ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 820
ตอนที่ 526-2 ความเป็นความตาย
หนานกงอวี้เยว่เล่นนอกแผน การโจมตีวังหลวงก็เหมือนไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ สีหน้าทั่วป๋าหลัวกับเยียนถัวอี้ต่างเคร่งเครียด เห็นทั่วป๋าอิ้นถูกไป๋หลี่ชิงหงไล่บี้ทีละก้าว เยียนถัวอี้กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “องค์ชายใหญ่ คืนนี้เกรงว่า...ยุ่งยากสักหน่อยแล้ว”
ทั่วป๋าหลัวสีหน้ายิ่งเคร่งเครียด “คืนนี้ไหนเลยเพียงแค่ยุ่งยาก แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้...”
ในใจทั้งสองคนล้วนเข้าใจแล้วว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้ยากจะถอยหลัง พวกเขาไม่ว่าผู้ใดก็ไร้หนทางถอย ยิ่งไปกว่านั้น... สถานการณ์พวกเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะพ่ายแพ้
แต่ทั่วป๋าหลัวยังคงมีเรื่องกังวลเรื่องหนึ่ง “จวิ้นโหวหนิงตู แท้จริงน้องชายท่านต้องการทำอันใด”
เยียนถัวอี้สีหน้าฝืดเฝื่อน เรื่องที่หนานกงอวี้เยว่ทำนี้ หลังจากคืนนี้ไป...แม้แต่ตระกูลเยียนถัวเอง ก็เกรงว่าไม่อาจปกป้องเขาไว้ได้อีกแล้ว
เห็นเยียนถัวอี้ไม่กล่าวอันใด ทั่วป๋าหลัวหันหน้าไปมองประเมินเยียนถัวอี้
“จวิ้นโหวหนิงตู...ตระกูลเยียนถัวยังคิดว่าตนเองเป็นชาวเผ่ามั่วอีกหรือไม่”
เยียนถัวอี้ผงะเงยหน้าจ้องมองทั่วป๋าหลัว ทั่วป๋าหลัวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ราชครูหนานกงตอนนี้ทำอันใด คิดว่าท่านและข้าล้วนรู้ดี เขาเสียสติไปแล้ว”
“เขาเพียงแต่...” เยียนถัวอี้ท่าทางลำบากใจจนกล่าวอันใดไม่ออก
ทั่วป๋าหลัวตัดบทเอ่ยแทนเขา “เขาต้องการสังหารคนตระกูลทั่วป๋าทุกคน”
ไม่ต้องให้ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยละเอียด ได้ฟังคนที่ส่งไปกลับมารายงาน ทั่วป๋าหลัวก็รู้ว่าหนานกงอวี้เยว่ต้องการสิ่งใด หากเป็นเมื่อก่อน แม้มีคนกล่าวกับเขาเช่นนี้ เกรงว่าเขาก็คงไม่เชื่อ แต่ตอนนี้...ทั่วป๋าหลัวจำต้องเชื่อแล้ว
คนนิสัยไม่สนใจสิ่งใดเช่นหนานกงอวี้เยว่ เห็นชัดว่าไม่ได้คิดสนใจอำนาจราชสำนัก เหตุใดเขาต้องเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางทีสิ่งที่หนานกงอวี้เยว่ต้องการก็คือโอกาสในคืนนี้
เป็นโอกาสอันดีจริงๆ ตอนนี้พวกเขาผู้ใดก็ไม่มีทางทำอันใดเขาได้
พอเขาสังหารปลาเหล่านั้นหมดสิ้น เกรงว่าพวกเขาทางนี้ก็คงบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แต่ทว่า...แม้พวกเขาบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ด้วยกำลังเจดีย์ขาวก็ไม่แน่ว่าจะนั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เช่นนั้น...เบื้องหลังหนานกงอวี้เยว่ยังร่วมมือกับผู้ใดอีก
เจ้าเมืองชางอวิ๋น จวินอู๋ฮวน
องค์หญิงเสินโย่ว ฉู่ชิงอี
ทั่วป๋าหลัวหลับตาลง ในใจแอบท่องว่าเป็นสองชื่อนี้แน่นอน
เยียนถัวอี้กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “องค์ชายใหญ่ต้องการเช่นไร”
ทั่วป๋าหลัวส่ายหน้า “ไม่ใช่ข้าต้องการเช่นไร จวิ้นโหวหนิงตู เขาอาจจะทำลายตระกูลเยียนถัวท่านได้”
“...”
คืนนี้จวินอู๋ฮวนน่าจะเป็นคนว่างที่สุดในเมืองเหนือนี้แล้ว ยามนี้เขากำลังนั่งมองยอดฝีมือสุดยอดที่หาดูได้ยากยิ่งประลองฝีมือกัน อดเอ่ยชมไม่ได้ “แม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงนั้น ทั่วป๋าอิ้นยังถึงกับต่อสู้ได้เช่นนี้ ไม่เสียทีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรองเพียงทั่วป๋าซิ่งเยี่ย”
อวิ๋นสิงเยว่จากไปนานแล้ว ไม่รู้ยามใดที่คนด้านหลังจวินอู๋ฮวนเปลี่ยนเป็นหมิงจิ้ง
หมิงจิ้งมองภาพด้านล่างด้วยสีหน้าสับสน
“ท่านอ๋องเสิ่นเป่ยจิ้นเป็นบุคคลยิ่งใหญ่แท้ หากตายในมือไป๋หลี่ชิงหงเช่นนี้ย่อมน่าเสียดาย” หมิงจิ้งกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “แท้จริงผู้ใดตายผู้ใดรอด ยังไม่แน่”
หมิงจิ้งนึกแปลกใจ “คุณชายคิดว่าทั่วป๋าอิ้นจะพลิกกลับคืนมาอีกหรือ”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ทั่วป๋าเหลียงไม่มีทางให้ไป๋หลี่ชิงหงสังหารทั่วป๋าอิ้นตอนนี้”
หมิงจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็คลายออกอย่างรวดเร็ว พลันเข้าใจขึ้นมา “เขารู้ว่าไป๋หลี่ชิงหงคิดการไม่ซื่อแล้ว”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ไป๋หลี่ชิงหงกล้านำกองกำลังทหารแดนใต้เข้าวัง ย่อมไม่คิดปิดบังแผนการ น่าสงสารทั่วป๋าเหลียง ตอนหนุ่มนับว่าเป็นวีรบุรุษผู้กล้า ตอนนี้...เกรงว่าคงต้องกลายเป็นหุ่นเชิดแล้ว”
หมิงจิ้งคิดรวดเร็ว “ใช่แล้ว ตอนนี้ไป๋หลี่ชิงหงกุมกำลังกองกำลังทหารแดนใต้ พวกทั่วป๋าหลัวกุมกำลังกองทัพเผ่ามั่ว กุมขุมกำลังและเงินทองยิ่งใหญ่ มีเพียงทั่วป๋าเหลียงถูกหนีบไว้ตรงกลางด้วยสภาพอ่อนแอและชื่อเสียงพังทะลาย นี่ก็คือแผนการขององค์หญิงกับคุณชายหรือ”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “นี่คือการดำเนินไปตามน้ำ ก็มิใช่ว่าอาหลิงให้ทั่วป๋าเหลียงส่งกองทัพสี่หมื่นไปตายถึงเทียนฉี่ และก็มิใช่ข้าให้ทั่วป๋าเหลียงไว้ใจไป๋หลี่ชิงหง”
หมิงจิ้งอดส่งเสียงจึจ๊ะชื่นชมไม่ได้ “หากสองฝ่ายยอมรามือ กระดานของคุณชายก็ล้มเหลว”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าชาวเผ่ามั่วกับกองกำลังทหารแดนใต้มีสมดุลผลประโยชน์อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้จริงหรือ แม้พวกเขาทำได้จริง...ขอเพียงดึงคนทำหน้าที่สมดุลอำนาจตรงกลางทิ้ง...”
“ความหมายของคุณชายก็คือ...”
“สังหารทั่วป๋าเหลียง” จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ข้าบอกอาหลิงแล้ว ต้องนำศีรษะทั่วป๋าเหลียงไปเป็นของขวัญให้นาง”
“...” ท่านทั้งสองมอบของขวัญชิ้นนี้ให้กันไม่ชุ่มโลหิตไปสักหน่อยหรือ หมิงจิ้งแอบกล่าวในใจ
ดังคาด เห็นว่ามองทั่วป๋าอิ้นไร้แรงจะต่อสู้แล้ว ในตำหนักทั่วป๋าเหลียงก็มีคนกรูกันออกมา ทุกคนอยู่ห่างจากพวกเขาไกลมาก ไม่มีทางได้ยินเสียงกระจ่างสักเท่าไร แต่มองจากไกลๆ ก็พอคาดเดาได้ว่ามีคนประคองทั่วป๋าเหลียงออกมา
ทั่วป๋าอิ้นเลิกประมือกับไป๋หลี่ชิงหงทันที เพียงแต่มองสภาพไป๋หลี่ชิงหง เรื่องนี้เห็นชัดว่าทำลายแผนการของเขา ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
จวินอู๋ฮวนเห็นทั่วป๋าเหลียงออกมา ก็หันไปทางหมิงจิ้งคล้ายหมดความสนใจไปเสียอย่างนั้น “ไปกันเถอะ”
หมิงจิ้งนิ่งอึ้ง ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ไปที่ใดหรือ”
จวินอู๋ฮวนมองเขาทีหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไม่มีอันใดให้ชมแล้ว ไปดูหนานกงดีกว่า”
หมิงจิ้งลังเล หนานกงอวี้เยว่มีอันใดน่าดู เรื่องตรงหน้าตอนนี้สำคัญที่สุดไม่ใช่หรือ
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ในเวลานี้ ผู้ใดก็สังหารผู้ใดไม่ได้ ย่อมได้แต่เจรจาเงื่อนไข”
หมิงจิ้งเอ่ยว่า “พวกเราก็รอพวกเขาเจรจาเสร็จก่อนดีไหม”
จวินอู๋ฮวนตอบว่า “เจ้าคิดว่าพอหนานกงสังหารนอกวังเสร็จ เขาจะทำอันใด”
“บุกเข้าวัง”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเงียบไม่ตอบ หมิงจิ้งรู้สึกว่าพริบตาเดียวตนเองถึงกับตกใจจนต้องหลั่งเหงื่อเย็นท่วมตัวไปหลายรอบ
ไป ไป ไป รีบไป
ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าคนบ้าเสียสติหนานกงอวี้เยว่จะสังหารจนเลือดเข้าตาหรือไม่ จะเห็นพวกเขาเป็นคนแซ่ทั่วป๋าแล้วก็สังหารไปด้วยหรือไม่
“คุณชาย ท่านไม่คิดขัดขวางหนานกงอวี้เยว่จริงหรือ” หมิงจิ้งตามหลังจวินอู๋ฮวนออกมาก็ยังอดถามขึ้นไม่ได้ เรื่องสังหารคนเขาเห็นมามาก แต่สังหารกวาดล้างทั้งตระกูลและทีเดียวหลายตระกูลเช่นนี้ แม้แต่หมิงจิ้งเองก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไม่มีผู้ใดขวางเขาได้ ในเวลานี้คนที่กล้าขวางเขาไว้ล้วนตายด้วยน้ำมือเขาหมดแล้ว”
“ละ...แล้วเยียนถัวอี้...”
จวินอู๋ฮวนหันไปมองเขาทีหนึ่ง แววตาเขาท่ามกลางค่ำคืนมืดมิดลุ่มลึกยากคาดเดา สายตายามนี้ซับซ้อนอยู่มาก คล้ายว่ามีความรู้สึกสับสนอย่างที่สุดและก็คล้ายว่าไม่มีอันใดทั้งสิ้น หมิงจิ้งพลันไม่คิดเอ่ยอันใดอีก ได้แต่หันหลังเดินตามจวินอู๋ฮวนออกไป ถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “เป็นหรือตายก็แค่ความคิดชั่ววูบของเขาเท่านั้น ไม่มีผู้ใดตัดสินใจแทนเขาได้ พวกเรามาช้าเกินไปแล้ว”
เขา เขาคนใด หนานกงอวี้เยว่หรือเยียนถัวอี้