไปทำอันใดกันแน่”

อวิ๋นสิงเยว่ไม่ตอบ จวินอู๋ฮวนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเย็นเยียบ “พูดไม่พูด”

อวิ๋นสิงเยว่ถูกสีหน้านี้ทำเอาคอหดทันที เอ่ยบอกเบาหวิวว่า “คือว่า...หนานกงให้เขา ให้เขาช่วยไปกำจัดคนของคุกหมิงอวี้ และ...แวะจัดการคนตระกูลทั่วป๋าในกองทัพพวกนั้นด้วย”

ไม่ใช่คนแซ่ทั่วป๋าทุกคนจะอยู่ในเมืองหลวง คนตระกูลทั่วป๋าองอาจกล้าหาญไม่น้อย ย่อมประจำอยู่กองทัพมากไม่น้อยเช่นกัน

สีหน้าจวินอู๋ฮวนย่ำแย่ขึ้นมา “บุกเข้าไปในค่ายทหารเผ่ามั่วสังหารคน เขาเบื่อชีวิตแล้วหรือ”

ศิษย์อาจารย์คู่นี้คิดว่ากองทัพเผ่ามั่วไม่มีคนมีฝีมือหรืออย่างไร

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “คือว่า...วิทยายุทธ์ท่านลุงสูงส่ง น่าจะไม่เป็นอันใดกระมัง” ตาแก่เหลวไหลมาทั้งชีวิตก็ยังไม่ตาย เห็นได้ชัดว่าตายยาก

จวินอู๋ฮวนแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป “เจ้าเฝ้าเขาไว้ ข้าออกไปสักครู่”

อวิ๋นสิงเยว่รีบถามขึ้นว่า “เจ้าจะไปไหน”

จวินอู๋ฮวนตอบว่า “ไปพบคนผู้หนึ่ง จัดการเรื่องหนึ่งสักหน่อย!”

ไม่ทันสิ้นคำจวินอู๋ฮวนก็หายลับไปที่หน้าประตู อวิ๋นสิงเยว่มองเขาหายลับไปจากหน้าประตูแล้วก็ยักไหล่ หันกลับไปมองหนานกงอวี้เยว่ที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง อดยื่นมือไปบีบใบหน้าเขาทีหนึ่งไม่ได้

“เจ้าตัวบัดซบ สุดท้ายเจ้าก็ตกอยู่ในกำมือข้าแล้ว” อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยอย่างได้ใจ

“คุณชาย” เห็นจวินอู๋ฮวนออกมา ทุกคนต่างรีบลุกขึ้น

จวินอู๋ฮวนมองไปทางหมิงจิ้งกับจู้เหยาหง “ข้าออกไปสักครู่ พวกเจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ หากมีอันใดผิดปกติก็รีบพาหนานกงไปจากที่นี่”

ทั้งสองคนลุกขึ้นรับคำ หมิงจิ้งถามขึ้นว่า “คุณชาย ท่านจะเข้าเมืองหรือ ข้าน้อยไปกับคุณชายด้วยดีกว่า”

จวินอู๋ฮวนเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นทีหนึ่ง ส่ายหน้าสั่งการว่า “ไม่ต้อง เจ้าอยู่ที่นี่ ที่นี่มอบให้พวกเจ้าแล้ว”

“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังให้มาก” หมิงจิ้งกล่าว

จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อย ทะยานลอยตัวจากไป ไม่นานก็หายลับไปกลางป่าเขา

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 829