ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 804
ตอนที่ 518-2 พันธมิตรเพียงหนึ่งเดียว
อวิ๋นซวี่ถือหยกประดับในมือเล่นไปมา กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “นอกจากตาย เขายังมีทางอื่นให้เดินอีกหรือ ข้าไม่อยากเห็นเขาต่อหน้าหลุมศพท่านปู่และท่านแม่อีก”
อวิ๋นซวี่ตัดความคิดและทางถอยของไป๋หลี่ชิงหงด้วยตนเอง ไป๋หลี่ชิงหงกระทำการสำเร็จก็ดี พ่ายแพ้ก็ได้แต่ไปตาย เพราะว่าใต้หล้านี้ไม่มีที่ให้เขายืนอีกแล้ว
พอไป๋หลี่ชิงหงกลับถึงจวนองค์หญิง ก้าวเข้าประตูห้องหนังสือไปได้ก็โซเซเกือบล้มลงกับพื้น โชคดีที่เขาความรู้สึกไว ฝืนตัวยืนนิ่งไม่ได้ล้มลง
“เจ้าเป็นอันใดหรือ คงไม่ใช่ถูกจวินอู๋ฮวนทำร้ายกระมัง” คนผู้หนึ่งส่งเสียงถามขึ้นอย่างรู้สึกสนุกสนานที่ได้เห็นผู้อื่นประสบภัยหายนะ ไป๋หลี่ชิงหงสีหน้าแปรเปลี่ยน มองไปทางคนผู้นั้น กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ท่านมาได้อย่างไร”
หนานกงอวี้เยว่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเงยหน้ามองม่านรัตติกาลมืดมิด ก่อนหันไปมองเขาเอ่ยว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง บนโลกใบนี้คนที่จับร่องรอยข้าได้มีไม่กี่คน” ยอดฝีมือพวกนั้นย่อมไม่มีเวลาว่างมาจับตานายแห่งเจดีย์ขาวอยู่ตลอดเวลา
ไป๋หลี่ชิงหงพลิกฝ่ามือปิดประตู กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ราชครูมาเยือนด้วยเรื่องอันใด”
หนานกงอวี้เยว่ส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “เรื่องอันใดย่อมหรือ ก็ย่อมเป็นเรื่องพรุ่งนี้”
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยทันทีว่า “สถานะข้าตอนนี้ช่วยท่านไม่ได้ เรื่องในราชสำนักไม่ใช่ควรให้ราชครูรับผิดชอบหรือ”
หนานกงอวี้เยว่พยักหน้า “วาจากล่าวเช่นนี้ไม่ผิด แต่ทว่า...มีบางคนต้องการให้ราชบุตรเขยช่วยจัดการ”
ไป๋หลี่ชิงหงขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางหนานกงอวี้เยว่ หนานกงอวี้เยว่เอ่ยชื่อออกมาสองสามคน สีหน้าไป๋หลี่ชิงหงพลันเคร่งขรึมลงทันที “ราชครูวางแผนได้ดีมาก ท่านให้ข้าไปสังหารคนเหล่านี้ แล้วก็จะผลักเรื่องเหล่านี้ใส่ข้าหรือ”
หนานกงอวี้เยว่หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “อย่าบอกข้าว่าเจ้าไม่เคยคิด ราชบุตรเขย..คนพวกนี้ไม่ตาย เจ้าถือสิทธิ์อันใดกุมอำนาจปกครอง แม้ทั่วป๋าเหลียงตายไป อาศัยเจ้ากับองค์หญิงเจากั๋วและพวกตัวเล็กตัวน้อยพวกนั้น อีกสิบรอบก็วนไปไม่ถึง”
“แผนการราชครู เยียนถัวอี้กับทั่วป๋าหลัวรู้หรือไม่” ไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้น
หนานกงอวี้เยว่ลุกขึ้นยืนเดินไปข้างกายไป๋หลี่ชิงหง ยิ้มเอ่ยว่า “เกี่ยวอันใดกับพวกเขา ราชบุตรเขย...ตั้งแต่ต้นจนจบ พันธมิตรของข้าแท้จริงมีเพียงเจ้าคนเดียว มีเพียงผลประโยชน์และเป้าหมายของพวกเราสองคนจึงจะเหมือนกันทุกประการไม่ใช่หรือ แม้แต่จวินอู๋ฮวน...ก็ชอบทำงานข้าเสีย! แต่ข้าเชื่อว่า ราชบุตรเขยไว้ใจได้อย่างแน่นอน อย่างไร ข้าให้ความสำคัญเช่นนี้ ราชบุตรเขยซาบซึ้งใจมากใช่หรือไม่”
“...”
หนานกงอวี้เยว่มองสีหน้าไป๋หลี่ชิงหงแล้วก็ยิ้มเอ่ยว่า “จวินอู๋ฮวนเคยบอกเจ้ากระมัง แผนของเจ้าใช้การไม่ได้ แต่แผนของข้ากลับส่งเจ้าก้าวขึ้นไปกุมอำนาจใต้หล้าได้ แต่ต้องอยู่ใต้เงื่อนไขว่า...พวกเราต้องกำจัดคนขวางทางพวกนั้นทิ้งก่อน”
ไป๋หลี่ชิงหงจ้องมองหนานกงอวี้เยว่ ค่อยๆ เอ่ยว่า “ที่แท้ ใต้หล้านี้...คนที่คิดทำลายเป่ยจิ้นและเผ่ามั่วที่สุดมิใช่ชาวเทียนฉี่ แต่เป็น...ราชครูหนานกง”
หนานกงอวี้เยว่นิ่งอึ้ง พลันหัวเราะขึ้นเบาๆ
เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำอย่างมาก แต่ในค่ำคืนนี้ฟังแล้วทำให้คนรู้หนาวจนขนหัวลุก คล้ายดังวิญญาณร้ายจากนรกหัวเราะร่ำไห้อย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ไป๋หลี่ชิงหงเองฟังแล้วยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ มองประเมิน หนานกงอวี้เยว่อย่างถี่ถ้วน ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเมืองเหนือมักจะเล่าลือกันว่าราชครูหนานกงเป็นคนบ้าเสียสติ จนกระทั่งตอนนี้ ไป๋หลี่ชิงหงจึงได้รู้สึกได้แท้จริงว่าหนานกงอวี้เยว่...อาจจะเป็นคนบ้าเสียสติจริงดังคาด
ไป๋หลี่ชิงหงตัดบทหนานกงอวี้เยว่ ยิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ความต้องการของราชครู ข้าทำไม่ได้”
หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “ข้าย่อมรู้ว่าเจ้าทำไม่ได้ หากเจ้าทำได้ ข้ายังต้องรอมาหลายปีเช่นนี้หรือ แต่ทว่า...ขอเพียงราชบุตรเขยกำจัดคนที่เจ้ากำจัดได้ก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่เชื่อว่า ราชบุตรเขยไป๋หลี่ผู้มีปณิธานยิ่งใหญ่จะไม่เก็บไพ่ใบสุดท้ายเอาไว้”
ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตาคล้ายกำลังไตร่ตรองคำพูดหนานกงอวี้เยว่ ได้ยินหนานกงอวี้เยว่เอ่ยต่อว่า “เช่นว่า คุกหมิงอวี้...แล้วก็กองกำลังทหารแดนใต้ละแวกเมืองเหนือ มีคนของเจ้าเท่าไร”
ไป๋หลี่ชิงหงผงะเงยหน้าขึ้นทันที แววตาที่มองไปทางหนานกงอวี้เยว่มีกลิ่นอายสังหารดุดัน
หนานกงอวี้เยว่ยกมือขึ้น ปลายนิ้วมีมีดคมบางเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นเมื่อใดไม่ทราบ ได้ยินเสียงเบาๆ ดังขึ้น พลังสายหนึ่งเข้าปะทะคมมีดสะท้อนกลับไป ภาพม้วนบนกำแพงข้างกายไป๋หลี่ชิงหงไม่ไกลนักเป็นรูลึกรูหนึ่ง
หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “เคร่งเครียดอันใด ทุกคนล้วนคนกันเอง ข้าย่อมไม่ขายพันธมิตรตนเอง ข่าวนี้...แม้แต่จวินอู๋ฮวนข้าก็ไม่ได้บอก แต่เขาอาจเดาได้เองบ้างแล้ว ข้าก็ไม่อาจรู้ได้”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “แม้ข้าจัดการคนพวกนั้นได้ คนที่เหลือ ราชครูคิดจัดการอย่างไร ตระกูลเยียนถัวอาจไม่ให้ความร่วมมือกับท่านกระมัง อีกอย่าง...ยังมีทั่วป๋าอิ้น แม้ทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บสาหัสยังไม่หายดี แต่ยังคงไม่อาจมองข้าม คนปกติเกรงว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“ราชบุตรเขยไป๋หลี่...หรือว่าไม่คิดสังหารทั่วป๋าอิ้นแล้ว” หนานกงอวี้เยว่กระดกมุมปากยิ้มเยาะ น้ำเสียงคล้ายว่าล่อลวงอยู่มาก
สีหน้าไป๋หลี่ชิงหงยังคงปกติ แต่หากมองให้ดี ก็จะพบว่าแววตาเขามืดครึ้มลงกว่าเดิมหลายส่วน หนานกงอวี้เยว่คล้ายว่านึกถึงเรื่องสนุกใดขึ้นมาได้ “ได้ยินว่าทั่วป๋าอิ้นรักมั่นต่อองค์หญิงหลิงซี ตั้งแต่องค์หญิงหลิงซีจากไปก็ไม่เคยใกล้ชิดสตรีใดอีก ชายรักโง่งมเช่นนี้...ราชบุตรเขยไม่รู้สึกว่าควรส่งเขาไปเป็นเพื่อนองค์หญิงหลิงซีหรือ เขาจะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่ทุกข์ทรมานเช่นนี้ต่อไป”
“พอได้แล้ว!” ไป๋หลี่ชิงหงตัดบทน้ำเสียงนิ่งเรียบ
หนานกงอวี้เยว่เลิกคิ้ว “ราชบุตรเขยไป๋หลี่โกรธเช่นนี้..คงไม่ใช่ว่ายังคงอาลัยในองค์หญิงหลิงซีกระมัง ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ข้ายังคิดว่าราชบุตรเขยลืมไปแล้วว่าองค์หญิงหลิงซีรูปโฉมเป็นอย่างไร”
บนโลกเรานี้ก็มีพวกโง่งมอยู่มากมาย หากทุกอย่างราบรื่นก็ดำเนินต่อไป ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดเหตุจมจ่อมกับความรักโง่งมไม่อาจถอนใจ แต่หากคนผู้นั้นเสียของนั้นไป หรือถึงกับไม่เคยได้ของนั้นมา ย่อมเอาแต่อาลัยอาวรณ์ คิดไปเองว่าหากตนเองได้มาครอง น่าจะงดงามเพียงใด
รอยยิ้มบนใบหน้าหนานกงอวี้เยว่ยิ่งมากขึ้น เล่นมีดเล็กในมือไปมา “เอาเถอะ ในเมื่อราชบุตรเขยตัดใจไม่ลง ก็มอบทั่วป๋าอิ้นให้ข้าจัดการก็แล้วกัน”
“ไม่จำเป็น” ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น
“หืม” หนานกงอวี้เยว่มองไปทางเขา ใบหน้ามีแววสงสัยอยู่ไม่น้อย
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ข้าจัดการทั่วป๋าอิ้นเอง ไม่จำเป็นต้องรบกวนราชครู”
เขากับทั่วป๋าอิ้น อย่างไรก็ต้องจบ
หนานกงอวี้เยว่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เช่นนั้นข้าก็จะรอข่าวดีจากราชบุตรเขย ดีที่สุดก็จัดการทั่วป๋า อิ้นก่อน ไม่เช่นนั้นเกรงว่าเขาจะทำเสียเรื่อง”
ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตา “ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร”
หนานกงอวี้เยว่หรี่ตาเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายและรอชมเรื่องสนุก
ไป๋หลี่ชิงหง เจ้าจะไม่นึกเสียใจภายหลังจริงหรือ อยากเห็นเจ้าเจ็บปวดยามเจ้านึกเสียใจภายหลังจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปว่าจะเป็นเช่นไรจริงๆ