ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 827

#827ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 530-2 บรรลุภารกิจ!

คนที่สูญเสียสติควบคุมตนเองถึงกับยอมฟังคำเขา มือที่คิดจะสะบัดก็พลันหยุดชะงัก คนผู้นั้นกลับบีบคอเขาทันที หนานกงอวี้เยว่พลันนิ่งลงฉับพลัน อ่อนยวบลงกับพื้นราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง

“เจ้าไม่ได้บอกว่า...” ชายหนุ่มยิ้มค้างมองเขาอย่างไร้วาจา

“ข้าไม่ได้บอกว่าหากเขาไม่โวยวาย ข้าจะไม่ทุบ”

“...”

“คุณชายฉางหลี” ทั่วป๋าอิ้นมองคนเหล่านี้ เอ่ยเรียกขึ้นแล้วก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรียกต่อ “เจ้าเมืองชางอวิ๋น”

จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อย “ท่านอ๋องเสิ่น ฮ่องเต้เป่ยจิ้น รบกวนทุกท่านแล้ว”

ทุกคนต่างเงียบกริบ ถลึงตาจ้องมองจวินอู๋ฮวนแล้วเงียบงันไปนาน

รบกวนทุกท่านแล้วอย่างนั้นหรือ

เจ้าแซ่จวินคิดว่าเขาเข้ามาเดินเล่นวังหลวงหรือ

“จวินอู๋ฮวน เจ้ายังกล้ามา!” ทั่วป๋าเหลียงนึกเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าตำหนักก็ตวาดอย่างคลั่งแค้น หากจะกล่าวว่าผู้ใดโกรธแค้นจวินอู๋ฮวนที่สุด ก็น่าจะนับทั่วป๋าเหลียงรวมอยู่ด้วย แน่นอนว่าบางทีแม้แต่ความแค้นต่อองค์หญิงเสินโย่ว ทั่วป๋าเหลียงก็พลอยนำไปลงที่จวินอู๋ฮวนเช่นกัน เขาตกอยู่ในสภาพตอนนี้ ล้วนเพราะจวินอู๋ฮวนกับฉู่ชิงอีอย่างไม่ต้องสงสัย!

จวินอู๋ฮวนมือหนึ่งหิ้วหนานกงอวี้เยว่พลางหัวเราะอารมณ์ดีใส่ทั่วป๋าเหลียง “ฝ่าบาท ตอนนี้...เกรงว่าไม่ใช่ท่านที่ควรเจรจากับข้า” สายตากวาดมองทุกคนในที่นั้น คล้ายกำลังคิดว่าผู้ใดคู่ควรจะเจรจาด้วย

“เจ้า! เรายังเป็นฮ่องเต้เป่ยจิ้น!” ทั่วป๋าเหลียงกัดฟันกล่าว

จวินอู๋ฮวนไม่สนใจ “ผ่านวันนี้ไป ค่อยว่ากันดีกว่า”

“ทหาร! จับตัวเขาไว้!” ทั่วป๋าเหลียงโมโหจนตัวสั่น แต่กลับไม่มีใครขยับ ที่ไกลออกไปยังคงต่อสู้กัน ที่ใกล้กันก็มีคนเจดีย์ขาวภายใต้การนำของฟู่เหลิ่งหลบไปทางจวินอู๋ฮวน คนอื่นๆ ย่อมถอยออกไปประจำข้างกายนายตน จากนั้นก็เหลือแค่คนคุกหมิงอวี้กับองครักษ์ในวังที่มีน้อยนิดอย่างมาก คนที่ทั่วป๋าเหลียงจะใช้งานได้มีไม่มาก แม้ว่ายอดฝีมือคุกหมิงอวี้ไม่น้อย แต่ใช่ว่าสังหารไม่หมดไม่สิ้น แม้คนเจดีย์ขาวอายุน้อยหน้าตาดี แต่เห็นชัดว่าฝีมือไม่อ่อนด้อย พอต่อสู้กันขึ้นมา สองฝ่ายบาดเจ็บกันไปไม่น้อย

ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นยิ่งไม่คิดขยับ คืนนี้พวกเขาลงมือไปหลายรอบ ยังเพิ่งจะต่อสู้กับหนานกงอวี้เยว่มายกใหญ่ หนานกงอวี้เยว่ยามนี้สภาพน่าอนาถยิ่ง แต่ทั้งสองคนก็ใช่ว่าไม่บาดเจ็บ ยามนี้เผชิญหน้ากับจวินอู๋ฮวนที่ไม่รู้ว่ายืนชมอยู่นานเท่าไรแล้ว ผู้ใดก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้

จวินอู๋ฮวนยิ้มมองทั่วป๋าเหลียง “ฮ่องเต้เป่ยจิ้น ข้ามาครั้งนี้ก็เพราะคิดจะขอยืมของท่านสักชิ้น”

ทั่วป๋าเหลียงจ้องมองเขา กัดฟันเอ่ยว่า “เราไม่มีของให้คุณชายฉางหลียืม!”

มีก็ไม่ให้ยืม!

จวินอู๋ฮวนเลิกคิ้ว “จะไม่มีได้อย่างไร ก็อยู่ในแขนเสื้อซ้ายของฝ่าบาทนั่นอย่างไรเล่า”

สีหน้าทั่วป๋าเหลียงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จ้องมองจวินอู๋ฮวนไม่วางตา

ทุกคนมองไปทางแขนเสื้อข้างซ้ายของทั่วป๋าเหลียงอย่างสนใจใคร่รู้ เห็นชัดว่าพวกเขาก็ไม่รู้ว่าในมือทั่วป๋าเหลียงแท้จริงยังมีของอันใดทำให้คุณชายฉางหลีต้องรอนแรมมายืมถึงที่นี่

“เราไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอันใด!” สีหน้าทั่วป๋าอิ้นเขียวคล้ำทันที

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ฝ่าบาท หากท่านไม่ยอม ข้าก็จะไปเอาเองแล้วนะ”

กล่าวเพิ่งจบ คนของคุกหมิงอวี้ก็ล้อมรอบทั่วป๋าเหลียงไว้ทันที เห็นชัดว่าล้วนกลัวว่าจวินอู๋ฮวนจะลงมือกับทั่วป๋าเหลียงกะทันหัน ความจริงพวกเขาคิดมากไปแล้ว ในมือจวินอู๋ฮวนหิ้วชายหนุ่มที่ร่างไม่ได้เล็กไปกว่าเขาสักเท่าไรเอาไว้คนหนึ่ง แม้จะร้ายกาจอย่างไรก็ไม่มีทางเคลื่อนไหวเข้าใส่ได้ในทันที

ทั่วป๋าเหลียงเห็นชัดว่าคิดถึงข้อนี้ได้ จึงแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “พูดจาสามหาว!”

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “ลงมือได้”

ทั่วป๋าเหลียงแอบนึกตกใจ หันขวับไปมององครักษ์ทางซ้ายตนเอง

พลันมีมีดสั้นเย็นเยียบเล่มหนึ่งแทงใส่กระดูกสันหลังเขา พร้อมกับมือเรียวละเอียดกุมข้อมือในแขนเสื้อเขาไว้ กลิ่นอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาพร้อมกับกลิ่นคาวโลหิตจางๆ น่าหลงใหลยิ่ง ร่างอ่อนนุ่มยังคงอิงแอบแนบกายเขาดังปกติ แต่ความเจ็บปลาบที่ถูกแทงกระดูกสันหลังทำให้สมองเขาพลันว่างเปล่า

“ฝ่าบาท ล่วงเกินแล้ว”

“เป็นเจ้า!” ทั่วป๋าเหลียงกัดฟันแน่น

จู้เหยาหงที่เหมือนแทบไร้ตัวตนในค่ำคืนนี้ ยามนี้ส่งเสียงหัวเราะดังขึ้น เสียงหัวเราะเสียดแทงดังเข้าไปในโสตประสาทรับรู้ของทุกคนหน้าตำหนัก หลายคนเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ แววตาอดเผยความตระหนกตกใจไม่ได้ พร้อมกับสายตาที่มองไปทางทั่วป๋าเหลียงเต็มไปด้วยความสงสารแต่ไม่คิดเห็นใจ

ฮองเฮาที่แต่งมาใหม่มีสายสัมพันธ์อันเอ่ยไม่กระจ่างกับราชครู ยังทอดทิ้งเขาไปร่วมมือกับไป๋หลี่ชิงหงพระสนมคนโปรดที่โปรดปรานมาหลายปี ถึงกับเป็นสายสืบที่ซุ่มอยู่ข้างกายเขามาตลอด ฮ่องเต้เช่นนี้...ไม่ว่าอย่างไรก็คงเรียกได้ว่าฮ่องเต้เลอะเลือนกระมัง

ก่อนหน้านี้จู้เหยาหงแลดูอ่อนหวานและอ่อนโยน ยามนี้สีหน้าแววตามีความหยิ่งทะนงและเสน่ห์งามอย่างน่าประหลาด นางไม่นับว่าเป็นหญิงงามพิเศษ และไม่ใช่เด็กสาวแล้ว แต่ยามยิ้มขึ้นมายังคงทำให้หลายคนอดเหลือบมองไม่ได้

รอยยิ้มนี้มิใช่รอยยิ้มพระสนมเหยาที่ทุกคนได้เห็นมาในหลายปีมานี้

“หลีกไปให้หมด ไม่เช่นนั้นหากข้าลงมือหนักอีกสักหน่อย อีกครึ่งชีวิตที่เหลือของฝ่าบาทก็จะต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดไปแล้ว”

จู้เหยาหงกวาดตามององครักษ์ที่ถืออาวุธชี้มาทางตนเอง นางยิ้มเยียบเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนึ่งที่กำลังยื่นเข้าไปในแขนเสื้อทั่วป๋าเหลียงอย่างเปิดเผยไม่เกรงใจ ครู่หนึ่งถัดมาก็หยิบเอาป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งที่มิใช่วัสดุดีเลิศอันใด นางไม่กังวลว่าทั่วป๋าเหลียงจะหันกลับมาเล่นงานนาง เพราะว่าเพียงนางขยับมือเล็กน้อย ทั่วป๋าเหลียงก็จะเป็นอัมพาตไปได้จริงๆ นางเองรู้ว่าทั่วป๋าเหลียงไม่กล้าเสี่ยง

เห็นป้ายคำสั่งนี้ สีหน้าเยียนถัวอี้ข้างๆ พลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย

จู้เหยาหงหยิบป้ายคำสั่งออกมาได้แล้วจึงถอนใจโล่งอก รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเปล่งประกายงดงาม

นางกระชากทั่วป๋าเหลียงเดินลงบันไดไปอย่างไม่ปรานี

“เรา...หลายปีมานี้ดีต่อเจ้าไม่น้อย!” ทั่วป๋าเหลียงพยายามหันหน้าไปคิดจะมองจู้เหยาหง พลางกัดฟันคำรามอย่างโมโห

จู้เหยาหงยิ้มเอ่ย “ใช่ พวกท่านยังสังหารบิดามารดาข้าด้วย รวมถึงพี่น้องชายหญิงวงศ์ตระกูลข้า”

“ตั้งแต่เริ่มต้น เจ้าก็...” ทั่วป๋าเหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุดอนาถ “แต่เริ่มต้น เจ้าก็กลับมาเพื่อแก้แค้น!”

จู้เหยาหงเอ่ยว่า “ก็แค่ไปตามทำนองเท่านั้น ฝ่าบาทเป็นเพียงหนึ่งในภารกิจข้าเท่านั้น หากท่านมอบของนี้ให้ข้าเร็วกว่านี้ ข้าก็คงไปนานแล้ว”

ของชิ้นนี้หากไม่นำออกมาย่อมไร้ประโยชน์ แต่หากทั่วป๋าเหลียงหาโอกาสนำออกมาใช้ ก็จะเป็นโอกาสพลิกฟื้นของเขาจริงๆ หากทั่วป๋าเหลียงไม่พบเจอสถานการณ์เช่นนี้ แต่นำออกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม พวกเขาก็คงยุ่งยากยิ่ง ไม่สิ ของชิ้นนี้ไม่ว่าจะอยู่ในมือคนตระกูลทั่วป๋าคนใดก็ตาม ล้วนเป็นความยุ่งยากใหญ่ยิ่ง

บรรพบุรุษตระกูลทั่วป๋าทิ้งสมบัติสำคัญที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้ลูกหลาน ถูกกำหนดแล้วว่าไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้

จู้เหยาหงลากทั่วป๋าเหลียง ไม่สนใจยอดฝีมือคุกหมิงอวี้และองครักษ์ที่ขยับตามพวกนาง ยังคงเดินไปหาจวินอู๋ฮวนอย่างมั่นใจ

ยามกำลังจะเดินผ่านทั่วป๋าอิ้นและไป๋หลี่ชิงหง จู้เหยาหงก็อมยิ้มกวาดตามองทั้งสองคน “ท่านอ๋องเสิ่น คุณชายไป๋หลี่ พวกท่านคิดขัดขวางข้าหรือ”

ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอี้ยวตัวหลีกทาง ขัดขวางจู้เหยาหงในเวลานี้ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับจวินอู๋ฮวน ตอนนี้ไป๋หลี่ชิงหงไม่คิดมีจวินอู๋ฮวนเป็นศัตรูเพิ่มมาอีกคน

แววตาทั่วป๋าเหลียงเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ “ไป๋หลี่ชิงหง!”

ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “ปล่อยฝ่าบาท ข้าไม่ทำอันใดท่าน”

จู้เหยาหงแค่นหัวเราะเย็นเยียบ คล้ายกำลังเอ่ยว่า

เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ

จวินอู๋ฮวนที่อยู่ไม่ไกลนักส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “ปล่อยเขา ท่านอ๋องเสิ่นเป็นคนรักษาคำพูด”

จู้เหยาหงได้ยินดังนี้ก็ปล่อยอย่างไม่ลังเล โยนทั่วป๋าเหลียงใส่ทั่วป๋าอิ้นก่อนจะรีบไปหาจวินอู๋ฮวน แต่ทว่าก่อนจะโยนออกไป นางยังกดมีดสั้นลงไปอีกทีหนึ่ง ทั่วป๋าเหลียงส่งเสียงขึ้นแล้วเหงื่อก็ไหลอาบราวกับห่าฝน พูดจาอันใดไม่ออกอีก

“ฝ่าบาท ลานิรันดร์แล้ว”

ทั่วป๋าเหลียงถูกทั่วป๋าอิ้นรับไว้ คนยังมีลมหายใจ แต่ทรงตัวไม่อยู่ ทั่วป๋าอิ้นก้มหน้าลงมองกระดูกสันหลังทั่วป๋าเหลียงที่มีมีดสั้นปักอยู่ โลหิตไหลนองไม่หยุด ในใจพลันกระจ่างขึ้นมา ชีวิตทั่วป๋าเหลียงจากนี้ไปนับว่าจบสิ้นแล้ว เขามองตามแผ่นหลังหญิงสาวที่ไปหาจวินอู๋ฮวนเหมือนครุ่นคิด

ลงมือโหดเหี้ยมจริง

จู้เหยาหงเดินมาตรงหน้าจวินอู๋ฮวน เสื้อผ้าหลายชั้นบนร่างคล้ายว่าไม่ส่งผลอันใดต่อการเคลื่อนไหวของนาง นางคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าอย่างว่องไว สองมือประคองป้ายคำสั่งในมือขึ้น “คุณชาย บรรลุภารกิจ”

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “ลำบากเจ้าแล้ว”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 827