ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 810

#810ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 521-2 อย่าได้ไว้ใจผู้ใด!

แม้ว่ายามนี้คลื่นลมในราชสำนักไปในทางที่อาฮูหลู่บัญชาการทัพผิดพลาด ถูกประหารทั้งตระกูลก็ไม่ใช่เรื่องใส่ความ แต่ความจริงก็คือขุนนางในราชสำนักผู้ใดไม่รู้การยกทัพไปครั้งนี้เป็นความคิดทั่วป๋าเหลียงเองชัดๆ อาฮูหลู่นับได้ว่าเป็นแพะรับบาปโดยแท้

จู้เหยาหงถอนหายใจเบาๆ ถามขึ้นว่า “ไม่เป็นอันใดร้ายแรงกระมัง”

ทหารองครักษ์น้ำเสียงแผ่วเบา “พระสนมวางใจ พลานามัยฝ่าบาทไม่เลว น่าจะทรงได้พระสติในอีกไม่ช้า”

“เช่นนั้นก็ดี” จู้เหยาหงกล่าวเบาๆ

ไม่ไกลนักฮองเฮาแค่นเสียงเยียบเย็น แววตามีแต่ความคับแค้นใจ

ทั่วป๋าเหลียงไม่ได้ฟื้นขึ้นมาเร็วดังที่ทหารองครักษ์กล่าว วันรุ่งขึ้นยังคงสงบนิ่ง แต่หมอหลวงในวังตรวจไม่พบว่าเกิดความผิดปกติที่ใด ได้แต่วินิจฉัยว่าเป็นผลจากพิษที่ทั่วป๋าเหลียงถูกวางมาก่อนหน้านี้ยังคงค้างอยู่ กอปรกับแรงโทสะกระทบสู่หัวใจทำให้สลบยังไม่ฟื้น

ค่ำคืนดึกดื่น ในวังยังคงเงียบสงัด

จู้เหยาหงพิงเตียงจะนอนแล้ว ทั่วป๋าเหลียงบนเตียงข้างกายนางยังคงนอนสงบนิ่ง ในพระตำหนักมีกลิ่นกำยานอ่อนๆ จุดอยู่ นอกจากนี้แล้ว ทุกสิ่งก็เงียบสงบ

ทันใดนั้นเอง มีเสียงเอะอะแว่วดังมาจากด้านนอก เดิมพระตำหนักที่สลัวเงียบสงบก็พลันสว่างขึ้นทันที หน้าประตูและด้านในตำหนักมีคนมากันหลายคน

จู้เหยาหงตกใจตื่น ขมวดคิ้วถามอย่างงุนงง “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

ทหารองครักษ์ชุดดำที่เฝ้าในตำหนักเอ่ยว่า “พระสนมไม่ต้องเป็นห่วง คล้ายว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นที่พระราชฐานชั้นนอก อาจจะไฟไหม้ ส่งคนไปดูแล้ว”

“เช่นนั้นก็ดี” จู้เหยาหงพยักหน้า หันไปมองทั่วป๋าเหลียงสีหน้าซีดบนเตียงทีหนึ่ง “พวกเจ้าออกไปเฝ้าด้านอก ข้าดูแลฝ่าบาทเอง”

สองวันนี้พระสนมเหยาดูแลฝ่าบาทอยู่ตลอด พวกเขาล้วนเห็นกันอยู่ ทหารองครักษ์อดเอ่ยไม่ได้ว่า “ฝ่าบาทน่าจะไม่ได้พระสติขึ้นมาในตอนนี้ พระสนมกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

จู้เหยาหงส่ายหน้ายิ้มเฝื่อน “เอาเถอะ ข้านอนไม่หลับ ยิ่งไปกว่านั้น ฮองเฮา…”

เมื่อวานหลังซู่เหอจินเหลียนพาจู้เหยาหงเข้ามาดูทีหนึ่งแล้วก็ไป ฮองเฮายังคงไม่จากไป แม้ว่านางไม่ได้ดูแลทั่วป๋าเหลียงด้วยตนเอง แต่ด้วยสถานะนาง ผู้ใดก็ไม่กล้าไล่นางออกไป แม้อารมณ์นางจะทำให้คนรู้สึกลำบากใจ ทว่าผู้ใดก็ไม่กล้าทำอันใดนาง แม้แต่คนคุกหมิง อวี้ยังอดหวังให้ทั่วป๋าเหลียงรีบฟื้นขึ้นมาไม่ได้ จะได้ไล่ฮองเฮาออกไปเสียที

“พระสนมไม่ต้องเป็นห่วง รอให้ฝ่าบาทได้พระสติ ก็จะดีเอง”

จู้เหยาหงอมยิ้มพยักหน้า “ใช่ รอให้ฝ่าบาทได้พระสติ...ก็จะดีเอง”

เสียงเอะอะดังจากที่ไกลออกไปไม่ได้ค่อยๆ หยุดลง แต่กลับค่อยๆ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

เจดีย์ขาวอยู่ข้างวังหลวง เพราะความสูงของเจดีย์ ยืนอยู่บนชั้นสูงสุดของเจดีย์ขาวก็เห็นภาพทั้งวังหลวงได้พอดี

เดิมวังหลวงที่เข้าสู่ค่ำคืน ยามนี้ติดไฟสว่างไสว เจดีย์ขาวเองก็จุดโคมไฟสว่างเช่นกัน ชั้นล่างสุดมีชายหญิงชุดขาวถืออาวุธยืนสงบเงียบเรียงกันอยู่ คล้ายกำลังรอคำสั่ง คนเหล่านี้ดูแล้วแต่ละคนหน้าตาโดดเด่น แต่แววตากลับคล้ายไร้ความรู้สึกดังหุ่นเชิด หากมีคนนอกอยู่ที่นี่ก็คงพบว่าจำนวนคนตรงนี้มากกว่าที่เคยประเมินจำนวนองครักษ์เจดีย์ขาวไว้มาก และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็น...ชาวเทียนฉี่

ราชครูหนานกงชอบชายหญิงหน้าตาดี ดังนั้นองครักษ์เจดีย์ขาวส่วนใหญ่คือชายหญิงเทียนฉี่ที่ถูกลงโทษเป็นทาส เดิมชาวเผ่ามั่วยังไม่ค่อยวางใจ อย่างไรเจดีย์ขาวก็นับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของเป่ยจิ้น แต่หลังจากพบว่าในเจดีย์ขาวสองสามวันก็มีคนตาย และได้รับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของหนานกงอวี้เยว่ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยอันใดอีก อย่างไร...การได้รับใช้ราชครูแม้ว่าเป็นเกียรติ แต่หากเข้าไปแล้วต้องตาย ก็อย่าดีกว่า ชายหญิงเผ่ามั่วล้วนเป็นของมีค่า นับประสาอันใดกับตั้งแต่หนานกงอวี้เยว่ดำรงตำแหน่งราชครู สถานะศักดิ์สิทธิ์เดิมของตำแหน่งราชครูก็ไม่มีอีกต่อไป

ตอนนี้อยู่เป่ยจิ้น ราชครูเป็นคำเรียกแทนคนบ้าเสียสติ

ชั้นบนสุด หนานกงอวี้เยว่ยืนมองวังหลวงจากริมหน้าต่าง หลับตาลงเล็กน้อยคล้ายว่ากำลังเสพความสุขกับอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืน

ค่ำคืนเดือนสิบเอ็ดในเมืองเหนือ ความจริงหนาวมาก แต่หนานกงอวี้เยว่คล้ายว่าไม่รู้สึกหนาวแม้สักนิด

ยกมือขึ้นยื่นออกไปนอกหน้าต่าง มีความเย็นเล็กน้อยแตะลงบนปลายนิ้วเขา

“หิมะตกแล้ว” หนานกงอวี้เยว่ถอนหายใจเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ความปรารถนาในหลายปีนี้จะได้บรรลุผลแล้ว เจ้าดีใจมากหรือไม่” ด้านหลังเขาไม่ไกลนัก จวินอู๋ฮวนนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้นอนพร้อมกับจอกสุราในมือ พลางถามขึ้น กองฟืนเผาไหม้ในเจดีย์โหมแรงมาก กอปรกับดื่มสุราฤทธิ์แรง ใบหน้าซีดขาวของจวินอู๋ฮวนยามนี้มีสีแดงระเรื่อฉาบอยู่ชั้นหนึ่ง

หนานกงอวี้เยว่หันไปมองไปทางเขา เลิกคิ้วเอ่ยว่า “ข้าไม่ควรดีใจหรือ”

จวินอู๋ฮวนถามขึ้นว่า “หนานกง เจ้าไม่นึกเสียใจภายหลังหรือ”

หนานกงอวี้เยว่คล้ายว่าได้ยินเรื่องน่าขำอันใด อดระเบิดเสียงหัวเราะดังไม่ได้ พอเขาหัวเราะจนพอใจ จึงได้ยืนตัวตรงมองมาทางจวินอู๋ฮวน “หลายปีมานี้...เจ้าไม่ได้เหมือนกับข้าหรือ อยากให้คนตระกูลทั่วป๋าจบสิ้น ทำไมหรือ พอถึงเวลา ถึงกับถามว่าข้าไม่นึกเสียใจภายหลัง หากข้านึกเสียใจภายหลังแล้วอย่างไร หรือว่าเจ้าจะละทิ้งแผนการนี้”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “หากเจ้าวางมือ เรื่องจากนี้ข้าย่อมจัดการเอง”

หนานกงอวี้เยว่อึ้งไปทันที ฝีมือเขากับจวินอู๋ฮวนไม่ได้ต่างกันเท่าไร ถึงกับไม่อยากยอมรับว่าจวินอู๋ฮวนอาจเหนือกว่าเขาเล็กน้อย จวินอู๋ฮวนย่อมสานต่อเรื่องที่เขาคิดทำได้ แต่...ใบหน้ารูปงามของหนานกงอวี้เยว่ พลันบิดเบี้ยว “จวินอู๋ฮวน เจ้ากล้าแตะต้องเหยื่อข้า ข้าจะสังหารเจ้า”

จวินอู๋ฮวนตอบทันทีว่า “ฮ่องเต้เป่ยจิ้นตายไปนานแล้ว”

หนานกงอวี้เยว่หัวเราะโหดเหี้ยม “ตายแล้ว จะเพียงพอให้ข้าหายแค้นได้อย่างไร ช้าเร็วสักวัน คนตระกูลทั่วป๋าต้องตายทั้งหมด หากจะว่าไป ข้าเองก็นึกเสียใจภายหลังเสียแล้วที่ตอนนั้นปล่อยให้เซิงเซิงสังหารตาแก่นั่นตายไปง่ายดายเช่นนั้น หากเก็บเขาไว้ถึงตอนนี้ ถึงคืนนี้...จะต้องน่าสนุกมากแน่”

เอ่ยถึงเรื่องนี้ สีหน้าจวินอู๋ฮวนก็ย่ำแย่ขึ้นมาทันที

จวินอู๋ฮวนคิดได้ขึ้นมากะทันหัน ทำเอาอาหลิงเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง

หนานกงอวี้เยว่รู้สึกได้ถึงสายตาเย็นเยียบของเขา ก็หัวเราะเยาะเอ่ยว่า “มองข้าเช่นนี้ทำไมกัน อยากสู้กันสักตั้งหรือ น่าเสียดายคืนนี้ข้าไม่อยากสู้กับเจ้า”

แววตาหนานกงอวี้เยว่คล้ายมีประกายไฟแผดเผา สว่างลุกโชนจนน่าหวาดกลัว จวินอู๋ฮวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ส่ายหน้าเอ่ยว่า “เจ้าไม่อาจสังหารคนตระกูลทั่วป๋าได้หมด”

ตอนนี้มีคนร่วมมือกับหนานกงอวี้เยว่ ก็เพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเป้าหมายแท้จริงของหนานกงอวี้เยว่ ทันทีที่พวกเขารู้...

หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “ดังนั้น ศิษย์พี่...มีเพียงพวกเราจึงจะเป็นพันธมิตรแท้จริงไม่ใช่หรือ”

“วาจานี้เจ้าก็กล่าวกับไป๋หลี่ชิงหงกระมัง” จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น

หนานกงอวี้เยว่หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “หากจะว่าไป แม่ทัพหนุ่มเทียนฉี่เช่นพวกเจ้าแต่ละคนล้วนน่าสนใจมาก เขาถึงกับเกิดความคิดว่าตนเองจะครอบครองเผ่ามั่วได้ ผู้ใดให้ความมั่นใจแก่เขากัน”

แค่สายโลหิตของไป๋หลี่ชิงหง เขาก็ไม่มีวันได้ครอบครองเผ่ามั่ว ผู้ใดล้วนไม่ได้ แม้แต่จวินอู๋ฮวนมาด้วยตนเองก็ไม่ได้

“หลายปีมานี้ ล้วนถูกรูปลักษณ์ภายนอกลวงหลอก ข้าคิดมาตลอดว่าแท้จริงเขาคิดทำอันใด ตอนนี้จึงได้รู้ว่า...คงไม่ใช่ว่าหลายปีมานี้ถูกทั่วป๋าหมิงจูทำจนเสียสติกระมัง”

ชาวเทียนฉี่ผู้หนึ่งไม่คิดทำลายเผ่ามั่ว ถึงกับคิดครอบครองเผ่ามั่ว ช่างประหลาดแท้!

“เจ้ามีสิทธิ์อันใดว่าผู้อื่น” จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “แม้โอกาสสำเร็จไป๋หลี่ชิงหงไม่มากก็จริง แต่อย่างน้อยก็มากกว่าเจ้าหน่อยหนึ่ง”

“เจ้าหมายความเยี่ยงไร!” หนานกงอวี้เยว่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น

จวินอู๋ฮวนตอบว่า “หลายปีมานี้ เจ้านอกจากเหลวไหลแล้ว ยังทำอันใดเป็นเรื่องเป็นราวอีกบ้าง ไป๋หลี่ชิงซ่อนอยู่ใต้ปีกทั่วป๋าเหลียงแอบคุมกองกำลังทหารแดนใต้เงียบๆ แค่เรื่องนี้...เขาก็เก่งกาจกว่าเจ้ามาก”

หนานกงอวี้เยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ข้าไม่คิดสนใจเรื่องพวกนี้”

“ทำไม่ได้มากกว่าไหม” จวินอู๋ฮวนเอ่ยแทงใจเขาอย่างไม่เกรงใจ

ฟุ่บ!

สุดท้ายหนานกงอวี้เยว่อดสะบัดอาวุธลับใส่จวินอู๋ฮวนไม่ได้ จวินอู๋ฮวนยกมือขึ้น แขนเสื้อม้วนรับอาวุธลับหนึ่งเข้าแขนเสื้อไปทันที ก่อนจะสะบัดเบาๆ เสียง เคร้ง ดังขึ้น อาวุธลับล้วนร่วงลงพื้น

จวินอู๋ฮวนลุกขึ้นยืน กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หนานกง คืนนี้...ดีที่สุดอย่าได้ไว้ใจผู้ใด” จวินอู๋ฮวนกล่าวจบก็จากไป

หนานกงอวี้เยว่อึ้งไปทันที ครู่หนึ่งก่อนจะได้สติคืนมามองมองยอดเจดีย์ว่างเปล่า แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “แต่ไรมาข้าไม่เคยไว้ใจผู้ใด!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 810