ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 815
ตอนที่ 524-1 บุญคุณที่ได้ช่วยชีวิต
ทั่วป๋าอิ้นยืนอยู่บนกำแพงจ้องมองหนานกงอวี้เยว่ในลานด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ยามถูกจับได้ว่าทำร้ายราชนิกุล หนานกงอวี้เยว่กลับไม่ได้รู้สึกกังวลแม้สักนิด แต่กลับจ้องมองทั่วป๋าอิ้นพลางแค่นหัวเราะเย็นเยียบ เอ่ยอย่างไม่ยี่หระว่า “ทั่วป๋าอิ้น เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่ เดิม...ข้ายังไม่ได้คิดจะไปพบเจ้าเร็วเช่นนี้”
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เดิมข้าก็ไม่ควรอยู่ที่นี่จริงๆ”
เดิมเขาเพียงแต่มาช่วยพี่ชายสกัดกองหนุนที่จะไปอารักขาฮ่องเต้ในวัง อาจกล่าวได้ว่าเป้าหมายเดียวกับหนานกงอวี้เยว่ แต่ทั่วป๋าอิ้นก็พบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว คนเจดีย์ขาวเข้าขวางกองหนุนที่จะไปอารักขาฮ่องเต้ในวังจริง แต่หนานกงอวี้เยว่กลับหายตัวไป คนเช่นหนานกงอวี้เยว่ เขาไม่เคยพลาดชมเรื่องสนุก ทั่วป๋าอิ้นค้นพบความจริงอย่างรวดเร็ว ขัดขวางกองหนุนที่จะไปอารักขาฮ่องเต้ในวังเป็นเรื่องเท็จ เขาถือโอกาสยามนี้สังหารคนตระกูลทั่วป๋ามากกว่า นี่คือเป้าหมายแท้จริงของหนานกงอวี้เยว่
ทั่วป๋าอิ้นเร่งเดินทางมาจากตระกูลทั่วป๋าล่าสุดที่หนานกงอวี้เยว่เพิ่งกวาดล้างไป พอดีได้ช่วยชีวิตชายวัยกลางคนที่กำลังหลับตารอรับความตายไว้ได้ ความจริงเขาเองก็มิได้สนิทกับคนผู้นี้ แค่พอคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาคือกั๋วกง แต่ไม่ว่าอย่างไร หนานกงอวี้เยว่ก็กำลังสังหารคนเหล่านี้อย่างเหิมเกริม
“ท่านอ๋องเสิ่น! ท่านอ๋องเสิ่น ช่วยข้าด้วย!” พอเห็นทั่วป๋าอิ้นพลันปรากฏตัว ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็คล้ายว่าได้เห็นดวงดาวช่วยชีวิตมาช่วยเขา รีบตะเกียกตะกายคิดพุ่งไปหาทั่วป๋าอิ้น
หนานกงอวี้เยว่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “คิดชิงคนจากมือข้า ก็ไม่ดูว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่”
เงาร่างเขาวูบไหว มือขวาพลันกลายเป็นกรงเล็บพุ่งเข้าจิกลำคอคนผู้นั้นไว้
ทั่วป๋าอิ้นยืนอยู่บนกำแพงห่างไกลอยู่สักหน่อย เห็นสถานการณ์ยามนี้ก็ชักกระบี่สะบัดใส่ต้นไม้ข้างๆ อย่างไม่ลังเล ต้นไม้ถูกคมกระบี่ฟันเป็นกิ่งพุ่งเข้าใส่หนานกงอวี้เยว่ราวห่าธนู หนานกงอวี้เยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง มือซ้ายสะบัดปัดกิ่งไม้ที่พุ่งมาทิ้งไป มือขวายังคงพุ่งเจ้าจิกชายวัยกลางคนอย่างไม่ลังเล ยามนี้ทั่วป๋าอิ้นสะอึกกายลงมาจากกำแพงกำลังพุ่งมาทางนี้
“ท่านอ๋องเสิ่น!”
ฟู่เหลิ่งย่อมไม่ให้คนทำลายงานของคุณชายตน ชักกระบี่ออกสกัดไว้อย่างไม่ลังเล แม้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ทั่วป๋าอิ้น แต่ก็พอรับมือได้บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นหัวไหล่ทั่วป๋าอิ้นที่ถูกจวินอู๋ฮวนแทงบาดเจ็บก็ยังรักษาไม่หาย ยามนี้ถึงกับทำอันใดฟู่เหลิ่งไม่ได้ เพียงแค่ชั่วเวลาไม่นาน มือหนานกงอวี้เยว่ก็บีบลำคอชายวัยกลางคนผู้นั้นไว้ได้
“ท่านอ๋องเสิ่น!”
หนานกงอวี้เยว่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง แม้สังหารคนมามากมาย มือเขายังคงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ออกแรงเพียงเล็กน้อย ลำคอชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ถูกบีบสิ้นลมหายใจทันที
“หนานกงอวี้เยว่!” ทั่วป๋าอิ้นเห็นคนที่ถูกหนานกงอวี้เยว่สังหารขณะที่ประมือกับฟู่เหลิ่ง ก็ผงะถอยหลังออกจากวงต่อสู้ทันที หนานกงอวี้เยว่เห็นสีหน้าทั่วป๋าอิ้นย่ำแย่ ก็อารมณ์ดีขึ้นมา สะบัดจัดแขนเสื้อเบาๆ เอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า “ทั่วป๋าอิ้น อย่าแส่เรื่องผู้อื่น”
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เจ้าไม่ได้คิดช่วยตระกูลเยียนถัว เจ้าเพียงแต่หลอกใช้ตระกูลเยียนถัวกับชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเผ่ามั่ว ให้เจ้ามีโอกาสได้สังหารผู้อื่น”
หากหนานกงอวี้เยว่แค่คิดสังหารคนสองคน ย่อมไม่มีปัญหา แต่หากเขาคิดสังหารคนแซ่ทั่วป๋าทั้งหมด จำต้องให้ฟ้าประทานโอกาสให้เขา เช่นในค่ำคืนนี้ คนที่มีความคิดเป็นใหญ่ล้วนเข้าร่วมวงเข่นฆ่าในวังหลวง เป็นตายยากคาดเดา คนที่ไม่มีความคิดเป็นใหญ่ก็หลบในจวนไม่กล้าออกไป พอดีเป็นโอกาสให้เขาสังหารล้างตระกูล ถึงกับเพราะเกิดเหตุในวังหลวง แม้แต่ทหารยามปกติที่เคยลาดตระเวนก็ไม่มี ทำให้เขาสังหารติดต่อกันห้าหกตระกูลโดยไม่มีผู้ใดรู้
ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่วังหลวง ผู้ใดจะมีเวลามาใส่ใจชนชั้นสูงที่ไม่สะดุดตาพวกนี้
หนานกงอวี้เยว่ไม่รู้ควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเมื่อใด ค่อยๆ บรรจงเช็ดนิ้วมือตนเอง เอ่ยว่า “เจ้าคิดขัดขวางเรื่องของข้าหรือ ทั่วป๋าอิ้น อย่าลืม...ทั่วป๋าหลัวยังอยู่ในวัง เจ้าเดา...คนของทั่วป๋าเหลียงจะสังหารทั่วป๋าหลัวหรือไม่”
ทั่วป๋าอิ้นสีหน้าเรียบตึงเย็นเยียบไม่หวั่นไหวไปกับคำพูดของเขา คนเช่นพวกเขา ผู้ใดข้างกายไร้องครักษ์ปกป้อง หากทั่วป๋าหลัวถูกสังหารได้ง่ายดายเพียงนั้น ก็คงไม่ต้องรอมาถึงตอนนี้แล้ว และเขายิ่งไม่มีทางออกห่างกายทั่วป๋าหลัวมาง่ายดายเช่นนี้
หนานกงอวี้เยว่เห็นเขาเงียบไปก็อดแค่นเสียงในลำคออย่างขัดใจไม่ได้ “เอาเถอะ ดูท่าคืนนี้คงจบไม่งามแล้ว”
ทั่วป๋าอิ้นค่อยๆ ชักกระบี่ออกมาชี้ไปทางหนานกงอวี้เยว่
ยามนี้ทั่วป๋าอิ้นจึงได้พบว่า คนที่อันตรายที่สุดในเมืองเหนือตอนนี้ไม่ใช่ทั่วป๋าหลัวในวัง ไม่ใช่ไป๋หลี่ชิงหงที่อุบายลุ่มลึก ไม่ใช่ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเผ่ามั่วที่กุมอำนาจการทหาร สำหรับราชวงศ์เผ่ามั่ว ผู้ที่อันตรายที่สุดก็คือหนานกงอวี้เยว่ตรงหน้าผู้นี้ เพราะว่าหนานกงอวี้เยว่ไม่ได้คิดครองอำนาจ และไม่ได้คิดขึ้นเป็นฮ่องเต้ เขาคิดเพียงอย่างเดียว...เอาชีวิตคนตระกูลทั่วป๋าให้หมดสิ้น ในบรรดาคนเหล่านี้ย่อมรวมถึงทั่วป๋าเหลียงและแม้กระทั่งเขาเอง
“ในเมื่อราชครูคิดสังหาร ไยไม่เริ่มจากข้าก่อน” ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ช้าเร็วราชครูก็คงต้องลงมือกับข้ากระมัง”
หนานกงอวี้เยว่มองประเมินทั่วป๋าอิ้นเป็นนาน สุดท้ายส่งเสียงหัวเราะเอ่ยว่า “เจ้าฉลาดจริง เพียงแต่น่าเสียดาย...ท่านอ๋องเสิ่นไม่สนใจการปกครอง ไม่เช่นนั้น...เกรงว่าก็คงเป็นคนที่ยากรับมือคนหนึ่ง”
“ราชครู เชิญ”
หนานกงอวี้เยว่มองเขาอย่างนึกสนใจ “ท่านอ๋องเสิ่นไม่ถามว่าข้าทำเพื่ออันใดหรือ”
“ไม่จำเป็น” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ เรื่องที่ทำให้หนานกงอวี้เยว่ตั้งใจแน่วแน่ที่จะสังหารคนตระกูลทั่วป๋าทั้งหมด ไม่ว่าเหตุผลใดล้วนไม่จำเป็นต้องถาม เพราะว่าไม่ว่าด้วยเหตุใด หนานกงอวี้เยว่ก็ไม่มีทางรามือ ทั่วป๋าอิ้นย่อมเคยได้ยินประวัติวัยเด็กหนานกงอวี้เยว่มาบ้าง แต่แม้เป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่เคยคิดว่าหนานกงอวี้เยว่จะบ้าคลั่งเสียสติเช่นนี้
หนานกงอวี้เยว่ถอนหายใจอย่างรู้สึกเสียดาย “น่าเสียดาย คืนนี้คนที่จะรับมือท่านอ๋องเสิ่น...มิใช่ข้าไม่เช่นนั้น ข้าเองก็อยากประมือกับวีรบุรุษเช่นท่านอ๋องเสิ่นดูสักครั้ง”
ทั่วป๋าอิ้นสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ได้ยินหนานกงอวี้เยว่ส่งเสียงดังขึ้นว่า “ราชบุตรเขยไป๋หลี่ เหตุใดยังไม่ออกมา”
ร่างไป๋หลี่ชิงหงค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ยามนี้ไป๋หลี่ชิงหงอยู่ในชุดเกราะสีเทาเงิน ในมือถือกระบี่ยาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม มองดูแล้วถึงกับทำให้รู้สึกแปลกตาอยู่สักหน่อย
หนานกงอวี้เยว่หันหน้าไปมองไป๋หลี่ชิงหงเล็กน้อย “คุณชายไป๋หลี่ อย่าได้บอกข้าว่าเจ้าไม่คิดลงมือแล้ว” ไม่เช่นนั้นทั่วป๋าอิ้นควรถูกไป๋หลี่ชิงหงสกัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จะแล่นมาหาขัดขวางเขาที่นี่ได้อย่างไร
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “มีเรื่องทำให้ล่าช้า ทั่วป๋าเหลียงฟื้นแล้ว”
หนานกงอวี้เยว่ไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมาย ทั่วป๋าเหลียงจะฟื้นเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับจวินอู๋ฮวนและคนของเขาพอใจเท่านั้น เรื่องนี้เขารู้นานแล้ว
“แล้วอย่างไร” หนานกงอวี้เยว่ถามขึ้น
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “ดังนั้น...ตอนนี้ข้ารับคำสั่งปราบกบฏ”
หนานกงอวี้เยว่หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ดังนั้นเจ้าคิดสังหารข้า”