ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 825

#825ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 529 ล้วนเป็นคนนอก!

หนานกงอวี้เยว่มือหนึ่งกุมดาบ อีกมือกดจุดที่โดนคมกระบี่แทงก่อนหน้านี้เอาไว้ เพียงแต่แผลที่เขาได้รับบาดเจ็บเดิมก็มีโลหิตสดไหลนอง โลหิตที่บาดแผลไหลออกมาไม่หยุด เดิมชุดขาวที่ไร้มลทินแปดเปื้อน ยามนี้กลับแดงฉานไปด้วยโลหิตสีเข้ม

เขากวาดตามองทุกคนด้วยสีหน้าเย็นเยียบคลั่งแค้น แววตาแดงก่ำ คนที่สบตากับเขาต่างอดเบือนสายตาหลบไม่ได้ ซู่เหอจินเหลียนไปหลบหลังทั่วป๋าอิ้น แน่นอนไม่ใช่เพราะว่านางสนิทกับทั่วป๋าอิ้น แต่นางฉลาด รู้สึกได้ว่าในบรรดาคนมากมายตรงหน้านี้ มีเพียงหลังทั่วป๋าอิ้นเท่านั้นจึงจะปลอดภัยที่สุด

“จุ๊ๆ ร้ายกาจจริง” ยอดฝีมือสี่ห้าคนลงมือพร้อมกัน ถึงกับมีหนึ่งกระบี่ หนึ่งฝ่ามือโดนหนานกงอวี้เยว่ แต่ยังไม่ถึงจุดสำคัญ ความสามารถเช่นนี้...ซู่เหอจินเหลียนรู้ว่าตนเองทำไม่ได้ ถึงกับแม้แต่ซู่เหอหมิงกวงพี่ชายนางเองก็เกรงว่าจะทำไม่ได้ เห็นว่าการลอบโจมตีล้มเหลว ซู่เหอจินเหลียนก็ไม่คิดสนใจต่อ เพียงแค่ยักไหล่ถอยหลบออกไปทางด้านหลังทั่วป๋าอิ้น

ทั่วป๋าหลัวที่อยู่ข้างๆ คิ้วกระตุกเล็กน้อย “องค์หญิงจินเหลียนหมายความว่าอย่างไร” แม้แต่ทั่วป๋าหลัวเองก็ไม่เข้าใจว่าแท้จริงซู่เหอจินเหลียนต้องการทำอันใด ตอนเพิ่งปรากฏตัว นางคล้ายสนิทกับหนานกงอวี้เยว่ แต่พูดจากันไม่กี่คำก็กลับหักหลังลอบทำร้ายหนานกงอวี้เยว่ ยามนี้บอกว่าไปก็ไป นางไม่กลัวหนานกงอวี้เยว่ฟื้นคืนกำลังแล้วจะมาเอาเรื่องนางหรือ

ซู่เหอจินเหลียนหัวเราะ หันหน้าบอกกับไป๋หลี่ชิงหงว่า “ราชบุตรเขยไป๋หลี่ หวังว่าท่านจะรักษาคำพูด”

ไป๋หลี่ชิงหงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “แน่นอน”

“เช่นนั้นก็ดี” ซู่เหอจินเหลียนยิ้มอย่างพึงพอใจ “ทหารเผ่าฮูหลันห้าหมื่น ข้าให้ท่านยืมชั่วคราว ตกลงกันแล้ว เผ่าเล่อเยี่ยเป็นของพวกเรา เมืองเหนือเป็นของท่าน”

“แน่นอน” ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ความโกลาหลหน้าตำหนัก เผ่าฮูหลันถึงกับยืนข้างไป๋หลี่ชิงหง!

“เหอะๆ” หนานกงอวี้เยว่พลันหัวเราะเสียงทุ้มต่ำออกมา แววตาที่มองซู่เหอจินเหลียนมีความประหลาดใจอยู่ไม่น้อย “เจ้ายอดเยี่ยมมาก”

น้ำเสียงอ่อนโยนของหนานกงอวี้เยว่ทำเอาซู่เหอจินเหลียนยิ้มเขิน มือหนึ่งดึงเปียผมเล่นไปมา “ขอบคุณราชครูมากที่ชม ข้าย่อมยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ราชครูดูแล้วไม่ค่อยดี”

หนานกงอวี้เยว่ก้มหน้าลงมองบาดแผลตนเองทีหนึ่ง หัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่งก่อนยกมือที่กดบาดแผลไว้ออก คล้ายว่าเขาใช้วิธีพิเศษในการหยุดโลหิต ยามนี้รอยคราบโลหิตที่แขนเสื้อไม่ได้กระจายวงกว้างอีกแล้ว

ซู่เหอจินเหลียนมองใบหน้ารูปงามของเขาก็แอบนึกเสียดาย ถอนหายใจเอ่ยว่า “ต้องมาเห็นคนเช่นราชครูตายไปเช่นนี้ ช่างรู้สึกดังของล้ำค่าแห่งใต้หล้าสูญสลายลง น่าเสียดาย...ราชครู ในเมื่อทุกคนพูดจากันเล่นๆ เท่านั้น ท่านก็ไม่อาจตำหนิที่ข้าหักหลังท่าน อย่างไรคุณชายไป๋หลี่ก็ให้ราคาที่ทำให้น่าหวั่นไหวกว่าท่านอยู่สักหน่อย”

หนานกงอวี้เยว่ไอเบาๆ ทีหนึ่ง “เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง”

วาจายังกล่าวอยู่ แต่ดาบในมือหนานกงอวี้เยว่กลับสะบัดรวดเร็ว ดาบนี้พุ่งไปทางซู่เหอจินเหลียน องครักษ์ชุดเทาข้างกายซู่เหอจินเหลียนคว้านางหลบดาบนี้ไปได้ ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของซู่เหอจินเหลียนกึกก้องหน้าตำหนัก ตัวนางถูกชายชุดเทาผู้นั้นพาออกไปไกลแล้ว

“ดังคาด แพ้แล้วล้มกระดานไม่ดี เล่นไม่ไหวก็อย่าเล่น คุณชายไป๋หลี่ ข้าไปก่อน รบกวนท่านเก็บกวาดที่นี่แล้ว ขอให้ท่านโชคดี” ทั้งสองคนทะยานข้ามกำแพงหายลับไปหลังกำแพงวังแล้ว องครักษ์ที่ชุดติดตามซู่เหอจินเหลียนมาถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้สถานการณ์หน้าตำหนักยังคงตึงเครียด ย่อมไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขา

หนานกงอวี้เยว่เงยหน้า มองทิศทางที่ซู่เหอจินเหลียนจากไป ริมฝีปากแค่นหัวเราะเย็นเยียบเบาๆ ทีหนึ่ง “ข้าจะต้องไปหาเจ้าแน่”

สถานการณ์ยามนี้เปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ชายชุดขาวถูกแต่ละกลุ่มรุมล้อมไว้แน่นหนา คนเหล่านี้ไม่รู้ว่าบรรลุข้อตกลงกันตั้งแต่เมื่อใด ไม่ว่ากลุ่มใดล้วนมุ่งหมายองครักษ์เจดีย์ขาวเป็นเป้าหมายเดียวกัน แน่นอนว่าถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าสุดท้ายเป็นอย่างไร การคงอยู่ที่ไร้การควบคุมและเปี่ยมไปด้วยพลังสังหารรุนแรงเช่นหนานกงอวี้เยว่ผู้นี้ต้องถูกกำจัดก่อน

“หมี่เยว่...” องครักษ์ประคองเยียนถัวอี้ออกมายืนมองหนานกงอวี้เยว่ด้วยสีหน้าสับสนอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าเขาคล้ายว่าไม่รู้ว่าควรเอ่ยอันใด ลังเลอยู่นานก่อนจะเอ่ยว่า “วางมือเถอะ ตามข้ากลับไป”

ขอบตาหนานกงอวี้เยว่แดงก่ำจนน่ากลัว เขาจ้องมองเยียนถัวอี้เขม็งครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะเย็นเยียบ

“ตามท่านกลับไปก็คงถูกพวกท่านกักขัง อ้อ ครั้งนี้น่าจะไม่เพียงแค่กักขัง อย่างน้อยก็คงทำลายวรยุทธ์ข้าด้วย ดีที่สุดแม้แต่มือเท้าก็ตัดทิ้งไปด้วย ทำให้ข้าทำอันใดไม่ได้อีกสินะ” หนานกงอวี้เยว่มองเยียนถัวอี้อย่างนึกสนใจพร้อมหัวเราะเสียดสี เอ่ยว่า “แต่เงื่อนไขเช่นนี้ก็คงมีแต่คุณชายไป๋หลี่ยินยอมกระมัง”

คนตระกูลทั่วป๋าไม่มีทางยอมให้เขามีชีวิตรอดไปได้

“ข้า...”

“หุบปาก!” หนานกงอวี้เยว่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้ากล้าหลอกข้า...ก็ไปตายพร้อมกับพวกเขาเสีย!”

กล่าวจบ หนานกงอวี้เยว่ก็ยกดาบฟาดใส่เยียนถัวอี้อย่างไม่ลังเล คนอื่นๆ ย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป ไป๋หลี่ชิงหง ทั่วป๋าอิ้นและยอดฝีมือคุกหมิงอวี้พุ่งเข้าใส่หนานกงอวี้เยว่พร้อมกัน อีกด้านหนึ่ง ฟู่เหลิ่งเองก็รีบทะยานไปหาหนานกงอวี้เยว่ คิดจะสกัดศัตรูเหล่านี้แทนเขา

“คุณชาย!” หนานกงอวี้เยว่ขยับ ผู้อื่นย่อมไม่หยุดนิ่ง องครักษ์เจดีย์ขาวต่างลงมืออีกครั้งอย่างไม่ลังเล

ยามนี้หมิงจิ้งกลับมายังหอเก็บหนังสือ ยืนชมพร้อมกับจวินอู๋ฮวน เห็นดังนี้ก็อดสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่งไม่ได้ รู้สึกตื่นตกใจกับการเปลี่ยนแปลงกระทันหันตรงหน้าไม่น้อย

“เหตุใด...ซู่เหอจินเหลียนเผ่าฮูหลันถึงกับเลือกร่วมมือกับไป๋หลี่ชิงหงได้ เพื่อการใด!”

ไม่แค่หมิงจิ้งไม่เข้าใจ อวิ๋นสิงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “อาจเพราะว่า สำหรับชาวเผ่ามั่ว พวกเขาล้วนเป็นคนนอกกระมัง”

ไป๋หลี่ชิงหงเป็นชาวเทียนฉี่ ย่อมเป็นคนนอกตลอดไป ซู่เหอหมิงกวงกับซู่เหอจินเหลียนเป็นคนเผ่าฮูหลัน ก็มิใช่ชาวเผ่ามั่วเช่นกัน อย่างไรความต้องการของพวกเขาแต่ต้นจนจบก็มีเพียงครอบครองดินแดนเหนือเผ่าเล่อเยี่ยขอเพียงบรรลุเป้าหมาย ร่วมมือกับผู้ใดย่อมไม่แตกต่าง

อวิ๋นสิงเยว่มองดูจวินอู๋ฮวนพลางถามขึ้นอย่างรู้สึกสะใจกับหายนะผู้อื่นว่า “นี่ก็อยู่ในการคาดการณ์ของเจ้าหรือ”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้าอย่างนึกเสียใจอยู่บ้าง “เรื่องนี้...อยู่เหนือการคาดการณ์ของข้าจริงๆ”

เห็นอวิ๋นสิงเยว่เผยรอยยิ้มรู้ทัน จวินอู๋ฮวนก็ไม่สนใจ “ข้ามิใช่เทพเซียน จะให้ทุกเรื่องเป็นดังที่ข้าคาดการณ์ได้อย่างไร แต่ทว่า...คืนนี้หนานกงคงต้องเจ็บปวดใจเป็นแน่”

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่เพียงพี่ชายหักหลัง ยังถูกชู้รักหักหลัง อนาถแท้!” หมิงจิ้งพยักหน้าเห็นด้วย

อวิ๋นสิงเยว่อดมองหนานกงอวี้เยว่ที่อยู่ไม่ไกลนักไม่ได้ พลางรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมา “คงไม่ใช่กำลังจะคลั่งอีกแล้วกระมัง”

หนานกงอวี้เยว่คลั่งขึ้นมาทีมีสภาพอย่างไร อวิ๋นสิงเยว่รู้ดียิ่งกว่าผู้ใด

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “ก็ไม่รู้ว่าแท้จริงดีหรือไม่ ตาแก่อยู่ที่ใด หากเขายังไม่ปรากฏตัวอีก คืนนี้เกรงว่าคงต้องมาเก็บศพศิษย์เขาแล้ว”

อวิ๋นสิงเยว่ลังเลเล็กน้อย “เขาออกไปนอกเมืองแล้ว”

จวินอู๋ฮวนนิ่งอึ้ง “เจ้าว่าอันใดนะ”

อวิ๋นสิงเยว่ตอบจริงจัง “เขาออกนอกเมืองไปแล้ว ไปเมื่อตอนบ่าย”

จวินอู๋ฮวนได้ยินดังนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “เขาอยู่เมืองเหนือไม่ใช่เพื่อคอยจับตาหนานกงหรือ ยามวิกฤตเช่นนี้วิ่งออกไปนอกเมืองทำไมกัน คงไม่ใช่ว่าไม่อยากอารักขาอาหลิงแทนข้า จงใจอ้างหนานกงกระมัง แต่ความจริงเขาเองก็มิได้สนใจความเป็นความตายของศิษย์คนนี้แล้วกระมัง”

อวิ๋นสิงเยว่รีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ หนานกงให้เขาไป หนานกงอวี้เยว่ต้องการให้เขาช่วยกำจัดสถานที่ตั้งคุกหมิงอวี้นอกเมือง”

“หนานกงต้องการให้เขาไป เขาก็ไป” จวินอู๋ฮวนเลิกคิ้ว ตาแก่อายุมากแล้วเลอะเลือนแท้ แต่ก็ไม่ควรเลอะเลือนถึงขั้นนี้กระมัง

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยท่างทางกระดากว่า “เดิมเขาไม่คิดไป แต่...แต่พอได้ยินว่าเจ้ามา ก็เลย...”

จวินอู๋ฮวนโมโหจนแทบหัวเราะไม่ออก “เพราะว่าข้าอยู่เมืองเหนือ ดังนั้นเขาก็แน่ใจว่าข้าจะไม่ปล่อยให้หนานกงตายหรือ”

อวิ๋นสิงเยว่ลูบจมูกไปมา ฝืนยิ้มเอ่ย “น่าจะเช่นนี้กระมัง” ตาแก่นั่นพึ่งพาไม่ได้ แม้เป็นอาจารย์จวินอู๋ฮวน แต่ก็เป็นลุงแท้ๆ ของเขาก็ตาม

หมิงจิ้งมองคุณชายตนเองทีหนึ่งอย่างเห็นใจ เดิมบอกว่ามาชมเรื่องสนุก เกรงว่าคงไม่อาจได้ชมเรื่องสนุกแล้ว แต่คงต้องออกแรงเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่นมากกว่า

ขณะสามคนกำลังคุยกัน หน้าประตูตำหนักก็เข่นฆ่าโลหิตหลั่งรินราวสายน้ำแล้ว

เรื่องมาถึงขั้นนี้ ไม่มีอันใดเจรจากันอีกแล้ว มีเพียงหนึ่งเดียว...สังหาร!

ไม่ว่าหนานกงอวี้เยว่สังหารพวกไป๋หลี่ชิงหง หรือผู้อื่นสังหารเขา คิดจะทำให้ค่ำคืนนี้สงบลงดังเดิมได้ มีเพียงหนทางเดียว สังหารศัตรูทั้งหมดให้สิ้นซาก

ฟู่เหลิ่งกับยอดฝีมือเจดีย์ขาวถูกองครักษ์วังหลวงและยอดฝีมือคุกหมิงอวี้สกัดไว้ หนานกงอวี้เยว่ต่อสู้กับไป๋หลี่ชิงหงและทั่วป๋าอิ้นพร้อมกับหัวหน้าคุกหมิงอวี้ในชุดดำ แม้เป็นเช่นนี้ เขาถึงกับยิ่งสู้ยิ่งรุนแรง ถึงกับมีโอกาสสังหารคนตระกูลทั่วป๋าได้อีกหนึ่ง

ใบหน้าเขาใต้แสงคบเพลิงราวกับหยกเย็นไร้อุณหภูมิ ดวงตาเขาคล้ายดังทับทิมโลหิตสองเม็ด แลดูน่าหวาดกลัวยิ่ง

ดาบในมือสะบัดสีแดงวาวดังดาบปีศาจ ทุกครั้งที่สะบัดออกไปก็จะมีเสียงร้องตกใจโหยหวน

ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นล้วนมองความผิดปกติหนานกงอวี้เยว่ออก แต่ผู้ใดก็ไม่เอ่ยอันใด ในเวลานี้ไม่มีเวลาให้พวกเขาเอ่ยวาจาเหลวไหลใดกันอีกแล้ว จับตัวหนานกงอวี้เยว่เป็นเรื่องเดียวที่พวกเขาจะทำได้

ทั่วป๋าเหลียงยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาราวกับคนใกล้คลั่ง สถานการณ์ตรงหน้าไม่เป็นผลดีต่อเขาอย่างมาก ไม่ว่าทั่วป๋าหลัวหรือเยียนถัวอี้ รวมทั้งการกระทำของไป๋หลี่ชิงหงล้วนแสดงให้เห็นชัดว่าสถานการณ์ในวังตอนนี้อยู่เหนือการควบคุมของเขาแล้ว

แม้ว่าฮ่องเต้เช่นเขายืนอยู่ตรงนี้ แต่ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีผู้ใดสนใจเขา ยามนี้มีแต่ระดับฝีมือและอำนาจการทหารมากเท่าไรจึงจะมีสิทธิ์เอ่ยวาจาที่สุด ทั่วป๋าเหลียงค้นพบอย่างตื่นตกใจว่า เขาถึงกับมีไพ่ใบสุดท้ายน้อยกว่าทุกคนในที่นี้ เรื่องพวกนี้...เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใดกันแน่

“ฝ่าบาท” จู้เหยาหงอิงแอบข้างกายทั่วป๋าเหลียง สองมือประคองแขนเขาไว้คล้ายหวาดกลัวและคล้ายว่าให้กำลังใจเขา ยามนี้ทั่วป๋าเหลียงไม่มีอารมณ์ปลอบใจพระสนมที่รักที่ตกอยู่ในอาการตกใจหวาดกลัวอีก เขากำลังจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้าด้วยสีหน้ามืดครึ้มยิ่ง

ไม่เป็นไร เขายังมีไพ่ใบสุดท้าย

ทั่วป๋าเหลียงขยับของที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ไม่กล่าวอันใด

จู้เหยาหงไม่กล่าวอันใดเช่นกัน นางอิงแอบข้างกายทั่วป๋าเหลียง มือหนึ่งประคองข้อศอกเขาไว้ แววตาเหลือบขึ้นมองเล็กน้อย มองไปยังหอเก็บหนังสือในวังที่อยู่ไม่ไกลนัก

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 825