ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 817
ตอนที่ 525-1 ละโมบไม่รู้จักพอ
ทั่วป๋าอิ้นไม่มีอารมณ์มานั่งคุยกับทั่วป๋าหมิงจูในค่ำคืนเช่นนี้ เขายังมีงานมากมายที่ต้องทำ เห็นชัดว่าทั่วป๋าหมิงจูก็ไม่คิดคุยกับเขามากนัก ความจริงตอนนี้คนที่นางไม่อยากพบมากที่สุดก็คือทั่วป๋าอิ้น แต่นอกจากทั่วป๋าอิ้น คล้ายว่านางไม่มีคนอื่นใดที่จำเป็นต้องพบอีกแล้ว ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าแท้ แต่ทั่วป๋าหมิงจูกลับไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองจะโทษผู้ใดได้
เห็นชัดว่าทั่วป๋าหมิงจูไม่มีอันใดเอ่ยกับเขาอีกแล้ว ทั่วป๋าอิ้นลุกขึ้นจะเดินลงไป
ทั่วป๋าหมิงจูเองก็ไม่รั้งเขาไว้ เพียงแค่ยกแก้วน้ำชาขึ้นส่งเขาจากไปเงียบๆ
“องค์หญิง” ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร คนหนึ่งในห้องข้างๆ ก็ค่อยๆ เดินออกมา
ทั่วป๋าหมิงจูหันไปมองผู้ที่มา ถามขึ้นว่า “เหตุใดเจ้าต้องช่วยข้า”
คนผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย ถามขึ้นว่า “เช่นนั้น เหตุใดองค์หญิงไม่เผยสถานะข้า”
ทั่วป๋าหมิงจูจ้องมองเขานิ่งเป็นนาน ก่อนจะหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “เผยสถานะเจ้าแล้วอย่างไร ตอนนี้เสด็จพ่อทอดทิ้งข้าไปแล้ว แม้ข้าเอ่ยอันใดก็ไม่แน่ว่าจะทรงเชื่อกระมัง แม้ทรงเชื่อ...”
ชายหนุ่มยิ้มเอ่ย “แม้ทรงเชื่อ ก็จะไม่เป็นผลดีอันใดต่อองค์หญิง ฝ่าบาทสังหารข้า จากนั้นคนที่โชคร้ายตามมาก็คือองค์หญิง ฮองเฮาและเผ่าเล่อเยี่ย”
ทั่วป๋าหมิงจูยิ้มเยาะมองเขา “ชาวเทียนฉี่พวกเจ้าล้วนต่ำช้าเช่นนี้หรือ”
ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนข้อ กล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “วิธีการที่องค์หญิงจัดการองค์หญิงหลิงซีตอนนั้นก็มิได้สง่าผ่าเผยอันใดนัก”
ทั่วป๋าหมิงจูกระแทกแก้วน้ำชาในมือลงบนโต๊ะเต็มแรง นางถลึงตาจ้องคนตรงหน้า กัดฟันเอ่ยว่า “ดังนั้นตอนนี้ข้าได้รับผลกรรมตามสนองแล้ว เจ้าดีใจแล้วสินะ พวกเจ้าไม่กลัวว่าวันใดจะต้องรับผลกรรมที่กระทำมาในหลายปีนี้หรือ การต่อสู้ระหว่างเผ่าเล่อเยี่ยกับเผ่าฮูหลัน มีเจ้ายุแยงอยู่ไม่น้อยกระมัง คุณชาย ต้วน!”
ชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ก็คือต้วนอวิ๋น ต้วนอวิ๋นมองนางอย่างนึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง “องค์หญิงรู้สถานะข้าดังคาด ขออภัยข้าน้อยใคร่อยากรู้ว่าองค์หญิงรู้ได้อย่างไร”
ทั่วป๋าหมิงจูแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “แปลกมากหรือ เจ้าคิดว่าเจ้าปั่นหัวทุกคนเล่นได้คนเดียวหรือ ผู้อื่นไม่รู้แม้แต่สถานะเจ้า ไม่รู้แม้แต่ว่าควรโกรธแค้นผู้ใด ไม่รู้แม้แต่ว่าควรโกรธแค้น...คุณชายจวนเซี่ยงกั๋วกงเทียนฉี่”
แม้ถูกเปิดโปงสถานะ ต้วนอวิ๋นก็ไม่ร้อนใจ กลับเดินไปนั่งลงตรงหน้าทั่วป๋าหมิงจู
ทั่วป๋าหมิงจูกล่าวจบก็คล้ายว่าหมดเรี่ยวแรงลง เอนตัวลงพิงโต๊ะอย่างอ่อนล้า เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “พระสนมเหยาก็เป็นคนของพวกเจ้าสินะ พวกเจ้ามีสายอยู่เมืองเหนือมากมายเท่าไรกันแน่”
ต้วนอวิ๋นค่อยๆ บรรจงเอ่ยว่า “ชาวเทียนฉี่ใดก็ตามที่มีจิตใจคับแค้นเผ่ามั่วดังศัตรูแห่งแผ่นดิน ล้วนเป็นสายของพวกเรา”
ทั่วป๋าหมิงจูหลุบตาเงียบไม่ตอบเป็นนาน ก่อนจะลืมตาจ้องมองต้วนอวิ๋น “เจ้าต้องการให้ข้าช่วยทั่วป๋าอิ้น ข้าก็ช่วยแล้ว เจ้ายังต้องการอันใดอีก”
ต้วนอวิ๋นส่ายหน้าเล็กน้อยยิ้มเอ่ย “องค์หญิง ท่านไม่ได้ช่วยทั่วป๋าอิ้นเพราะข้า ไม่มีทั่วป๋าอิ้น...ไป๋หลี่ชิงหงก็จะกลายเป็นยันต์เร่งตายของท่าน ตอนนี้ทั้งเป่ยจิ้น มีเพียงเขาที่สยบไป๋หลี่ชิงหงได้”
ทั่วป๋าหมิงจูเอ่ยอย่างไม่พอใจ “อาศัยวิทยายุทธ์เขาแค่นั้นหรือ”
ต้วนอวิ๋นเอ่ยว่า “ไม่ แต่เป็นชื่อเสียงในกองทัพของเขา หลังจากคืนนี้ไป...ขุนพลทหารข้างกายฮ่องเต้เป่ยจิ้นย่อมต้องสูญเสียอย่างหนัก ไป๋หลี่ชิงหงแอบรวบรวมขุนพลกองกำลังทหารแดนใต้ส่วนใหญ่ไว้ได้แล้ว ผ่านพ้นคืนนี้ไป...นอกจากทั่วป๋าอิ้นเป่ยจิ้น ในราชสำนักไม่มีผู้ใดจะต้านทานเขาได้อีกแล้ว”
ทั่วป๋าหมิงจูคิดผงะลุกขึ้นทันที แต่กลับถูกต้วนอวิ๋นยื่นมือขึ้นกดหัวไหล่ไว้ หากเป็นเมื่อก่อน บัณฑิตเช่นต้วนอวิ๋นย่อมไม่มีทางกดนางไว้ได้ แต่สภาพร่างกายทั่วป๋าหมิงจูตอนนี้อ่อนแอถึงขั้นทรงตัวไม่ไหวแล้ว แม้แต่ต้วนอวิ๋นก็ยังกดนางเอาไว้จนไม่อาจขยับได้
ทั่วป๋าหมิงจูถลึงตาจ้องต้วนอวิ๋นอย่างโกรธแค้น “ต่ำช้า!”
ต้วนอวิ๋นส่ายหน้ายิ้มเล็กน้อย “องค์หญิงกล่าวหนักไปแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ องค์หญิงรู้สึกว่า...ท่านยังจะทำอันใดได้อีกหรือ ขออภัยที่ข้าขอเอ่ยตามตรง หากไม่ใช่ว่ามีพวกเรา ตอนนี้แม้แต่จวนองค์หญิง ท่านก็ก้าวออกมาไม่ได้แล้ว” ตอนนี้เดิมนางควรนอนติดเตียงรอความตาย บางทีไป๋หลี่ชิงหงอาจไว้ชีวิตนาง แต่พอเขาขึ้นครองอำนาจสูงสุด คงให้นางได้ตาย
ต้วนอวิ๋นถอนหายใจ “องค์หญิง คนเราละโมบเกินไปไม่ดี ท่านคิดมีชีวิตรอด พวกเราช่วยท่านทำได้แล้ว ท่านคิดให้ไป๋หลี่ชิงหงตาย ย่อมมีคนช่วยท่านสังหารเขา ตอนนี้...ท่านยังคิดทำเรื่องอื่นอีก ท่านไม่รู้สึกว่าตนเองละโมบเกินไปสักหน่อยหรือ”
ทั่วป๋าหมิงจูถลึงตาจ้องต้วนอวิ๋น แววตามีแต่ความสิ้นหวัง “หากเสด็จพ่อ...เกิดเรื่องอันใดขึ้น เจ้าคิดว่าไป๋หลี่ชิงหงจะไว้ชีวิตข้าหรือ”
ต้วนอวิ๋นเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ตอนเจ้าลงมือกับทั่วป๋าเหลียง ไม่เคยคิดเรื่องนี้บ้างหรือ”
ทั่วป๋าหมิงจูกัดฟันเงียบไม่ตอบ
ต้วนอวิ๋นลุกขึ้นยืน “องค์หญิง ที่นี่ไม่ปลอดภัย พวกเราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า ท่านเพิ่งช่วยทั่วป๋าอิ้น ไป๋หลี่ชิงหงอาจเดาออกว่าเป็นฝีมือผู้ใด” ในเมืองเหนือคนที่มีฝีมือธนูร้ายกาจเช่นนี้ไม่มาก และคนที่คิดช่วยทั่วป๋าอิ้นในเวลานี้ก็ยิ่งไม่มาก แต่ทว่าตอนนี้ไป๋หลี่ชิงหงน่าจะไม่มีเวลามาจัดการพวกเขา
ทั่วป๋าหมิงจูมองต้วนอวิ๋นอย่างแค้นใจ แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นตามเขาเดินลงไปเงียบๆ
ในวังยามนี้ต่อสู้กันวุ่นวายไปทั่วบริเวณ แม้มีหนานกงอวี้เยว่กับทั่วป๋าอิ้นสกัดกองหนุนไว้แล้ว แต่ก็ยังคงมีกองหนุนไม่น้อยเข้าวังมาอารักขาฮ่องเต้ได้ แน่นอนว่าในบรรดาคนเหล่านี้มีคนคิดฉกฉวยโอกาสอยู่บ้าง แต่เทียบกับจำนวนคนอารักขาเดิมแล้ว นับว่าน้อยมาก ดังนั้นทหารองครักษ์ในวังและคนคุกหมิงอวี้ ทุกคนต่างค่อยๆ ถอยไปยังตำหนักทั่วป๋าเหลียง
เห็นพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากตำหนักทั่วป๋าเหลียง มีคนอดมองด้วยแววตาที่มีประกายไฟลุกโชนไม่ได้ ขอเพียงจับตัวทั่วป๋าเหลียง คืนนี้ก็คงจบลงแล้ว
ทั่วป๋าหลัวสบตากับเยียนถัวอี้ คนติดตามทั้งสองคนก็พากันก้าวออกมา “องค์ชายใหญ่ ดูท่าคืนนี้ราบรื่นกว่าที่พวกเราคาดการณ์ไว้”
ทั่วป๋าหลัวพยักหน้า “ดูท่าพวกน้องสี่ก็ราบรื่นดี” เลือกส่งทั่วป๋าอิ้นออกไปสกัดกองหนุน ไม่ได้เลือกให้เขานำทัพบุกโจมตี ย่อมมีเหตุผลของพวกเขา หากพวกเขาบุกเข้าไปในตำหนักทั่วป๋าเหลียง สุดท้ายถูกองครักษ์ตีตลบหลัง เช่นนั้นก็คงน่าขันยิ่ง ตอนนี้ดูท่า...น้องสี่ยังเร่งกลับมาทันก่อนพวกเขาบุกเข้าไป