ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 831
ตอนที่ 532-2 แลกเปลี่ยน
“นี่คืออันใด” ไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้น แม้ไป๋หลี่ชิงหงนับได้ว่ามีความรู้กว้างไกลแล้ว แต่ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าของสิ่งนี้แท้จริงคืออันใด เห็นปฏิกิริยาทั่วป๋าเหลียงกับเยียนถัวอี้และการให้ความสำคัญต่อของสิ่งนี้ของจวินอู๋ฮวน เห็นชัดว่าไม่ใช่สิ่งของธรรมดา
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “สิ่งนี้ก็คือสิ่งของที่ใช้ออกคำสั่งต่อชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเผ่ามั่วพวกนั้นได้”
“ข้าเดา...ของชิ้นนี้ ข้าเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์” ไป๋หลี่ชิงหงคาดได้ว่า หากเขาใช้ได้ จวินอู๋ฮวนก็ใช้ได้ หากของนี้ใช้ได้จริง จวินอู๋ฮวนจะมอบให้เขาได้อย่างไร
จวินอู๋ฮวนยิ้ม “แต่บุตรชายเจ้าใช้ได้ หรือแม้แต่...ภรรยาเจ้า ความจริงก็ใช้ได้ ขอเพียง...เป็นสายโลหิตแซ่ทั่วป๋า”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ากล่าวจริงหรือเท็จ” ไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้น จวินอู๋ฮวนตอบทันทีว่า “เจ้าไปถามทั่วป๋าเหลียงหรือเยียนถัวอี้...อา ข้าเสนอให้เจ้าอย่าไปถามเยียนถัวอี้จะดีกว่า เยียนถัวอี้น่าจะอยากให้ข้าหลอมของสิ่งนี้ทิ้งมากที่สุด”
ไป๋หลี่ชิงหงจ้องมองจวินอู๋ฮวนอยู่นานไม่เอ่ยอันใด จวินอู๋ฮวนเองก็ไม่ร้อนใจ นั่งอยู่ที่โต๊ะรอให้เขาค่อยๆ คิด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร สุดท้ายไป๋หลี่ชิงหงคล้ายว่าคิดกระจ่าง เงยหน้าถามขึ้นว่า “เจ้ามีเงื่อนไขอันใด”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเล็กน้อย เอ่ยว่า “ง่ายมาก ข้าต้องการชีวิตทั่วป๋าเหลียง”
“เจ้าทำเองไม่ได้หรือ” ไป๋หลี่ชิงหงขมวดคิ้วกล่าว
จวินอู๋ฮวนตอบ “ลอบสังหาร...เรื่องเช่นนี้ ไม่ใช่วิธีการสุจริต หากไม่จำเป็นย่อมไม่คิดใช้ แต่ในเมื่อให้ผู้อื่นไปทำได้ ไยข้าต้องลงมือเอง”
ไป๋หลี่ชิงหงแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “หากข้าสังหารทั่วป๋าเหลียง ความผิดสังหารฮ่องเต้ย่อมตกอยู่ที่ข้า คุณชายฉางหลีช่างวางอุบาย”
จวินอู๋ฮวนไม่สนใจวาจาเสียดสีของเขา เอ่ยต่อว่า “อีกอย่าง...สมบัติจวนอ๋องหมิงและทั่วป๋าเหลียงต้องเป็นของข้าทั้งหมด”
“จวินอู๋ฮวน!” ไป๋หลี่ชิงหงคำรามเยียบเย็น น้ำเสียงขู่เตือน
ทั่วป๋าเหลียงขึ้นครองราชย์ไม่ถึงสามปี แต่บิดาเขาเป็นอ๋องเป่ยจิ้นมาหลายปี ไม่อาจมอบตำแหน่งสู่บุตรชาย แต่มอบสมบัติทั้งหมดให้บุตรชายได้
นี่ก็คือสาเหตุที่ทั่วป๋าเหลียงจัดตั้งคุกหมิงอวี้อย่างยิ่งใหญ่และรวมถึงมีกองทัพส่วนตัวแม้อยู่ภายใต้การปกครองของอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นได้
ตอนนี้สมบัติทั่วป๋าเหลียงที่จวินอู๋ฮวนเอ่ยถึง ไม่เพียงแต่เป็นเงินทองของมีค่าของทั่วป๋าเหลียง ย่อมรวมถึงบารมีใต้ดินทุกอย่างที่ทั่วป๋าเหลียงแอบสะสมไว้ นี่คือขุมทรัพย์ก้อนโตมหาศาลที่คนนอกไม่มีทางจินตนาการได้
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “คุณชายไป๋หลี่ ของเหล่านี้ข้าไม่เอา ท่านก็ใช่ว่าเก็บไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น...ไม่มีของชิ้นนี้ ขออภัยที่ข้าขอเอ่ยตามตรง ท่านก็มีโอกาสยึดอำนาจได้ แต่ใช่ว่าจะได้ไปครอบครอง ท่านรู้สึกว่าทั่วป๋าหลัวจะปล่อยท่านไปง่ายๆ หรือ แน่นอนว่าท่านมีเผ่าเล่อเยี่ยและเผ่าฮูหลันให้การช่วยเหลือ แต่ท่านอย่าลืม พระชายาทั่วป๋าหลัวแซ่เฮ่อหลัน”
ขุมกำลังเผ่าเฮ่อหลันใช่ว่าจะด้อยไปกว่าเผ่าเล่อเยี่ยและเผ่าฮูหลัน ด้วยสถานะไป๋หลี่ชิงหง คิดจะต่อต้านอำนาจในราชสำนักของทั่วป๋าหลัว เรียกได้ว่ายังขาดไปอีกขั้น
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ยังมีอันใดอีก คุณชายฉางหลีกล่าวมาทีเดียวได้หรือไม่”
“คุณชายไป๋หลี่เปิดเผยใจเด็ดยิ่ง” จวินอู๋ฮวนเอ่ยอย่างพึงพอใจ “สุดท้ายแล้ว เผ่ามั่วห้ามไล่ล่าสังหารหนานกงอวี้เยว่”
“ข้าตัดสินใจไม่ได้” ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ย เขาไม่มีความแค้นกับหนานกงอวี้เยว่ แต่ตระกูลทั่วป๋าไม่มีทางปล่อยหนานกงอวี้เยว่ไป
จวินอู๋ฮวนยักไหล่ “รอให้ท่านตัดสินใจได้ก็พอ”
“ตกลง” ไป๋หลี่ชิงหงพยักหน้า มองจวินอู๋ฮวนอย่างลุ่มลึกทีหนึ่ง “ดังนั้น วันนี้คุณชายฉางหลีมาก็เพื่อมอบของนี้ให้ข้าโดยเฉพาะหรือ”
จวินอู๋ฮวนเสนอสามเงื่อนไขที่ฟังดูแล้วยุ่งยาก แต่ความจริงเขาไม่เสียหายอันใดสักอย่าง ทั่วป๋าเหลียงเดิมก็ควรต้องตาย สมบัติทั่วป๋าเหลียงมากมายเพียงใดก็ไม่อาจเทียบกับตำแหน่งและอำนาจที่กำลังจะตกมาอยู่ในมือเขาได้ ส่วนหนานกงอวี้เยว่ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง รอให้เขาตัดสินใจได้ หนานกงอวี้เยว่ก็อาจไร้ลมหายใจแล้ว แม้ยังมีชีวิตก็อาจไม่อยู่เป่ยจิ้นแล้ว มองอย่างไรก็คล้ายว่าจวินอู๋ฮวนจงใจนำของนี้มามอบให้เขา
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “คุณชายไป๋หลี่จะคิดเช่นนี้ก็ย่อมได้”
“ท่านไม่กลัววันหน้าข้าครองความยิ่งใหญ่หรือ”
เขาย่อมรู้ว่าจวินอู๋ฮวนต้องการให้เขาต่อสู้กับทั่วป๋าหลัว หลายปีมานี้ทุกสิ่งที่จวินอู๋ฮวนกระทำล้วนเพื่อเป้าหมายเดียว ก็คือต้องการให้แผ่นดินตระกูลทั่วป๋าไม่มีวันสงบสุข
จวินอู๋ฮวนยิ้ม “หากคุณชายไป๋หลี่มีความสามารถเช่นนั้นจริง ถึงตอนนั้นท่านและข้าย่อมต้องเป็นศัตรูกัน แต่ทว่า...หากคุณชายไป๋หลี่ได้สมดังหวังจริง อย่างน้อยราษฎรตอนเหนือก็ควรจะมีชีวิตที่ดีขึ้นหน่อยกระมัง ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องเลวร้ายอันใด”
ไป๋หลี่ชิงหงเงียบงัน จวินอู๋ฮวนลุกขึ้นยืนเตรียมอำลา
ไป๋หลี่ชิงหงมองตามหลังจวินอู๋ฮวนที่ค่อยๆ เดิน ออกไป พลันเอ่ยว่า “บางครั้ง ข้าก็ไม่รู้ว่าควรชื่นชมหรือริษยาคุณชายฉางหลีดี”
จวินอู๋ฮวนชะงักฝีเท้า หันหน้ามาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหายลับไปจากหน้าประตูห้องหนังสือ
จวินอู๋ฮวนออกจากจวนองค์หญิงมาก็เห็นอวิ๋นซวี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหา สีหน้าอวิ๋นซวี่อิดโรย เห็นชัดว่านอนหลับไม่สนิทมาทั้งคืน เห็นจวินอู๋ฮวนเดินเข้ามาหาเขา เขาก็ก้าวเข้ามาเอ่ยว่า “ท่านไม่กังวลว่าจะเลี้ยงพยัคฆ์ไว้เป็นภัยภายหลังหรือ”
จวินอู๋ฮวนยิ้มตอบ “ท่านอยากให้ข้าสังหารเขาหรือ”
อวิ๋นซวี่เงียบไม่ตอบ จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ข้ายังไม่อาจสังหารเขาได้”
หากสังหารไป๋หลี่ชิงหง เขาเองก็ย่อมเสียหายไม่น้อย ไม่คุ้มค่า ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางวันหน้าของไป๋หลี่ชิงหงก็ใช่ว่าจะราบรื่น แม้เขามอบอาวุธร้ายกาจไว้ในมือเขาแล้วก็ตาม
อวิ๋นซวี่หันมองไปยังจวนองค์หญิงที่อยู่ไม่ไกลนัก พลางถอนหายใจเบาๆ “เอาเถอะ เขาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว ในเมื่อท่านคิดว่ายังไม่ต้องสังหารเขา เช่นนั้นก็ย่อมได้”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “หากรู้แต่แรกว่าท่านเพียงแค่มาเอาของคืน ข้าเอาให้ท่านก็ได้”
อวิ๋นซวี่ถูหยกประดับที่เอว กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เขาไม่มีทางมอบให้ท่าน”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเงียบไม่ตอบโต้คำพูดอวิ๋นซวี่ หากไม่ใช่อวิ๋นซวี่มาด้วยตนเอง ไป๋หลี่ชิงหงไม่มีทางมอบให้เขาจริงๆ สำหรับลูกหลานตระกูลขุนนางเก่าแก่มีชื่อเสียงแล้ว สถานะก็คือรากฐานที่พวกเขาดำรงอยู่ ไป๋หลี่ชิงหงตอนนี้...นับได้ว่าสลัดทุกอย่างทิ้งไปหมดสิ้นแล้วกระมัง
“ไปกันเถอะ” อวิ๋นซวี่กล่าว
จวินอู๋ฮวนถามขึ้นว่า “ไม่พบเขาอีกสักครั้งหรือ”
อวิ๋นซวี่เอ่ยว่า “คนไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เหตุใดต้องพบ ข้าไม่ยักรู้ว่าคุณชายฉางหลีเป็นคนพิรี้พิไรเช่นนี้”
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจ “หากท่านไม่มาด้วยตนเอง ข้าก็คงไม่ต้องคิดมาก”
“ท่านวางใจ” อวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น “แม้วันหน้าเขาขึ้นสู่อำนาจได้ราบรื่น หรือถึงกับครอบครองเป่ยจิ้น ก็ย่อมไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลไป๋หลี่เทียนฉี่และตระกูลอวิ๋น”
จวินอู๋ฮวนหันหลังเดินเคียงกับอวิ๋นซวี่เข้าไปในตรอกลึกแห่งหนึ่ง อวิ๋นซวี่เดินไปพลางถามว่า “ขออภัยที่ข้ากล่าวตามตรง ท่านมอบของนั่นให้ไป๋หลี่ชิงหง เหมือนจะเสี่ยงภัยอยู่สักหน่อย”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “หากของนั่นอยู่ในมือทั่วป๋าอิ้นกับทั่วป๋าหลัวก็คงยุ่งยากจริง เช่นนั้นข้าย่อมต้องสังหารพวกเขาอย่างไม่สนใจว่าจะต้องทุ่มเทไปสักเท่าไร แต่อยู่ในมือไป๋หลี่ชิงหงก็ไม่จำเป็น”
อวิ๋นซวี่ไม่เข้าใจ จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ไป๋หลี่ชิงหงสถานะไม่เหมือนกับทั่วป๋าหลัวและทั่วป๋าอิ้น จุดยืนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ต้องการก็ย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้น...ไม่ว่าเขาต้องการนำของสิ่งนั้นไปทำอันใด ก็ไม่ส่งผลเสียอันใดต่อพวกเรา และยิ่งไปกว่านั้น...พี่อวิ๋น ใจคนเราแปรเปลี่ยนง่ายดาย ไป๋หลี่ชิงหงทุ่มเทตรากตรำมานานหลายปี สุดท้ายผลเป็นอย่างไรก็กล่าวยาก”
“บางครั้งข้ารู้สึกว่าการที่ท่านไม่ได้มีความคิดเป็นใหญ่ครอบครองใต้หล้า ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในใต้หล้า” อวิ๋นซวี่มองจวินอู๋ฮวนพลางกล่าว
จวินอู๋ฮวนส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ เอ่ยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “พี่อวิ๋นเอ่ยชมเกินไปแล้ว ข้าเองมิได้มีปณิธานยิ่งใหญ่เพียงนั้น”
อวิ๋นซวี่เอ่ยว่า “ดังนั้น คนเช่นท่านจึงยิ่งน่ากลัว”
“...วาจานี้คล้ายว่าทำเอาข้าไม่มีอันใดเอ่ย แต่อย่างไรก็รู้สึกว่าไม่ค่อยถูกต้องนัก”
“หากไม่มีองค์หญิงเสินโย่ว ท่านยังคิดเหมือนตอนนี้ไหม” อวิ๋นซวี่ถามขึ้น
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “หากไม่มีอาหลิง...ไม่แน่ข้าอาจตายลงเมื่อใดก็ได้”
“หืม”
“เพราะมีอาหลิงอยู่ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้”
“...” อวิ๋นซวี่เงียบไป พลันรู้สึกว่าตนเองตัวคนเดียวนี่ช่างโดดเดี่ยวเดียวดายเสียจริง