ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 809

#809ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 521-1 อย่าได้ไว้ใจผู้ใด!

“ไม่ให้ทั่วป๋าเหลียงฟื้นหรือ” จวินอู๋ฮวนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ได้ยินหมิงจิ้งรายงาน ก็เลิกคิ้วถามอย่างนึกสนใจ หมิงจิ้งนั่งอยู่ถัดไป พยักหน้าเอ่ยว่า “ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวเช่นนี้”

จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไม่ได้”

หมิงจิ้งไม่เข้าใจ “คุณชาย เหตุใดหรือ”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเยียบเย็น “เรื่องเล็กแค่นี้ เจ้าคิดว่าไป๋หลี่ชิงหงทำเองไม่ได้หรือ”

“...” หมิงจิ้งไร้วาจา นี่มิใช่เรื่องเล็ก อย่างไรทั่วป๋าเหลียงก็เป็นฮ่องเต้ ยอดฝีมือข้างกายไม่รู้เท่าไร หากไม่ใช่ว่าพวกเขามีจู้เหยาหงคอยเป็นสาย เกรงว่าก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ หากจัดการฮ่องเต้ง่ายดายเช่นนี้จริง ราชวงศ์เป่ยจิ้นคงถูกพวกเขาสังหารหมดสิ้นแล้ว

คล้ายว่าเข้าใจว่าหมิงจิ้งกำลังคิดอันใด จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ผู้อื่นไม่ได้ แต่เจ้าอย่าลืม ไป๋หลี่ชิงหงเป็นบุตรเขยทั่วป๋าเหลียง ที่สำคัญที่สุดก็คือ...แม่ยายเขาก็คือฮองเฮาเป่ยจิ้น”

ฮองเฮาเล่อเยี่ยแม้ไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ก็ยังคงเป็นฮองเฮา อำนาจในวังยังคงมีไม่น้อย

หมิงจิ้งเอ่ยขึ้นว่า “ความสัมพันธ์ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าหมิงจู...”

“เจ้าคิดว่าทั่วป๋าหมิงจูจะบอกฮองเฮาว่าความสัมพันธ์ไป๋หลี่ชิงหงกับตนเองเลวร้ายลงถึงขั้นนั้นแล้วหรือ ยิ่งไปกว่านั้น...ตอนนี้สำหรับเผ่าเล่อเยี่ย องค์หญิงที่ไม่เป็นที่โปรดปรานกับราชบุตรเขยที่ได้รับความสำคัญ แท้จริงผู้ใดสำคัญกว่ากัน เกรงว่าคงตัดสินยากอยู่สักหน่อย”

หมิงจิ้งพลันเข้าใจขึ้นมาทันที ขมวดคิ้วกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไป๋หลี่ชิงหงคิดหลอกใช้พวกเรา”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “หากให้คนอื่นลงมือได้ ก็ให้คนอื่นลงมือไปดีที่สุด ผู้ใดไม่คิดเช่นนี้”

“เช่นนั้นหากพวกเราไม่ตอบรับ...” หมิงจิ้งเอ่ย

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ย่อมต้องให้ไป๋หลี่ชิงหงลงมือเองแล้ว พวกเรารอได้ แต่เขาอาจรอไม่ได้ แน่นอนว่า...ตระกูลเถียนยิ่งรอไม่ได้”

หมิงจิ้งนึกถึงสถานการณ์ตระกูลเถียนตอนนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ “แผนการองค์หญิงนี้แยบยลนัก บีบตระกูลเถียนถึงขั้นนี้ได้ เถียนอี้เซวียนผู้นั้นได้ชื่อว่าเก่งกาจโดดเด่ดที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ของตระกูลเถียน ดูท่าก็เพียงแค่เท่านี้”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “เจ้าคิดจริงหรือเถียนอี้เซวียนไม่คิดแม้สักนิดว่าอาหลิงอาจไม่รักษาคำพูด”

หมิงจิ้งนิ่งอึ้ง จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “นั่นคือโอกาสเดียวที่เขาจะรอดชีวิต และเขาเองก็ได้ทรยศต่อเป่ยจิ้นแล้ว กองทัพเผ่ามั่วถูกทำลายราบ อย่างน้อยเขาก็ต้องแบกความรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง ไม่ผลักไปให้อาฮูหลู่ ไม่ว่าอย่างไรทั่วป๋าเหลียงก็ไม่มีทางละเว้นเขา ตอนนั้นไม่ว่าอาหลิงเสนอข้อเสนอใด ความจริงเขาก็ตอบรับทั้งทั้งนั้น แสร้งทำเป็นโดนอาหลิงหลอก บางทีอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง”

“เช่นนั้น องค์หญิง...”

จวินอู๋ฮวน “อาหลิงย่อมรู้ แล้วอย่างไรเล่า ขอเพียงบรรลุเป้าหมายก็เพียงพอแล้ว”

หมิงจิ้งถอนหายใจอย่างจนปัญญา ดูท่าเทียบกับคุณชายและองค์หญิง เขายังห่างไกลอีกมาก

หมิงจิ้งพยักหน้ารับคำ “ข้าน้อยทราบแล้ว ข้าน้อยจะนำความคุณชายไปแจ้งไป๋หลี่ชิงหง”

จวินอู๋ฮวนลุกขึ้นยืน “เจ้าไปจัดการได้ ข้าจะออกไปสักครู่”

“คุณชายจะไปไหนหรือ”

จวินอู๋ฮวนตอบว่า “ควรไปพบหนานกงได้แล้ว”

ในวังหลวง จู้เหยาหงยืนอยู่หน้าประตูตำหนัก มองคนที่ขวางทางตนเองไว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ “พวกเจ้าหมายความอย่างไร”

ทหารองครักษ์เผ้าประตูตำหนักประสานมือคำนับนอบน้อม “พระสนมเหยาโปรดอภัยด้วย ฮองเฮามีรับสั่ง หากฝ่าบาทยังไม่ได้พระสติ ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าออกตามอำเภอใจ”

จู้เหยาหงแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ข้าไม่ยักรู้ว่ามีกฎนี้ด้วย!”

ทหารองครักษ์ยังคงขวางอยู่หน้าประตู ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย “ขอพระสนมโปรดอภัย”

จู้เหยาหงแค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง “ฮองเฮาช่างมีบารมีเสียจริง”

“พระสนมเหยาไม่พอใจข้าหรือ”

ฮองเฮานำคนเดินออกมาจากด้านใน อย่างไรนางก็เป็นภรรยาเอกทั่วป๋าเหลียง แม้ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว แต่ยังคงเป็นอันดับหนึ่งในวังหลัง โดยเฉพาะยามทั่วป๋าเหลียงสลบไม่ได้สติเช่นนี้ ก็ต้องให้ฮองเฮาจัดการทุกอย่าง เป็นเรื่องสมเหตุสมผล

จู้เหยาหงหรี่ตามองประเมินฮองเฮา หลายปีมานี้ชีวิตฮองเฮาเล่อเยี่ยไม่ราบรื่นมาตลอด แม้เป็นฮองเฮา แต่ก็มิได้สุขสบายใจอันใด ดังนั้นใบหน้าแลดูแล้วจึงมากกว่าอายุจริงอยู่หลายปี ยามนี้แม้ว่าทรงเครื่องแต่งกายแบบฮองเฮาหรูหราน่าเกรงขาม แต่ยากจะปิดบังความโรยรา

แต่ทว่าวันนี้ฮองเฮาดูแล้วมีอันใดมากกว่าปกติอยู่สักหน่อย

จู้เหยาหงหลุบตาลงเล็กน้อย ในใจครุ่นคิด แต่ยามเอ่ยก็มิได้เสียมารยาท “มิกล้า ฮองเฮากล่าวหนักไปแล้ว แต่ว่า...ตอนนี้ฝ่าบาทยังไม่ได้พระสติ ฮองเฮาเฝ้าประตูตำหนักแน่นหนาไม่ให้ผู้ใดเข้าเฝ้า เกรงว่าอาจทำให้ผู้อื่นเป็นกังวลได้”

ฮองเฮาแค่นหัวเราะใส่อย่างไม่เกรงใจแม้สักนิด “เป็นกังวลหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดเป็นกังวล ก็แค่หญิงเทียนฉี่ชั้นต่ำเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าฝ่าบาทหลงใหลความงามเจ้า ในวังหลังนี้ไหนเลยจะมีที่ยืนของเจ้า ขุนนางและราชนิกุลย่อมเข้าเยี่ยมพระอาการฝ่าบาทได้ แต่เจ้า...ข้าบอกว่าไม่อนุญาต ผู้ใดกล้าปล่อยเจ้าเข้าไปกัน”

หน้าพระตำหนักพลันเงียบกริบ วาจากล่าวมิผิด ขอเพียงทั่วป๋าเหลียงยังไม่ฟื้น ในวังหลวงก็ย่อมฟังคำสั่งฮองเฮา แม้แต่คนของคุกหมิงอวี้ ก็ไม่อาจยืนข้างจู้เหยาหง อย่างไรจู้เหยาหงก็มิได้มีอำนาจและไร้ตระกูลหนุนหลัง ไม่มีแม้แต่บุตรธิดา ดังนั้นนางดำรงอยู่ได้ล้วนอาศัยความโปรดปรานของทั่วป๋าเหลียงเพียงอย่างเดียว ทันทีที่ทั่วป๋าเหลียงเกิดเรื่อง จู้เหยาหงก็คงไม่รอด ฮองเฮานั้นไม่แน่ เบื้องหลังนางยังมีเผ่าเล่อเยี่ย ยังมีองค์หญิงเจากั๋วและราชบุตรเขย นางยังเป็นฮองเฮาเอกของทั่วป๋าเหลียง ขอเพียงไม่ทำความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้ ทั่วป๋าเหลียงก็ไม่อาจสังหารนางเพราะจู้เหยาหง

ดังนั้นอย่าได้เห็นว่าจู้เหยาหงเป็นที่โปรดปราน แต่ทันทีที่ไร้ทั่วป๋าเหลียง นางก็ไม่มีอำนาจใดจะต่อกรกับฮองเฮาได้

“นางไม่ได้ ข้าได้หรือไม่” ไม่ไกลนักมีเสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น ทุกคนต่างเงยหน้ามองไป ดังคาด เห็นซู่เหอจินเหลียนในเครื่องแต่งกายหรูหราสง่างาม นำคนเดินเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด เดินมาข้างกายจู้เหยาหงมองนางทีหนึ่ง

ซู่เหอจินเหลียนเงยหน้ามองไปทางฮองเฮา ยิ้มเอ่ยว่า “ฮองเฮา ข้าเข้าไปเยี่ยมฝ่าบาทได้หรือไม่”

สีหน้าฮองเฮาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แต่กลับกัดฟันเอ่ยว่า “ไม่ได้”

ซู่เหอจินเหลียนสีหน้าไม่ยอมแพ้ ไหนเลยคิดสนใจนาง ยิ้มเยียบเย็นเอ่ยว่า “ข้าจะเข้าเฝ้าให้ได้ ท่านเป็นฮองเฮา ข้าเองก็เป็นฮองเฮา เหตุใดข้าต้องฟังท่าน”

“เจ้า!”

ซู่เหอจินเหลียนยิ้มเอ่ย “หรือว่า...ฮองเฮาได้กระทำเรื่องที่เป็นการทำร้ายฝ่าบาท ดังนั้นจึงไม่ให้พวกเราเข้าเฝ้าฝ่าบาท หากฝ่าบาทเกิดเรื่องอันใดขึ้น ฮองเฮารับผิดชอบไหวหรือ”

สายตาฮองเฮาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จ้องมองซู่เหอจินเหลียนเขม็ง ซู่เหอจินเหลียนเชิดหน้าขึ้นอย่างยโส สบตาไม่ยอมหลีก พลันไม่มีผู้ใดยอมหลีกทาง

เป็นนานก่อนฮองเฮาจะมีสีหน้าผ่อนลง กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ในเมื่อฮองเฮาจินเหลียนกับพระสนมเหยาคิดถึงฝ่าบาท เช่นนั้นก็เข้าไปได้”

ซู่เหอจินเหลียนได้ยินดังนี้ก็พลันแย้มยิ้มกว้าง เอ่ยว่า “ก็แค่นี้” กล่าวจบก็ดึงมือจู้เหยาหงเดินเข้าไป

“...” จู้เหยาหงที่ถูกดึงเข้าไป ในใจได้แต่จนใจไร้วาจาจะกล่าว องค์หญิง ท่านก้าวเข้ามาในนี้เช่นนี้ ไม่กลัวฮองเฮาวางกำลังซุ่มไว้ข้างในเอาพวกเราตายหรือ แต่ไม่ว่าจู้เหยาหงคิดเช่นไร ยามนี้นางก็ได้แต่ตามซู่เหอจินเหลียนเข้าไปแล้ว

ทั่วป๋าเหลียงยังคงไม่ได้สติ บรรยากาศในพระตำหนักยังคงเคร่งเครียด คนของฮองเฮาและคนของคุกหมิงอวี้แม้ว่าอยู่ในห้องแต่คล้ายว่าไม่สามัคคีกันเท่าไร คนคุกหมิงอวี้ยืนอยู่ริมหน้าต่าง สายตาที่มองไปทางคนของฮองเฮามีแต่ความระแวดระวัง คล้ายว่าเป็นห่วงฮองเฮาอาจถือโอกาสลงมือกับทั่วป๋าเหลียงได้

ฮองเฮาไม่สนใจแม้สักนิด แม้ว่านางเฝ้าอยู่ในตำหนัก แต่ไม่ได้คิดดูแลทั่วป๋าเหลียงด้วยตนเอง เพียงแต่นั่งสีหน้าเย็นเยียบอยู่ข้างๆ

จู้เหยาหงเดินไปนั่งลงข้างเตียง มองทั่วป๋าเหลียงหลับสนิทกับฮองเฮาที่ขมวดคิ้วอยู่ไม่ไกลนัก ซู่เหอจินเหลียนกลับรู้สึกผ่อนคลายกว่าพวกนาง มองดูทั่วป๋าเหลียงไม่ได้สติด้วยท่าทางไม่ได้คิดสนใจ

“ดูท่าฝ่าบาทครั้งนี้ประชวรหนักจริง”

จู้เหยาหงไม่สนใจนาง เงยหน้าถามทหารองครักษ์ “หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง”

“แรงโทสะกระทบสู่หัวใจ” ทหารองครักษ์ตอบเบาๆ

จะไม่บังเกิดแรงโทสะกระทบสู่หัวใจได้อย่างไร เพิ่งประหารอาฮูหลู่ทั้งตระกูล ศีรษะอาฮูหลู่ก็ถูกส่งกลับมาเห็นชัดว่าต้องการบอกทุกคนว่า ฮ่องเต้เป่ยจิ้นถูกคนหลอกปั่นหัวจนประหารขุนนางภักดี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 809