ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 826
ตอนที่ 530-1 บรรลุภารกิจ!
หากกล่าวว่า บนโลกใบนี้แต่ไรมาไม่มีคนเคยเห็นอสุราอาบโลหิตว่าเป็นเช่นไร เช่นนั้นวันนี้ทุกคนในที่นี้ล้วนได้เห็นแล้ว
ฝีมือหนานกงอวี้เยว่ราวกับก้าวกระโดดขึ้นในพริบตา แรงเดียวทานแรงของทั่วป๋าอิ้นกับไป๋หลี่ชิงหงและยอดฝีมือหลายคนไว้ได้โดยไม่เสียเปรียบแม้สักนิดได้ ไม่เพียงเท่านี้ ยามเขาสังหารคนขึ้นมาก็ไม่ออมแรงแม้แต่น้อย ขณะกำลังต่อสู้ ไม่ว่าเขาลงมือเข้าหาผู้ใด หรือใครเข้าสังหารเขา ก็ล้วนกลายเป็นผีไร้วิญญาณภายใต้คมดาบหนานกงอวี้เยว่กันทุกคน
เขาทำลงไปประหนึ่งไม่เปลืองแรงแม้สักนิด เป็นดังเทพเซียนที่ไม่แปดเปื้อนโลกียะ โลหิตกระเซ็นเปื้อนชุดขาวของเขา ชุดขาวราวหิมะคล้ายเต็มไปด้วยบุปผาสีแดงเข้ม โลหิตแต่ละหยาดสาดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าขาวใสประดุจหยกของเขาเมื่อใดไม่อาจรู้ได้ ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นยิ่งเปล่งประกายแสงน่ากลัวดังปีศาจร้าย
แต่ที่ทำให้คนยิ่งตกใจก็คือ คล้ายว่าเขาไม่รับรู้ความเจ็บปวดราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้กระบี่ยอดฝีมือคุกหมิงอวี้จะแทงใส่หน้าอกเขา หากเป็นคนปกติย่อมจะหลบหรือปัดทิ้ง แต่เขาเหมือนไม่เห็นและเข้ารับไว้อย่างไม่ลังเล ตอนกระบี่ยาวแทงใส่หน้าอก ดาบเขาก็ฟันคู่ต่อสู้ขาดเป็นสองท่อน แม้ว่าสุดท้ายกระบี่จะแทงเบนออก แต่ไม่ว่าสำหรับยอดฝีมือใดล้วนหลบได้อย่างไม่จำเป็นต้องบาดเจ็บ
คนเช่นหนานกงอวี้เยว่ ปกติหากมีคนล่วงเกินเขาเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เขาโมโหเดือดดาลอย่างมาก แต่ยามนี้กลับไม่สนใจบาดแผลที่ผู้คนทำกับเขาแม้แต่นิด ขอเพียงให้เขาได้สังหารคน เขาถึงกับไม่ถือสาหากจะต้องแลกมาด้วยบาดแผลของตนเอง
คู่ต่อสู้เช่นนี้น่ากลัวยิ่งอย่างมิต้องสงสัย ไม่ว่าไป๋หลี่ชิงหงหรือทั่วป๋าอิ้นล้วนเริ่มมีบาดแผลตามตัวเพิ่มมากขึ้น บาดแผลหนานกงอวี้เยว่เองก็ยิ่งมากขึ้นเช่นกัน ทั้งร่างเสมือนตักขึ้นมาจากบ่อโลหิต
ไป๋หลี่ชิงหงสบตากับทั่วป๋าอิ้น หากยืดเยื้อต่อไป บางทีอาจทำให้หนานกงอวี้เยว่ตายได้เอง แต่พวกเขาเองก็ย่อมได้รับบาดเจ็บไม่น้อย สุดท้ายเหมือนทั้งสองคนบรรลุข้อตกลงอันใด พากันถอยห่างจากหนานกงอวี้เยว่ มอบให้ยอดฝีมือคุกหมิงอวี้จัดการต่อ ยามนี้หนานกงอวี้เยว่ไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นผู้ใด ขอเพียงคนที่ขยับตัวได้มาอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ล้วนต้องตาย ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจการถอยห่างของไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นแม้สักนิด
ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นย่อมไม่ได้ถอยออกไปจริง ทั้งสองคนเพียงถอยออกมาได้ระยะหนึ่งก็ทะยานตัวขึ้นยกกระบี่ฟันใส่หนานกงอวี้เยว่ทางด้านหลังพร้อมกัน
หนานกงอวี้เยว่กำลังโรมรันต่อสู้กับยอดฝีมือคุกหมิงอวี้สองคนตรงหน้า ได้ยินเสียงลมก็รู้สึกได้ว่าต้องหลบ ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นสติดีกว่าและไวกว่าเขา ทั้งสองคนตวัดกระบี่อีกครั้ง กระบี่เปลี่ยนทิศทันที แต่ยังคงฟาดฟันใส่ด้านหลังหนานกงอวี้เยว่อย่างไม่ออมมือ
ขวับ!
แผ่นหลังหนานกงอวี้เยว่รับสองกระบี่ที่มาพร้อมกำลังภายใน ก็พลันปริแยกโลหิตพุ่งออกมาทันที
“คุณชาย!”
“คุณชาย!”
ฟู่เหลิ่งส่งเสียงตะโกนดัง ตวัดกระบี่ปัดคนที่ขวางตนออกพร้อมพุ่งไปหาหนานกงอวี้เยว่ แต่ตรงหน้าเขาก็มีคนเข้ามาขวางอีกสองคนอย่างรวดเร็ว ไม่ไกลนัก หว่านหรูก็พยายามเร่งไปช่วยหนานกงอวี้เยว่ แต่นางก็ไม่ได้ดีไปกว่าฟู่เหลิ่ง ยามนี้บาดแผลทั่วร่าง แม้แต่ต้านทานรับมือก็ยังต้องฝืนทน ไหนเลยจะไปช่วยหนานกงอวี้เยว่ได้
หนานกงอวี้เยว่ไม่ต้องการให้พวกเขามาช่วย เขากระอักพ่นโลหิตออกมาทีหนึ่งพร้อมกับลำแสงดาบในมือเปล่งพลังขึ้น สองคนตรงหน้าถูกตัดศีรษะกระเด็นไปทันที จากนั้นหนานกงอวี้เยว่ก็สะบัดดาบกลับใส่ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นด้านหลังอย่างไม่ลังเล ไป๋หลี่ชิงหงรับมือด้วยสีหน้านิ่งสงบ ยามนี้ทั่วป๋าอิ้นอ้อมไปด้านหลังหนานกงอวี้เยว่แล้ว ในตอนนั้นเอง ชายสองคนถึงกับร่วมมือกันราวกับใจถึงใจ แน่นอนว่า นี่คือคำพูดเสียดสี
เยียนถัวอี้กุมหน้าอกตนเองยืนอยู่ทางหนึ่ง สีหน้าสับสนยากเข้าใจ มองบาดแผลบนตัวหนานกงอวี้เยว่มากขึ้นเรื่อยๆ อีกมือหนึ่งของเยียนถัวอี้ที่ทิ้งอยู่ข้างกายก็อดกำแน่นไม่ได้
“จวิ้นโหวหนิงตู” ทั่วป๋าหลัวนั่งอยู่ข้างเขา กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เห็นแก่ส่วนรวม อย่าลืม...”
“ข้ารู้!” เยียนถัวอี้คำรามน้ำเสียงนิ่งเรียบ เขาเป็นประมุขตระกูลเยียนถัว เขาไม่อาจเป็นศัตรูกับทั้งเผ่ามั่วเพื่อน้องชายคนเดียว! ดังนั้นคืนนี้เขาเลือกทรยศหนานกงอวี้เยว่ เยียนถัวอี้รู้แล้วว่าหลังจากคืนนี้ไป เขาก็จะสูญเสียน้องชายคนนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
“ราชครู ช่าง...ร้ายกาจจริง” แม้ทั่วป๋าหลัวเองก็อดอุทานชื่นชมไม่ได้ คนที่รู้ความร้ายกาจของหนานกงอวี้เยว่มีไม่มาก แต่เกรงว่าไม่มีคนรู้ว่าหนานกงอวี้เยว่จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ พละกำลังของหนานกงอวี้เยว่คืนนี้ เกรงว่าแม้แต่ทั่วป๋าซิ่งเยี่ยเองก็อาจต้านทานไม่ไหว
“จะร้ายกาจอย่างไร สองมือก็ยากรับสี่มือ”
เหมือนกับตอนนั้นที่ลงมือกับจวินอู๋ฮวน ตอนหนานกงอวี้เยว่สูญเสียสติสัมปชัญญะ แม้ว่าฝีมือจะทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่การต่อสู้อย่างไร้สติเช่นนี้ก็ถือเป็นจุดอ่อนหนึ่งของเขา เพียงแต่ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นไม่ได้เข้าใจเขาเหมือนจวินอู๋ฮวน ดังนั้นจึงหาจุดอ่อนเขานานอยู่สักหน่อย แต่ทันทีที่พวกเขาพบจุดอ่อน สถานการณ์หนานกงอวี้เยว่ก็จะยากลำบากขึ้นมาทันที
กลิ่นคาวโลหิตนอกพระตำหนักยิ่งรุนแรงขึ้น การต่อสู้ชุลมุนครั้งนี้สู้กันจนยากจะผละหนี ที่เป็นที่จับจ้องที่สุดก็คือภาพทั่วป๋าอิ้นกับไป๋หลี่ชิงหงลงมือกับหนานกงอวี้เยว่
สุดท้ายหนานกงอวี้เยว่ก็ถูกยอดฝีมือสุดยอดสองคนร่วมมือกันสกัดไว้ได้
ยามนี้หนานกงอวี้เยว่เต็มไปด้วยบาดแผลทั่วทั้งร่างกาย สีชุดขาวเดิมมองไม่เห็นสีเดิมอีกแล้ว
ฟู่เหลิ่งได้รับบาดเจ็บหนักเช่นกัน เขาพยายามเข้าไปใกล้หนานกงอวี้เยว่แต่ก็ล้มเหลว ได้แต่มองดูหนานกงอวี้เยว่ถูกกระบี่ไป๋หลี่ชิงหงแทงหน้าอก ผงะถอยหลังหลายก้าวกระอักโลหิตออกมาทันที ยื่นมือไปคิดตวัดดาบ ก็มีชายชุดดำอีกผู้หนึ่งโจมตีอย่างไม่ให้สุ่มเสียง
“คุณชาย ระวัง!”
ยามนี้หนานกงอวี้เยว่ไม่อาจได้ยินเสียงเตือนของฟู่เหลิ่ง แต่ร่างกายเขารับรู้ได้ว่องไวจนน่าตกใจ เขาหันกลับไปอย่างไม่ลังเล แทงใส่ท้องคนผู้นั้น จากนั้นก็ปาดดาบออก คนผู้นั้นถึงกับแยกออกเป็นก้อนเนื้อเศษโลหิตกระจัดกระจายสี่ทิศ คนโดยรอบพากันแตกตื่นตกใจ อดผงะถอยหลังหลบก้อนเนื้อเศษโลหิตที่กระเด็นออกมาไม่ได้
ทั่วป๋าอิ้นสบตากับไป๋หลี่ชิงหง พุ่งเข้าใส่หนานกงอวี้เยว่อีกครั้ง
“คุณชาย!” เสียงเรียกดังขึ้นนอกพระตำหนัก เงาร่างหลายเงาก็ทะยานเข้าหาหนานกงอวี้เยว่พร้อมกัน แต่พวกเขาย่อมถูกคนสกัดเอาไว้ได้อย่างน่าแปลกใจ ได้แต่มองสองกระบี่แทงใส่หนานกงอวี้เยว่อย่างทำอันใดไม่ได้
ทั้งสองคนแทงหน้าและหลัง หนานกงอวี้เยว่ไม่ว่ารับมือทางใด อีกทางย่อมถูกกระบี่หนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือเช่นทั่วป๋าอิ้นและไป๋หลี่ชิงหงลงมือพร้อมกัน หนานกงอวี้เยว่ที่ยังบาดเจ็บสาหัสย่อมยากหลบพ้น
“คุณชาย ระวัง!”
เคร้ง! เคร้ง!
สองกระบี่ที่แทงใส่หนานกงอวี้เยว่ค้างอยู่กลางอากาศ คมกระบี่เบนออกจากหนานกงอวี้เยว่
พร้อมกันนั้นเอง เงาดำหนึ่งดังงูวิเศษท่ามกลางค่ำคืนมืดมิดก็รัดเอวหนานกงอวี้เยว่เอาไว้ ดึงเขาออกจากกลางฝูงชน
ทุกคนต่างมองตามทิศทางที่หนานกงอวี้เยว่ถูกกระชากออกไป อาศัยแสงโคมไฟมองไป จึงได้เห็นว่ามีคนสามคนเพิ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้
ผู้ที่นำมาสวมชุดสีเขียวเข้ม รูปร่างสง่างามผึ่งผาย ใบหน้ารูปงามไร้ที่ติ เพียงแต่ใบหน้าซีดเซียวอยู่บ้าง ยามนี้มือหนึ่งของเขากำลังคว้าคอเสื้อหนานกงอวี้เยว่เอาไว้ อีกมือกดมือที่ถือดาบของหนานกงอวี้เยว่ที่คิดตวัดฟันใส่เขา
หนานกงอวี้เยว่ที่ก่อนหน้านี้ถูกกลุ่มคนรุมสังหาร พอถูกเขาหิ้วไว้ในมือ ก็คล้ายว่ากลายเป็นดังแมวน้อยอารมณ์ร้อนตัวหนึ่ง
ชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ด้านหลังเขาท่าทางสุภาพ คนหนึ่งท่าทางเหมือนเย้ยหยันสังคม สายตาที่มองไปทางหนานกงอวี้เยว่มีความรังเกียจอยู่มาก
“ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า เหตุใดข้าจึงเพิ่งลงมือยามนี้” คนหิ้วตัวหนานกงอวี้เยว่ไว้กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ มือหนึ่งกดมือที่กุมดาบของหนานกงอวี้เยว่ไว้อย่างไม่ออมแรง คนเช่นหนานกงอวี้เยว่ถึงกับเจ็บปวดจนต้องปล่อยดาบหลุดมือ เห็นได้ว่าคนผู้นี้ไม่ออมแรงแม้แต่น้อยจริงๆ ลงเต็มแรงบีบให้เขาต้องปล่อยดาบหลุดมือ เห็นชัดว่าหนานกงอวี้เยว่ยิ่งรุ่มร้อนใจ สองตาแดงก่ำคล้ายดังจะมีโลหิตไหลหยดออกมา
“หากยังโวยวายอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทุบเจ้าสลบ” ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น