ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 802
ตอนที่ 517-2 ช่างละโมบ!
จวินอู๋ฮวนยิ้มบางแต่แฝงความเย็นเยียบอยู่บ้าง เอ่ยว่า “ผลที่เกิดขึ้นก็มิได้ส่งผลเสียหายอันใดต่อคุณชายไป๋หลี่มิใช่หรือ ทั่วป๋าเหลียงคิดว่ามีคนคิดยุแยงพวกท่าน วันหน้าก็จะยิ่งไว้ใจคุณชายไป๋หลี่มากขึ้นเสียมากกว่า”
ไป๋หลี่ชิงหงยิ้มเยียบเย็น “คุณชายฉางหลีมีความสามารถวางยาพิษทั่วป๋าเหลียงได้ตลอดเวลา จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับข้า ในเมื่อสังหารทั่วป๋าเหลียงได้ตลอดเวลา ไยต้องเสียเวลามาทำเรื่องเหล่านี้ด้วย เพื่ออันใดกัน”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ทั่วป๋าเหลียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด หากต้องการให้เขาตายจริง ตอนนั้นอาหลิงก็สังหารอดีตฮ่องเต้ได้ หรือว่าข้าสังหารทั่วป๋าเหลียงไม่ได้”
ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตา “ข้าย่อมรู้ว่าคุณชายฉางหลีต้องการสิ่งใด แต่...คุณชายฉางหลีก็ไม่ควรปิดหนทางรอดของผู้อื่นเช่นนี้ไหม หากเป็นเช่นนี้ การร่วมมือกันจะมีความหมายอันใด”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้าอีกครั้ง “เกรงว่าคุณชายไป๋หลี่เข้าใจข้าผิดแล้ว พวกเราไม่ได้มีความแค้นใด...กับคุณชายไป๋หลี่ นอกจากความแค้นเรื่องแม่ทัพเซี่ย เลือกอย่างไรเป็นเรื่องของคุณชายไป๋หลี่ ไหนเลยควรกล่าวว่าไม่เหลือทางรอดให้ผู้อื่น เทียบกับผู้อื่นแล้ว เดิมคุณชายไป๋หลี่ก็มิได้มีหนทางชนะ เรื่องนี้ท่านเองก็กระจ่างใจดี ตอนนี้มาโทษพวกเรา เกรงว่าเกินไปสักหน่อยไหม”
ไป๋หลี่ชิงหงเงยหน้าจ้องมองจวินอู๋ฮวน “ท่านรู้ดังคาด”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ข้าบอกแล้ว ท่านไม่มีหนทางชนะ”
“ท่านไม่อาจตัดสินใจได้”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “เช่นนั้นท่านควรไปร่วมมือกับหนานกงอวี้เยว่ถึงจะถูกต้อง พวกท่านสองคนย่อมต้องคุยกันถูกคอ ไม่สิ อยู่เมืองเหนือมานานเพียงนี้...พวกท่านสองคนไม่เคยร่วมมือกันบ้างเลยหรือ”
ไป๋หลี่ชิงหงไม่ตอบ จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้วเล็กน้อยครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “เกือบถูกพวกท่านหลอกเข้าแล้ว คุณชายไป๋หลี่มั่นใจเช่นนี้ ย่อมมีคนแอบให้การสนับสนุน ไม่แน่ว่าการร่วมมือของพวกท่านสองคนน่าจะเกิดขึ้นมานานกว่าที่ข้าคาดคิดกระมัง ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ หนานกงถึงกับเล่นละครเก่งเช่นนี้”
ดูท่าไม่ใช่คนวู่วามไร้สมองดังที่เขาคิด
“คุณชายฉางหลีทิ้งเมืองชางอวิ๋นมาอย่างไม่ไยดี มาเมืองเหนือด้วยตนเอง...” ไป๋หลี่ชิงหงตัดบทเปลี่ยนเรื่องทันที
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ย่อมมาช่วยทุกท่านอีกแรง”
ไป๋หลี่ชิงหงไม่อยากจะเชื่อ “ดูท่าซู่เหอหมิงกวงก็พึ่งพาไม่ได้”
มีซู่เหอหมิงกวงอยู่ จวินอู๋ฮวนกล้าออกจากเมืองชางอวิ๋น อย่าได้บอกเขาว่าความสามารถนำการรบของฉินซูเทียบกับหัวหน้าเผ่าทะเลทรายตอนเหนือได้
“ข้าไม่สนใจว่าคุณชายฉางหลีคิดทำอันใด หวังเพียงว่าท่านจะไม่แทรกแซงเข้ามาข้องเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้”
“แทรกมือเข้ามามาข้องเกี่ยวเช่นว่า?” จวินอู๋ฮวนเอี้ยวตัวเล็กน้อย แสดงท่าทางแบบฉบับคุณชายตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีความสุขุมคัมภีรภาพยิ่ง
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เช่นว่า กลับลำกะทันหัน”
จวินอู๋ฮวนตอบกลับทันที “คุณชายไป๋หลี่คิดมากไปแล้ว ข้ายังรอรับศีรษะทั่วป๋าเหลียงไปเป็นของขวัญมอบให้อาหลิงอยู่นะ”
ของขวัญเปื้อนโลหิตเช่นนี้ ทำให้อวิ๋นซวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดกระตุกมุมปากไม่ได้ ไป๋หลี่ชิงหงกลับไม่ได้แสดงอาการอันใด เพียงแค่เอ่ยว่า “เช่นนี้ดีที่สุด”
จวินอู๋ฮวนลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังคงถามขึ้นว่า “คุณชายไป๋หลี่ หากข้านำไป๋หลี่เยวียนมาข่มขู่ท่าน ท่านจะไตร่ตรองล้มเลิกสิ่งที่ตอนนี้ท่านกำลังทำอยู่หรือไม่”
ไป๋หลี่ชิงหงไม่ตอบ มองเขาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก จวินอู๋ฮวนเองก็ไม่รู้สึกเหนือความคาดหมาย หันไปมองอวิ๋นซวี่ “ฟังเข้าใจแล้วใช่ไหม”
อวิ๋นซวี่หัวเราะน้ำเสียงมีแฝงนัยเยาะเย้ย เอ่ยว่า “กับคนเช่นนี้ไยต้องพูดจามากความ”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ดังนั้นไยเจ้าต้องทำให้เรื่องมาก เดินทางรอนแรมพันลี้มาพบเขา”
อวิ๋นซวี่มองไปทางไป๋หลี่ชิงหง กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ครั้งก่อนพบกัน มีบางเรื่องไม่ทันได้กล่าวให้กระจ่าง ครั้งนี้คุณชายฉางหลีอยู่ตรงนี้ ก็พอดีได้กล่าวให้เข้าใจกันเสียเลย”
ไป๋หลี่ชิงหงมองไปทางอวิ๋นซวี่ เห็นชัดว่าไม่เข้าใจว่ามีเรื่องอันใดควรค่าที่เขาจะต้องเดินทางมาพบตนเองที่เมืองเหนือโดยเฉพาะ ได้ยินเสียงอวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ราชบุตรเขยไป๋หลี่ รบกวนท่านมอบของประจำตัวหลานชายคนโตสายเอกตระกูลไป๋หลี่ออกมาด้วย”
ไป๋หลี่ชิงหงนิ่งอึ้งเล็กน้อย มองอวิ๋นซวี่ด้วยสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ไม่กล่าวอันใด
อวิ๋นซวี่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอันใด วันใดหากท่านประสบความสำเร็จ ย่อมยังคงเป็นลูกหลานที่ดีของตระกูลไป๋หลี่ ในเมื่อข้ากับน้องสามเปลี่ยนแซ่แล้ว ท่านก็ย่อมดำรงตนเป็นผู้สืบทอดตระกูลไป๋หลี่ต่อไปได้ ท่านมอบไป๋หลี่เยวียนให้ข้าก็คิดบอกความนัยนี้กระมัง”
ไป๋หลี่ชิงหงเงียบงัน
อวิ๋นซวี่เอ่ยต่อว่า “ไม่จำเป็น ท่านปู่กับบิดาก่อนตายได้บอกไว้แล้วว่า ไม่ว่าวันหน้าท่านเป็นขุนนางใหญ่หรือครอบครองใต้หล้า โดนผู้คนเหยียบย่ำจมธรณี หรือว่าโดนบดขยี้เป็นผุยผง ล้วนไม่เกี่ยวกับกับตระกูลไป๋ หลี่เทียนฉี่อีก ดังนั้นขอให้ท่านมอบของประจำตัวหลานชายคนโตตระกูลไป๋หลี่ออกมาด้วย ท่านเป็นราชบุตรเขยเป่ยจิ้น เปลี่ยนแซ่หรือไม่ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา แต่สายตระกูลไป๋หลี่เทียนฉี่ ไม่มีไป๋หลี่ชิงหงผู้นี้
ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด ไป๋หลี่ชิงหงยืนตัวตรง สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ แม้แต่ริมฝีปากก็คล้ายว่าไร้สิ้นสีโลหิต
อวิ๋นซวี่เอ่ยต่อว่า “ส่วนเด็กคนนั้น ท่านวางใจ...แม้จะคับแค้นใจเพียงใด ก็ไม่นำไปลงกับเด็กคนหนึ่ง ข้าเขียนจดหมายไปแจ้งองค์หญิงเสินโย่วแล้ว เด็กคนนั้นจะถูกส่งไปยังสถานที่ปลอดภัย จะไม่มีคนรบกวนความสงบสุขของเขา...ตลอดไป”
ก็หมายความว่าไป๋หลี่ชิงหงอย่าได้คิดรับบุตรคนนี้กลับคืนไปอีก เด็กอายุสิบห้าถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะทำให้เขาอยู่ในสถานที่ที่อวิ๋นซวี่กำหนดอย่างสงบอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่อวิ๋นซวี่ต้องคิดหาทางเองแล้ว
เป็นนานกว่าจะได้ยินไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้นเบาๆ ว่า “หากข้าไม่ให้เล่า”
อวิ๋นซวี่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ท่านคิดว่าท่านมีทางเลือกหรือ”
ไป๋หลี่ชิงหงมองไปทางจวินอู๋ฮวน จวินอู๋ฮวนไพล่หลังยืนตัวตรง “เรื่องครอบครัวพวกท่าน ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยว”
อวิ๋นซวี่ถามขึ้นว่า “ท่านคิดว่ามีเพียงคุณชายฉางหลีก่อกวนสถานการณ์เป็นผู้เดียวหรือ ไป๋หลี่ชิงหง ไม่ว่าอันใดท่านก็ต้องการ ท่านไม่รู้สึกว่าท่านละโมบไปสักหน่อยหรือ”
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยขึ้นแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ตอนนั้น...หรือว่ามีคนให้ทางเลือกแก่ข้า เจ้าโกรธแค้นข้า...ก็เพราะว่าตอนนั้นข้าไม่ได้เลือกหนทางตายหรือ”
อวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ข้าไม่ควรโกรธแค้นท่านหรือ”
“ไม่อยากตาย ผิดด้วยหรือ”
อวิ๋นซวี่กล่าวเยียบเย็นว่า “ไม่อยากตายไม่ผิด บนโลกใบนี้ผู้ใดล้วนไม่อยากตาย ข้าไม่อยาก ท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ไม่อยาก แต่ท่านไม่อาจเพราะท่านไม่อยากตาย ก็ให้ผู้อื่นไปตายแทน! ท่านยิ่งไม่ควรให้คนตายไปนอนตายตาไม่หลับ!”
“...”