ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 811
ตอนที่ 522-1 รับราชโองการ!
จวินอู๋ฮวนออกจากเจดีย์ขาวก็ไม่ได้กลับไปที่พักหมิงจิ้ง แต่ไปยังวังหลวงเป่ยจิ้น แม้กำแพงตำหนักฮ่องเต้เป่ยจิ้นจะสูง แต่ไม่อาจขัดขวางยอดฝีมือสุดยอดระดับจวินอู๋ฮวนได้
หากปกติไม่แน่ว่าอาจยังมียอดฝีมือสังเกตเห็นการมาและขัดขวางจวินอู๋ฮวน แต่ยามนี้ในวังพลันวุ่นวายขึ้นมา ทหารองครักษ์และยอดฝีมือคุกหมิงอวี้ต่างพากันออกไปประจำตำหนักทั่วป๋าเหลียง ไหนเลยยังมีเวลาสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมไม่สะดุดตานี้ ดังนั้นจึงทำให้จวินอู๋ฮวนเขามาในวังหลวงได้อย่างไร้ผู้ขัดขวาง
“คุณชาย” ท่ามกลางม่านรัตติกาล ชายชุดเทาปรากฏตรงหน้าจวินอู๋ฮวน ประสานมือคำนับนอบน้อม
จวินอู๋ฮวนมองไปรอบๆ ทีหนึ่ง ถามขึ้นว่า “จู้เหยาหงอยู่ที่ใด”
ชายหนุ่มน้ำเสียงแผ่วเบา “แม่นางจู้ยังอยู่ตำหนักทั่วป๋าเหลียง ในห้องลับมีเพียงทางเข้าเดียว อยู่ในห้องนอนทั่วป๋าเหลียง คิดเข้าไป ก็ต้องเข้าทางห้องนอนเท่านั้น” พวกเขาค้นพบห้องลับใต้ดินก็ถือว่าสายไปสักหน่อยแล้ว แม้ตอนนี้คิดจะขุดเส้นทางใต้ดินก็ไม่ทันแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นห้องนอนทั่วป๋าเหลียงก็อยู่ใจกลางวังหลวง คิดจะขุดเส้นทางจากด้านนอกเข้ามา ไม่ใช่จะทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว
จวินอู๋ฮวนไม่คิดเช่นนั้น “ด้วยนิสัยทั่วป๋าเหลียงไม่มีทางไม่เหลือทางหนีให้ตนเอง”
ชายหนุ่มมองจวินอู๋ฮวนทีหนึ่ง เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าน้อยไร้สามารถ”
บางทีทั่วป๋าเหลียงเหลือทางหนีให้ตนเองจริง แต่พวกเขาหาไม่พบ ก็เท่ากับไม่มี
จวินอู๋ฮวนโบกมือ “เอาเถอะ ก็ไม่อาจโทษพวกเจ้า ไปเถอะ”
“คุณชายจะไป...” ชายหนุ่มชุดเทามองจวินอู๋ฮวนอย่างลังเล
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่อยู่รอชมเรื่องสนุก ใช่ว่าน่าเสียดายหรือ”
ชายหนุ่มชุดเทาเอ่ยรับคำนอมน้อม พร้อมกับแอบถอนใจโล่งอก มีคุณชายอยู่ แม่นางจู้จะปลอดภัยมากกว่ากระมัง
ในตำหนักทั่วป๋าเหลียง เดิมฮองเฮาที่เข้าพักผ่อนแล้วก็แต่งตัวเรียบร้อยเดินเข้ามาอีกครั้ง เห็นจู้เหยาหงที่ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง ก็แค่นเสียงเยียบเย็นไม่กล่าวอันใด จู้เหยาหงได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นเรื่อย ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “เกิดเรื่องอันใดขึ้น ไฟไหม้จริงหรือ”
องครักษ์ในตำหนักสีหน้าเคร่งเครียด องครักษ์ประจำตัวทั่วป๋าเหลียง ไม่เพียงแต่คนคุกหมิงอวี้ แต่ไรมามีทหารองครักษ์เผ่ามั่วกับคนคุกหมิงอวี้อย่างละครึ่ง เพราะไม่ว่าคนของคุกหมิงอวี้จะร้ายกาจเพียงใด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวเทียนฉี่ แม้ต้องการใช้งานก็ต้องป้องกัน ไม่อาจไว้ใจได้เท่าชาวเผ่ามั่ว แต่ทว่าบางครั้ง ทหารองครักษ์เผ่ามั่วก็ไว้ใจไม่ได้มากยิ่งกว่า เพราะว่าพวกเขาเป็นชาวเผ่ามั่ว ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่าจะถูกผู้ใดซื้อตัวไป หรือเดิมพวกเขาก็มีจุดยืนตนเองอยู่แล้ว ไม่สู้คนคุกหมิงอวี้ที่อาศัยทั่วป๋าเหลียงดำรงชีพ หลายปีมานี้องครักษ์เผ่ามั่วกับยอดฝีมือคุกหมิงอวี้ต่างก็พึ่งพาอาศัยกันและกันไปพร้อมกับป้องกันกันและกัน
ยามนี้ในวังเกิดเหตุวุ่นวาย ทั่วป๋าเหลียงก็ยังไม่ฟื้น บรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ต่างฝ่ายไม่เชื่อใจอีกฝ่าย
ครู่หนึ่งต่อมาเสียงฝีเท้าวุ่นวายก็ดังขึ้นจากที่ไกลออกไป มีเสียงเอ่ยขึ้นนอกประตูว่า “เรียนท่านหัวหน้า ไม่ได้การแล้ว! บรรดาอ๋องกบฏแล้ว!”
“อันใดนะ” ทุกคนต่างตื่นตกใจ หากกล่าวว่าคนสองคนเช่นว่าทั่วป๋าหลัวหรือผู้ใดคิดการไม่ซื่อยังดี แต่กล่าวว่าบรรดาอ๋องกบฏพร้อมกัน เป็นไปได้อย่างไร แต่มาคิดให้ถี่ถ้วน ก็รู้สึกว่าใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ระยะนี้สถานการณ์เมืองเหนือวุ่นวายไปหมด องค์ชายสองพระองค์ในอดีตฮ่องเต้พลันถูกลอบสังหาร คนไม่น้อยพากันสงสัยว่าเป็นฝีมือทั่วป๋าเหลียง หากบรรดาอ๋องอื่นๆ ล้วนคิดเช่นนี้ เช่นนั้นการร่วมมือกันคิดล้มทั่วป๋าเหลียงก็คล้ายว่าเป็นไปได้
แต่...เหตุใดจึงเร็วเช่นนี้
“ตอนนี้...ทำอย่างไรดี” ในตำหนักบรรทมมีคนอดถามขึ้นไม่ได้
ชายหนุ่มร่างใหญ่ในเครื่องแต่งกายองครักษ์เดินออกมา กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ทุกหน่วยในวังหลวงเตรียมพร้อม! สกัดขัดขวางพวกกบฏไว้!” กล่าวจบก็หันไปทางคนคุกหมิงอวี้ มีคนผู้หนึ่งในกลุ่มคนคุกหมิงอวี้ชุดดำก้าวออกมา กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ถ่ายทอดคำสั่งข้า ช่วยเหลือทหารองครักษ์ปกป้องพระราชฐานชั้นใน หากจำเป็น...ไม่ว่าผู้ใด สังหาร!”
“ขอรับ!”
“ขอรับ!”
สองคนสบตากัน อย่างไรพวกเขาก็อยู่ได้เพราะอาศัยฝ่าบาท ปกติไม่ชอบหน้ากันไม่เป็นไร แต่ในเวลานี้ไม่อาจขัดแย้งกันเอง ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ฝ่าบาทจะฟื้นเมื่อใดกันแน่ หากฝ่าบาทไม่ได้สติเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเขาน่าจะต้านทานไว้ได้ไม่นาน
ฮองเฮาที่ยืนอยู่ข้างๆ พลันเอ่ยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “กบฏพวกนั้นมุ่งหมายฝ่าบาท ตอนนี้พาฝ่าบาทไปไว้ที่ปลอดภัยก่อนค่อยคิดวางแผนต่อจะดีกว่า”
“ไม่ได้!” ชายหนุ่มสองคนขัดขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับมีเสียงสตรีแหบพร่าอีกเสียงดังขึ้น ทุกคนต่างหันไปมองจู้เหยาหงที่นั่งอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นยืน “ไม่มีที่ใดปลอดภัยกว่าตำหนักนี้ ดีที่สุดคิดหาทางทำให้ฝ่าบาทได้พระสติก่อนค่อยว่ากัน”
วาจานี้จริงแท้ สถานที่ในวังนี้ที่มีการป้องกันแน่นหนาที่สุด มียอดฝีมืออยู่กันมากที่สุด เกรงว่ารวมกันแล้วไม่มีที่ใดสู้ตำหนักนี้ได้ แม้จู้เหยาหงเข้าๆ ออกๆ ที่นี่ไม่รู้กี่ครั้ง ก็ยังมิกล้าเอ่ยว่าตนเองรู้ว่ามียอดฝีมือซ่อนอยู่ที่ใดในนี้บ้าง แต่จากประสาทสัมผัสนาง หากมาเพียงคนเดียว แม้ว่าเป็นคุณชายมาเอง เกรงว่าก็อาจไม่ง่ายเช่นกัน
หลังเหตุอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นถูกลอบสังหาร ทั่วป๋าเหลียงให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของตนเองมากกว่าที่ทุกคนคาดคิด
“พระสนมเหยากล่าวได้ถูกต้อง” หัวหน้าคุกหมิงอวี้ก้มกายกล่าว
ฮองเฮากล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ที่นี่พวกเจ้ามีสิทธิ์เอ่ยความเห็นกันหรือ ข้าหวังดีต่อฝ่าบาท พวกกบฏนั่นต้องมุ่งมาตำหนักบรรทมนี้เป็นแน่ หากฝ่าบาทเกิดเรื่องอันใดขึ้น ผู้ใดจะรับผิดชอบ”
จู้เหยาหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ฮองเฮารู้สึกว่าในวังนี้มีที่ใดปลอดภัยยิ่งกว่าที่นี่หรือเพคะ”
ฮองเฮาเอ่ยว่า “ส่งเสด็จฝ่าบาทไปตำหนักเหยียนเต๋อ ที่นั่นห่างไกลและใกล้ประตูวัง หากเกิดเหตุอันใดก็ส่งเสด็จฝ่าบาทออกจากวังได้”
จู้เหยาหงแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ทิ้งตำหนักที่มีการเฝ้าระวังป้องกันแน่นหนาไปยังตำหนักเหยียนเต๋อ ห่างไกลผู้คน ฮองเฮารู้สึกว่าหากในวังมีการเคลื่อนไหว พวกกบฏจะไม่ปรากฏตัวหรือ หากแอบส่งเสด็จฝ่าบาทออกไป ผู้ใดจะรับผิดชอบความปลอดภัยฝ่าบาท เกรงว่าถึงตอนนั้น แค่ส่งยอดฝีมือมาสักสองสามคนก็มีอันตรายถึงชีวิตฝ่าบาทได้แล้ว”
ฮองเฮาสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “ที่นี่ข้าเป็นคนตัดสินใจ!”