ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 813

#813ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 523-1 ไม่ตายดี!

ค่ำคืนในวังหลวงยามนี้จุดไฟส่องสว่างไปทั่ว ประตูวังถูกคนเปิดออกแล้ว คนแต่งกายแตกต่างกันมากมายนับไม่ถ้วนพากันบุกเข้าวังหลวง เห็นชัดว่ามาจากกองกำลังแตกต่างกัน หลังจากสิบกว่าปีก่อนที่ชาวเผ่ามั่วบุกเข้าวังเทียนฉี่มา ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่วุ่นวายที่สุดในวังครั้งหนึ่ง แม้หลายปีก่อนมีเหตุกบฏในวังครั้งหนึ่งก็มิได้ต่อสู้กันรุนแรงเช่นนี้

ทหารองครักษ์ในวังและคนคุกหมิงอวี้ในชุดดำ ทุกคนต่างตั้งรับอยู่ระหว่างรอยต่อพระราชฐานชั้นนอกกับพระราชฐานชั้นใน สกัดกองทัพเหล่านี้ไว้อยู่ด้านนอกอย่างแน่นหนา แต่คนที่มองกระจ่างก็ล้วนรู้ว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเขาคงต้านทานไม่ถึงรุ่งสาง วังหลวงคงต้องถูกกองทัพกบฏบุกทะลวงเข้ามาอย่างแน่นอน แต่ในใจพวกที่บุกมาเหล่านี้ก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลาย เมืองเหนือยังมีคนของทั่วป๋าเหลียงอยู่ไม่น้อย แม้ว่าตอนนี้ทั่วป๋าเหลียงยังไม่ได้สติ ไม่อาจมีราชโองการ แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หัวหน้าขุนพลทหารอาจสั่งการกองกำลังให้เข้ามาอารักขาในวังได้ ดังนั้นคิดว่าใช้เวลาไม่นานนัก กองหนุนก็ย่อมมาถึง

ยามนี้เยียนถัวอี้กำลังอยู่กับทั่วป๋าหลัว ทั้งสองคนคนหนึ่งยืน คนหนึ่งนั่ง กำลังส่งสายตาจับจ้องมองไปยังสถานการณ์ต่อสู้เข่นฆ่ากันอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าเยียนถัวอี้เคร่งเครียด สายตาที่มองทั่วป๋าหลัวเต็มไปด้วยความกังวล ทั่วป๋าหลัวนั่งอยู่บนเก้าอี้เข็น มองดูแล้วผ่อนคลายกว่าเยียนถัวอี้มาก แต่หากมองให้ดีก็จะพบว่ามือซ้ายเขากำแขนเสื้อแข็งเกร็งเล็กน้อย เห็นชัดว่าไม่ได้ผ่อนคลายไปกว่ากันสักเท่าไร

“องค์ชายใหญ่ ท่านอ๋องเสิ่นเล่า” ในเมื่อลุกขึ้นต่อต้านทั่วป๋าเหลียงแล้ว การลงโทษทั่วป๋าอิ้นของทั่วป๋าเหลียงก่อนหน้านี้ย่อมไม่นับว่าพ่ายแพ้ เยียนถัวอี้เปลี่ยนคำเรียกทั่วป๋าหลัวกับทั่วป๋าอิ้น นับว่าได้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่จะร่วมมือกับทั่วป๋าหลัว เห็นชัดว่าไม่ยอมรับฮ่องเต้เช่นทั่วป๋าเหลียงแล้ว

ทั่วป๋าหลัวกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “น้องสี่มีเรื่องต้องจัดการ จวิ้นโหวหนิงตูไม่ต้องเป็นห่วง”

เยียนถัวอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หากปล่อยให้ยืดยาวต่อไปอาจเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงได้ เกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน ควรเร่งดำเนินการให้จบโดยเร็วจะดีกว่า”

ทั่วป๋าหลัวพยักหน้า เขาย่อมเข้าใจหลักการนี้ แม้ว่าพวกเขานำคนมามาก แต่เพราะว่าคนมาก จิตใจคนเราสับสนยากรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือจับตัวทั่วป๋าเหลียงให้ได้ก่อน ไม่เช่นนั้นทันทีที่ทั่วป๋าเหลียงมีโอกาสโต้คืนได้ สำหรับพวกเขาแล้ว เรียกได้ว่ายุ่งยากยิ่ง

“ราชครูอยู่ที่ใด” ทั่วป๋าหลัวถามขึ้น

เยียนถัวอี้เอ่ยว่า “เขากลับไปสกัดกองหนุนที่จะมาพวกนั้น”

ทั่วป๋าหลัวขมวดคิ้ว คิดเอ่ยว่าหนานกงอวี้เยว่ไปสกัดกองหนุนคนเดียวเกรงว่าน่าจะยากลำบากอยู่สักหน่อย แต่ทว่าก็คิดได้อย่างรวดเร็ว ตระกูลเยียนถัวกุมอำนาจการทหารไม่น้อย ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ ทั้งสองคนสบตากันไม่เอ่ยอันใดอีก ออกคำสั่งอีกครั้งให้รีบเร่งบุกเข้าวัง จะต้องควบคุมวังหลวงให้ได้ก่อนที่กองกำลังหนุนจะมาถึง

เยียนถัวอี้มองการต่อสู้วุ่นวายตรงหน้าแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ไม่รู้เหตุใด ในใจเขาเกิดลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีอย่างน่าประหลาด

ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด เส้นทางสู่วังหลวงคล้ายว่าปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสังหารเย็นเยียบ ทำให้ผู้คนมิกล้าเข้าใกล้

หัวถนนมีเงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมา

เขาอยู่ในชุดขาวพลิ้วไหว ร่างสูงสง่าผึ่งผาย รูปงามอาบด้วยแสงเงินยวงเย็นเยียบของแสงจันทรา มองไกลๆ คล้ายดังมิใช่คนแท้จริง

“ผู้ใด” ขุนพลทหารบนหลังม้าที่กำลังทะยานม้ามุ่งไปทางวังหลวง จ้องมองคนที่ปรากฏตรงหน้าด้วยแววตาระแวดระวัง ไม่นานก็เห็นภาพคนตรงหน้าชัดเจน เอ่ยอย่างตกใจเล็กน้อยว่า “ราชครู” จากนั้นเขาก็ระวังตัวขึ้นมาทันที ปกติราชครูไม่ถูกกับฝ่าบาท ยามนี้...

เห็นชัดว่าหนานกงอวี้เยว่ค่อยๆ เดินมาท่ามกลางผู้คน แต่พริบตาก็มาถึงตรงหน้าทุกคน

หนานกงอวี้เยว่เหลือบตาขึ้นมอง กวาดตามองพวกเขาที่หนึ่ง หัวหน้าขุนพลทหารอดระแวงขึ้นมาไม่ได้ เขากุมดาบที่เอวแน่น เสียงดังดุดันว่า “ราชครู ข้าน้อยเร่งเข้าวัง ขอราชครูโปรดหลีกทางด้วย”

หนานกงอวี้เยว่มองด้วยสายตาเย็นชา “เข้าวังไปอารักขาฮ่องเต้หรือ พวกเจ้าไม่กี่คนจะมีประโยชน์อันใด กลับไปรอข่าวดีกว่า”

ขุนพลทหารสีหน้าเคร่งเครียด “ย่อมยังมีกองทหารตามมาอีกมาก ข้าน้อยเพียงแค่อยู่ใกล้ จึงได้เร่งเดินทางมาถึงก่อนเท่านั้น ขอราชครูโปรดอำนวยทางสะดวกด้วย”

หนานกงอวี้เยว่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ข้ารู้สึกว่า เจ้าไม่ได้เร่งร้อนเข้าวัง แต่เร่งร้อนไปตายมากกว่า” กล่าวไม่ทันขาดคำ ทุกคนต่างรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัว เดิมร่างที่ยืนห่างจากพวกเขาเจ็ดแปดก้าวก็พลันหายไป คล้ายว่าที่พวกเขาเห็นก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น แต่พริบตาถัดมา ขุนพลทหารก็รู้สึกว่าเงาร่างสีขาวตรงหน้าพุ่งเข้ามาหาเขา เขาไม่ทันได้ชักดาบก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ

ขุนพลทหารผู้นั้นก้มหน้าลงมองอย่างตกใจ ลำคอมีรอยโลหิตเส้นหนึ่งปริออกอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งต่อมาเขาก็ร่วงหล่นจากหลังม้ากองบนพื้นถนน สองตายังคงเบิกโพลงมองท้องฟ้าค่ำคืนมืดมิดอย่างตกใจ

การเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้ทุกคนตกใจกันไม่น้อย แต่อย่างไรก็เป็นทหารกล้าออกศึกสนามรบมาก่อน พอตั้งสติได้ก็รีบชักอาวุธออกมาพุ่งเข้าใส่หนานกงอวี้เยว่ สองข้างถนนพลันปรากฏชายหญิงชุดขาวกลุ่มหนึ่ง ใบหน้าแต่ละคนไร้ความรู้สึก ลงมือรวดเร็วเฉียบขาด ไม่นานก็ไปถึงกลางถนน จากนั้นก็สังหารกองทัพเผ่ามั่วที่ล้อมหนานกงอวี้เยว่อย่างไม่ยั้งมือ

หนานกงอวี้เยว่ก้มหน้าลงมองขุนพลทหารนอนตายตาไม่หลับบนพื้น ก็หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ผู้ใดคิดช่วยทั่วป๋าเหลียง ล้วนต้องตาย”

คืนนี้วังหลวงเกิดเหตุเข่นฆ่ารุนแรง นอกวังก็มิได้ว่างเว้น

กองทัพหลายเส้นทางที่คิดเข้าวังอารักขาฮ่องเต้ล้วนถูกคนเจดีย์ขาวสังหารสิ้น คนเหล่านี้คล้ายไม่หวั่นเกรงต่อความตายและมีเป้าหมายชัดเจนยิ่ง พวกเขาต้องการสังหารหัวหน้าขุนพลทหารเท่านั้น ทันทีที่ลงมือสำเร็จก็จะรีบถอยทันที กองกำลังขาดหัวหน้าขุนพลทหารสั่งการก็ราวกับทรายที่กระจัดกระจาย ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสถานการณ์วิกฤตในตอนนี้ ทันทีที่ขุนพลทหารคิดนำทัพเข้าวังอารักขาฮ่องเต้ถูกลอบสังหาร พลทหารที่เหลือก็ถึงกับไม่รู้ว่าพวกเขาควรทำอันใด

เช่นกัน ราชนิกุลในเมืองเหนือต่างก็ถูกสังหารกวาดล้าง นอกจากพวกที่ร่วมกบฏและไม่อยู่ในจวนค่ำคืนนี้ ไม่เช่นนั้นราชนิกุลแซ่ทั่วป๋าทั่วทั้งเมืองเหนือล้วนถูกสังหารหมดสิ้น เหล่านี้ล้วนเป็นการเตรียมการของหนานกงอวี้เยว่ ยามนี้ทหารกล้าในเมืองเหนือไม่ก่อกบฏก็ปราบกบฏ กองทัพประจำแต่ละแห่งย่อมน้อยลงไม่น้อย ทำให้เขากับคนเจดีย์ขาวกระทำการกวาดล้างชนชั้นสูงหลายตระกูลเหล่านี้ได้อย่างเหิมเกริมไม่หวั่นเกรงสิ่งใดได้

“ราชครู...ราชครู ไว้ชีวิตด้วย”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 813