ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 799

#799ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 516-1 ความแค้น

คนทั้งสองถูกนำตัวเข้ามาในกระโจมอวิ๋นอี้อย่างรวดเร็ว พอเห็นสองคนตรงหน้า อวิ๋นอี้กับอวิ๋นซวี่ต่างอดตกใจไม่ได้ แน่นอนพวกเขาย่อมไม่รู้จักและไม่เคยพบผู้ใหญ่กับเด็กสองคนนี้มาก่อน แต่ทว่า...ตอนอวิ๋นซวี่จ้องมองใบหน้าเด็กชายผู้นั้น ก็พลันแน่นิ่งไปทันที จากนั้นใบหน้างามสง่าก็เย็นเยียบลง

อวิ๋นอี้กลับไม่ได้ความรู้สึกไวเหมือนพี่ชายตน เพียงแต่เห็นพี่รองสีหน้าแปรเปลี่ยน ก็รีบถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่า “พี่รอง เกิดเรื่องอันใดขึ้น สองคนนี้มีปัญหาอันใดหรือ”

สีหน้าอวิ๋นซวี่ดำทะมึนจ้องมองชายหนุ่มผู้นั้น กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้าต้องการอันใด”

คนผู้นั้นเห็นอวิ๋นซวี่เช่นนี้ ย่อมเข้าใจว่าเขาเดาสถานะเด็กน้อยผู้นี้ได้แล้ว รีบเอ่ยว่า “ดูท่าคุณชายรองคาดเดาสถานะคุณชายน้อยได้แล้ว”

“หุบปาก!”

อวิ๋นอี้อึ้งไปทันที คุณชายรอง คุณชายน้อย มองเด็กชายสีหน้าอิดโรยที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าอับจนหนทาง เด็กคนนี้...เป็นใครกันแน่

อวิ๋นซวี่มองชายหนุ่มผู้นั้นทีหนึ่งพลางกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “รีบพาเขาออกไป”

ชายหนุ่มผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไป๋หลี่เยวียนด้วยสีหน้าระแวดระวัง “คุณชายน้อยแซ่ไป๋หลี่”

อวิ๋นซวี่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “พวกเราแซ่อวิ๋น เจ้าต้องการหาคนแซ่ไป๋หลี่ก็ไปหาเอาเอง”

คนแซ่ไป๋หลี่ นอกจากไป๋หลี่ชิงหง ก็ตายกันไปหมดแล้ว!

“เด็กคนนี้...” สุดท้ายอวิ๋นอี้ได้สติคืนมา ได้ยินอวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้าเองก็หุบปาก!”

อวิ๋นอี้กัดฟันแน่นไม่กล่าวอันใด แต่ก็อดมองไปทางไป๋หลี่เยวียนไม่ได้ ความจริงแม้ไป๋หลี่เยวียนมีสายเลือดเผ่ามั่วผสม แต่หน้าตาเหมือนชาวเทียนฉี่มาก หรือกล่าวได้ว่าหน้าตาเหมือนไป๋หลี่ชิงหงมาก เพียงแต่ดูแล้วผอมซูบไปสักหน่อย แม้อวิ๋นอี้ไม่เคยเห็นตอนไป๋หลี่ชิงหงยังหนุ่ม แต่ก็รู้ว่าเด็กชายจากตระกูลไป๋หลี่ย่อมไม่มีทางมีท่าทางโอนอ่อนคล้อยตามเช่นนี้

ชายหนุ่มผู้นั้นอดโมโหไม่ได้ “คุณชายสั่งให้ข้าพาคุณชายน้อยมาพบคุณชายรองที่เทียนฉี่ แต่พวกเรามาถึงเมืองรุ่นโจวก็พอดีได้ยินว่าคุณชายอวิ๋นกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นขึ้นเหนือมาด้วยกัน ดังนั้นจึงได้วกมาทางนี้”

ส่วนว่าฟังจากผู้ใด ชายหนุ่มมิได้บอก อวิ๋นซวี่ก็มิได้ถาม

อวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “อวิ๋นอี้ พาเจ้าเด็กนี่ออกไปก่อน”

อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว อดเอ่ยไม่ได้ “พี่รอง...”

อวิ๋นซวี่เอ่ยย้ำอีกครั้ง “พาเขาออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับ...ท่านนี้”

อวิ๋นอี้ถอนหายใจ ได้แต่เดินเข้าไปกวักมือเรียกไป๋หลี่เยวียน ไป๋หลี่เยวียนมองชายหนุ่มข้างกายตนทีหนึ่ง แล้วก็มองอวิ๋นซวี่ ก่อนจะค่อยๆ ตามอวิ๋นอี้ออกไปเงียบๆ

อวิ๋นอี้พาไป๋หลี่เยวียนเดินอ้อมไปหลังกระโจมที่ค่อนข้างสงบไร้ผู้คน มองเด็กตรงหน้าด้วยสีหน้าสับสนอยู่บ้าง เขาเกลียดไป๋หลี่ชิงหง แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่ชอบบุตรชายไป๋หลี่ชิงหงกับหญิงเผ่ามั่วผู้นั้น แต่พอเห็นเด็กตรงหน้าที่ดูเหมือนเป็นเด็กนิสัยเก็บตัวไม่แสดงออก อวิ๋นอี้ก็เริ่มปวดหัว

ไป๋หลี่เยวียนเองก็มองประเมินอวิ๋นอี้ ตลอดทางมาคนที่พาเขามาเล่าให้เขาฟังมากมาย ความจริงไม่เล่าเขาก็รู้ คนตรงหน้าก็คือท่านอาแท้ๆ ของเขา แต่เห็นชัดว่าเขาไม่ชอบตน บิดาตนเองต้องการธำรงรักษาแซ่ไป๋หลี่ไว้ แต่...ความจริงคนตระกูลไป๋หลี่ได้ทอดทิ้งแซ่นี้ไปนานแล้ว ย่อมตัดพวกเขาสองคนที่ยังคงแซ่ไป๋หลี่ทิ้งไปอีกด้วย แต่เรื่องนี้ก็ไม่อาจตำหนิพวกเขา เพราะไม่ว่าผู้ใดมองมา ก็เห็นชัดว่าเป็นความผิดบิดา และในฐานะบุตรชายของเขา ไป๋หลี่เยวียนก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยตำหนิคนที่ว่าบิดาตน

“เจ้า...อายุเท่าไรแล้ว” อวิ๋นอี้อดถามไม่ได้ เด็กน้อยดูแล้วเหมือนสิบสามสิบสี่เท่านั้น แต่มองอย่างไรก็เหมือนไม่มีเค้าโครงที่เด็กหนุ่มในวัยนี้ควรมี

ไป๋หลี่เยวียนมองอวิ๋นอี้ เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “สิบสี่...ใกล้จะสิบห้าแล้ว”

อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว “เหตุใดเจ้าดูแล้วอ่อนแอเช่นนี้ บิดาเจ้าไม่ให้เจ้ากินข้าวอิ่มหรือ”

ไป๋หลี่เยวียนท่าทีอึดอัดใจอยู่บ้าง แม้ว่าแต่เล็กเขาไม่ได้รับความสำคัญ แต่ก็ไม่ถึงกับกินไม่อิ่มกระมัง แต่ทว่าสภาพร่างกายเขาสู้น้องชายน้องสาวไม่ได้จริงๆ ตอนแรกยังดีอยู่บ้าง แต่พอเขาเริ่มฝึกวิทยายุทธ์กับบิดาจึงได้พบกว่าเขาไม่เหมาะกับการฝึกวิทยายุทธ์จริงๆ แม้ว่าฝึกได้บ้าง แต่คิดจะเป็นยอดฝีมือดังบิดา เรียกได้ว่ายากลำบากโดยแท้ ตอนนี้น้องชายน้องสาวค่อยๆ เติบโตขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองผอมบางยิ่งขึ้น

อวิ๋นอี้เองก็รู้สึกว่าการรังแกเด็กน้อยไม่ได้น่าสนใจอันใด แต่เผชิญหน้ากับเด็กที่มีสายโลหิตเครือญาติกับเขา เขาก็ไม่รู้ควรเอ่ยอันใด ได้แต่โบกมือก่อนจะหันไปยองนั่งลงไม่สนใจอีก อวิ๋นอี้ทำเช่นนี้ ไป๋หลี่เยวียนก็ยิ่งเก้กัง แต่ทว่าความจริงเขาอยู่จวนอ๋องหมิงและจวนองค์หญิงเจากั๋วมาได้หลายปีเช่นนี้ ความเก้กังอึดอัดนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอันใดสักเท่าไร เห็นอวิ๋นอี้ไม่คิดสนใจเขาแล้ว เขาก็ไปยืนเงียบๆ ไม่กล่าวอันใดอีก

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรจึงได้เห็นอวิ๋นซวี่กับชายหนุ่มที่พาไป๋หลี่เยวียนมาผู้นั้นเดินออกมา อวิ๋นอี้กระโดดขึ้นจากพื้น “พี่รอง!”

อวิ๋นซวี่ส่ายหน้าให้เขา มองไปทางไป๋หลี่เยวียนดวยสีหน้าสับสน ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “ตามข้าไปพบเจ้าเมืองชางอวิ๋น”

ไป๋หลี่เยวียนท่าทางเคร่งเครียดอยู่บ้าง เขาไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว ย่อมรู้ว่าเจ้าเมืองชางอวิ๋นคือผู้ใด เจ้าเมืองชางอวิ๋นไม่เพียงแต่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งชื่อเสียงก้องหล้า แต่ยังเป็นหนึ่งในศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเผ่ามั่ว สองวันนี้ท่านอาอวี๋ยังบอกเขาว่า เจ้าเมืองชางอวิ๋นก็คือราชบุตรเขยองค์หญิงเสินโย่ว ก็คือคหบดีอันดับหนึ่งในใต้หล้า คุณชายฉางหลีผู้นั้น ไป๋หลี่เยวียนเคยพบคุณชายฉางหลี ในความทรงจำเขา คุณชายท่าทางขี้โรคเป็นคนน่ากลัวมาก ไม่รู้ว่าคนเช่นนี้เหตุใดจึงได้กลายเป็นเจ้าเมืองชางอวิ๋นที่ทำให้ทัพม้าเกราะเหล็กเผ่ามั่วไร้หนทาง

ชายหนุ่มผู้นั้นสีหน้าอ่อนโยน มองไป๋หลี่เยวียนพลางเอ่ยปลอบใจ “คุณชายน้อย ไม่ต้องกลัว”

ไป๋หลี่เยวียนเงียบไปพยักหน้า “ข้าไม่กลัว”

อยู่เผ่ามั่ว อายุเท่าเขาก็มิใช่เด็กแล้ว ตอนนี้ออกมานอกบ้าน เขาก็จะมีสิทธิ์หวาดกลัวอันใดอีก

สีหน้าอวิ๋นซวี่ดีขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าหันหลังพาเขาไปพบจวินอู๋ฮวน

เขาไม่รู้ว่าไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าหมิงจูสองสามีภรรยานั่นเหตุใดจึงได้เลี้ยงเด็กน้อยคนหนึ่งจนเป็นเช่นนี้ได้ แต่นิสัยเด็กคนนี้ย่อม่ไม่เข้าตาคนตระกูลไป๋หลี่ในตอนนั้น ไม่ใช่ว่าลูกหลานตระกูลขุนนางเก่าแก่ก็ต้องวางท่าทางหยิ่งทะนงตน แต่เด็กคนนี้ทำอันใดก็ดูเหมือนรอบคอบระมัดระวังไปเสียทุกย่างก้าว ไม่เหมือนเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่ดี ตอนแรกสุดได้ยินว่า ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าหมิงจูสองสามีภรรยารักกันแทบจะตัวติดกัน ตอนนี้ดูท่าจบสิ้นแล้ว

กระโจมใหญ่อีกด้านหนึ่ง จวินอู๋ฮวนนั่งอยู่ในตำแหน่งกลางห้อง ขมวดคิ้วมุ่นมองประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้า เอ่ยถามว่า “ไป๋หลี่เยวียน บุตรชายไป๋หลี่ชิงหงหรือ”

ไป๋หลี่เยวียนก้าวขึ้นหน้ามาก้าวหนึ่ง ประสานมือคำนับตามธรรมเนียม “ไป๋หลี่เยวียน คารวะคุณชายฉางหลี”

คารวะตามธรรมเนียมเรียบร้อยดี

จวินอู๋ฮวนมองประเมินไป๋หลี่เยวียนอย่างนึกสนใจ มองจนหน้าผากไป๋หลี่เยวียนเริ่มมีเหงื่อผุดออกมา แม้แต่ยืนก็ยังไม่มั่น จึงถอนสายตากลับคืนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า “ไป๋หลี่ชิงหงคิดได้อย่างไร ส่งบุตรชายมาไว้ในมือข้า เขาไม่กลัวแม้สักนิดหรือ”

ชายหนุ่มที่ติดตามไป๋หลี่เยวียนมาถอนใจโล่งอก เอ่ยตอบตามตรงว่า “คุณชายสั่งการว่าให้ส่งคุณชายน้อยให้ถึงมือคุณชายรอง”

ผู้ใดจะรู้ว่าอวิ๋นซวี่ถึงกับตามจวินอู๋ฮวนขึ้นเหนือ แต่ในเวลานี้จะพาคุณชายน้อยกลับไปเมืองเหนือก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคุณชายสั่งการแล้ว ย่อมเตรียมพร้อมกับการที่คุณชายน้อยจะต้องอยู่ในกำมือองค์หญิงเสินโย่วแล้ว ดังนั้นคิดไปคิดมา เขาก็ยังคงตัดสินใจทำตามคำสั่งคุณชาย

จวินอู๋ฮวนหัวเราะ “ส่งมาแล้ว คิดจะส่งกลับไปอีกไหม”

“ข้าน้อยไม่ทราบ” ชายหนุ่มกล่าว

“ไม่ทราบหรือ” จวินอู๋ฮวนถามขึ้น

ชายหนุ่มตอบทันที “ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ”

จวินอู๋ฮวนพยักหน้า “เอาเถอะ อวิ๋นซวี่ เจ้าว่าอย่างไร”

อวิ๋นซวี่ขมวดคิ้ว “พวกเรากำลังจะต้องขึ้นเหนือกันแล้ว อวิ๋นอี้อยู่ค่ายทหารก็ไม่สะดวกดูแลเด็ก เกรงว่าคงต้องรบกวนองค์หญิง”

ไม่ได้เอ่ยสักคำว่าจะส่งเด็กคนนี้ไปเมืองชางอวิ๋น ดูท่าแม้ว่าอวิ๋นซวี่โกรธแค้นไป๋หลี่ชิงหง แต่ก็ใจอ่อนเมตตาหลานชายอยู่บ้าง ก็มิใช่ว่าคนเมืองชางอวิ๋นจะรังแกเด็ก แต่เทียบกับเมืองผิงจิง เมืองชางอวิ๋นไม่ใช่สถานที่เหมาะให้ไป๋หลี่เยวียนเติบโตจริงๆ แต่ทว่า...

“หากสถานะเขาถูกเปิดเผย...”

หากสถานะไป๋หลี่เยวียนถูกเปิดเผย เกรงว่าการใช้ชีวิตเขาคงสู้อยู่เมืองชางอวิ๋นไม่ได้ แม้เป็นอาหลิงเอง ก็ใช่ว่าจะปกป้องให้เขาอยู่อย่างสงบสุขได้

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 799