ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 798

#798ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 515-2 พนัน

ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ แววตามีความเศร้าสลดเล็กน้อยอย่างไม่อาจระงับ

“ข้าเคารพศักดิ์ศรีใต้เท้าอาฮูหลู่อย่างมาก แต่...เขาคือศัตรูข้า” ครู่หนึ่งต่อมาก็ได้ยินฉู่หลิงเอ่ยว่า “ตอนนั้น ชาวเผ่ามั่วก็มิใช่จัดการตระกูลจวินเช่นนี้หรือ”

ทั่วป๋าจิ่งคล้ายว่าไม่ได้สนใจฟังคำพูดนาง ตวาดดุดันว่า “เจ้ามันนางปีศาจ! เจ้ามันผีร้าย!”

อย่าว่าแต่ทั่วป๋าจิ่ง ทุกคนในคุกต่างมองฉู่หลิงด้วยแววตาไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร การวางอุบายใส่ร้ายให้คนอื่นถูกประหารทั้งตระกูล ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยทำ และยังลงมือด้วยตนเอง แต่กลับไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยนไร้ความรู้สึกได้เช่นนี้ คล้ายว่าเรื่องที่คุยวันนี้คือเรื่องอากาศ อาหารและน้ำดื่มทั่วไป

เจ้าคือผีร้ายอันใดกัน

ฉู่หลิงกล่าวเบาๆ ว่า “โลกเรานี้...ไม่ใช่ว่าบีบให้คนเราต้องกลายเป็นผีร้ายหรือ คุณชายทั่วป๋า หวังว่าเจ้าจะยืนหยัดไปจนสุดท้ายได้” ฉู่หลิงกล่าวจบก็หันหลังค่อยๆ เดินออกจากห้องขัง

นอกประตูห้องขัง เซียวเหมิงกับหลีตั้นเฝ้าอยู่หน้าประตูซ้ายขวา ไม่รู้ยืนอยู่นานเท่าไรแล้ว พอเห็นพวกเขา ฉู่หลิงก็อดยิ้มทักทายไม่ได้ว่า “มายืนอยู่ตรงนี้ทำไมกัน มีเรื่องอันใดหรือ”

หลีตั้นหลุบตา “ไม่ใช่เรื่องสำคัญอันใด”

เซียวเหมิงเอ่ยว่า “มีเรื่องต้องมาทำทางนี้ พอได้ยินว่าองค์หญิงมาแต่เช้า กระหม่อมจึงได้มาดู”

ฉู่หลิงโบกมือให้ทุกคนเดินออกไป “ข้าไม่มีอันใดแล้ว ไปกันเถอะ”

ทั้งสองคนเดินตามหลังฉู่หลิงออกจากคุกหลวง หลีตั้นพลันถามว่า “องค์หญิง ไม่ได้ทรงพึงพระทัย เหตุใดยังกล่าวเช่นนี้”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย หันไปมองหลีตั้น

หลีตั้นเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “เรื่องวางอุบายอาฮูหลู่ องค์หญิง...ก็มิได้พึงพระทัยที่จะได้เห็นตระกูลเขาถูกประหารล้างตระกูลมิใช่หรือ”

ฉู่หลิงหัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง ก่อนหันหลังเดินออกไปต่อ พลางกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าข้าพึงพอใจหรือไม่ ไม่ว่าข้าพึงพอใจหรือไม่ ผลลัพธ์ก็ย่อมไม่แปรเปลี่ยน และสถานการณ์นี้ก็เป็นแผนการที่ข้าวางไว้เอง”

ดังนั้นทั่วป๋าจิ่งว่านางเป็นผีร้ายก็ไม่ผิดจริงๆ จัดการศัตรูโดยไม่เลือกวิธีการ ถึงกับไม่เสียดายชีวิตผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ผีร้ายแล้วจะเป็นอันใดได้

หลีตั้นขมวดคิ้ว “ชาวเผ่ามั่วเป็นศัตรูเทียนฉี่ ตายไปไม่น่าเสียดาย”

ฉู่หลิงถอนหายใจเบา ๆ “ใช่ ตายไปไม่น่าเสียดาย ชาวเผ่ามั่วเองก็คงคิดเช่นนี้”

หลีตั้นหันไปมองเซียวเหมิงด้วยแววตางุนงง เซียวเหมิงยักไหล่ แสดงท่าทีว่าคุณชายหลีไม่เข้าใจ เขาย่อมยิ่งไม่เข้าใจ

ความจริงฉู่หลิงไม่ได้คิดแสดงท่าทีอันใด เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นฉับพลันโดยแท้ ความอัดอั้นหนาวเหน็บในใจถูกแสงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นสาดส่องขับไล่ แม้ไม่นับว่าอบอุ่น แต่ก็ขจัดลงไปได้ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น นางมีงานต้องทำมาก ไหนเลยจะมีเวลามาเสียใจกับเรื่องเหล่านี้ อาฮูหลู่คือศัตรู ตกอยู่ในกำมือนาง ก็ถูกกำหนดแล้วว่าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากทอดถอนใจอาลัยความเป็นวีรบุรุษของเขาแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกเห็นใจอันใดอีก ส่วนทั่วป๋าเหลียงจะประหารตระกูลอาฮูหลู่ทั้งตระกูลหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉู่หลิงจะบังคับได้ ทั่วป๋าเหลียงไม่ทำ นางอยู่ไกลนับพันลี้ก็ไม่อาจบีบให้ทำได้กระมัง

หลีตั้นที่ตามหลังฉู่หลิงมา ถามขึ้นว่า “องค์หญิง พวกตระกูลขุนนางเก่าแก่พวกนั้น กับจวิ้นอ๋องหนานคัง องค์หญิงคิดจัดการอย่างไร”

เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป ตอนแรกมีเรื่องที่ต้องทำมากจนอาจหลงลืมไปบ้าง แต่ในไม่ช้านี้เกรงว่าทุกคนน่าจะหันมาให้ความสนใจกันแล้ว

ฉู่หลิงกล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “จวิ้นอ๋องหนานคังคิดชิงบัลลังก์ ทำร้ายฝ่าบาท ไม่อาจละเว้นโทษ ส่วนตระกูลขุนนางเก่าแก่ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลพวกนั้น...เหตุใดหรือ ข้ามอบหลักฐานความผิดให้ศาลอาญาต้าหลี่กับกรมอาญาไม่เพียงพอหรือ”

ไม่ผิด ความลับจากปากคำเถียนอี้เซวียน องค์หญิงเสินโย่วมอบให้ศาลอาญาต้าหลี่และกรมอาญาไปแล้ว

หลีตั้นเอ่ยว่า “ตามหลักก็เพียงพอ แต่ทว่าศาลอาญาต้าหลี่และกรมอาญาเกรงว่า...”

ตระกูลขุนนางเก่าแก่เหล่านั้นสืบทอดวงศ์ตระกูลมาหลายร้อยปี หากจะลงมือให้เรียบร้อยหมดจด ก็ย่อมต้องกลายเป็นคนชั่ว จุดอ่อนและความลับที่ทำให้ตระกูลเถียนนำมาข่มขู่ได้ย่อมมิใช่เรื่องเล็ก แต่ต้นไม้ใหญ่รากหยั่งลึก วาจานี้กล่าวไม่ผิด แม้ตอนนี้ก็ยังมีคนคิดขอร้องแทนพวกเขาไม่น้อย

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “หลักฐานความผิดครบถ้วน หากไม่จัดการ ใช่ว่าจะทำให้ผู้คนรู้สึกว่าข้าเห็นแก่สัมพันธ์ส่วนตัวหรือ แต่หากมีผู้ใดยินยอมแบกรับความผิดเหล่านี้ไว้ ย่อมพอหารือกันได้”

“...”

นี่คือโทษความผิดมหันต์ถึงขั้นประหารล้างชั่วโคตร ผู้ใดกล้าออกมาแบกรับความผิดนี้ไว้กัน

“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว” หลีตั้นรับคำนอบน้อมทันที

ฉู่หลิงพยักหน้า “ไปจัดการได้แล้ว”

จวินอู๋ฮวนไปจากเมืองผิงจิง พาพวกอวิ๋นซวี่ขี่ม้าทะยานขึ้นเหนืออย่างไม่หยุดพัก ไม่ถึงสองสามวันก็ข้ามแม่น้ำหลิงชาง ไปถึงกองกำลังจิ้งเป่ยที่ตั้งค่ายประจำตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองรุ่นโจว ตอนนี้แม่ทัพเฝ้าประจำค่ายนี้ก็คือตี๋จวินกับอวิ๋นอี้ ทั้งสองคนอายุไม่มาก ตอนนั้นตี๋จวินได้รับภารกิจจากฉู่หลิง นำกองทัพรบฝ่ามาตลอดทางอย่างกดดัน พอมาถึงก็พบว่าการโจมตีนั้นง่าย เฝ้ารักษาไว้ยากยิ่งกว่า กองทัพเผ่ามั่วไม่มาก ดังนั้นทหารกล้าจึงประจำอยู่ในเมืองใหญ่ หลายเมืองเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตาถูกโจมตียึดครองง่ายมาก แต่ทันทีที่ทหารกองหนุนเผ่ามั่วมาถึง ก็ยากรักษาไว้ได้ ดังนั้นหลายวันนี้ ตี๋จวินจึงอยู่ท่ามกลางการรบกับชาวเผ่ามั่วไม่หยุดหย่อน ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาก

อวิ๋นอี้เองก็มิใช่ชายหนุ่มวู่วามในตอนนั้นแล้ว ตี๋จวินไม่ถนัดวางแผน เรื่องวางแผนนี้แม้อวิ๋นอี้สู้พี่ชายทั้งสองของตนเองไม่ได้ แต่ก็พอเป็นที่ปรึกษาชั่วคราวได้ พอเห็นจวินอู๋ฮวนมาพร้อมกับอวิ๋นซวี่ ก็พลันตั้งสติได้

จวินอู๋ฮวนเร่งเดินทางมา หากไม่ใช่ว่าอวิ๋นซวี่ไม่วางใจ อยากมาเยี่ยมอวิ๋นอี้ และอวิ๋นซวี่เองก็ทนเดินทางอย่างไม่หยุดพักไม่ไหว จวินอู๋ฮวนย่อมไม่มาที่นี่ แต่ตอนนี้ในเมื่อมาแล้ว ก็ไม่ถือสาที่จะชี้นิ้วสั่งงานตี๋จวินสักสองสามคำ และก็จะได้ปล่อยให้สองพี่น้องตระกูลอวิ๋นได้คุยกัน

อวิ๋นอี้ได้ยินว่าอวิ๋นซวี่จะตามจวินอู๋ฮวนไปเมืองเหนือ ก็จะตามไปด้วย แต่ถูกอวิ๋นซวี่ห้ามไว้ อวิ๋นอี้ท่าทางไม่ยินยอม อวิ๋นซวี่กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “น้องสาม อย่าเอาแต่ใจ อย่าลืมสถานะกับภารกิจเจ้าตอนนี้”

อวิ๋นอี้ก้มหน้าลง เขาย่อมจดจำได้ว่าตอนนี้เขาเป็นผู้ช่วยตี๋จวิน ไม่อาจทิ้งค่ายไปได้ แต่ไม่ให้เขาตามไปเมืองเหนือ เขาก็ทำใจยอมรับไม่ได้เช่นกัน เห็นท่าทางเขาเช่นนี้ อวิ๋นซวี่ก็นึกขำ ลูบศีรษะเขายิ้มเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าข้าไปทำอันใด สังหารไป๋หลี่ชิงหงหรือ”

“หรือว่าไม่ใช่” อวิ๋นอี้ถามขึ้น

อวิ๋นซวี่ถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้า “ไม่โตสักที”

“พี่รอง!” อวิ๋นอี้โมโหถลึงตาจ้องเขา

อวิ๋นซวี่เอ่ยว่า “เจ้าอย่าได้ปฏิเสธความจริง องค์หญิงเสินโย่วอายุใกล้เคียงกับเจ้ากระมัง เจ้าดูนางตอนนี้กำลังทำอันใด เจ้ากำลังทำอันใด”

อวิ๋นอี้กลอกตามองบน “อย่าเอ่ยถึงนางต่อหน้าข้า นางมันตัวประหลาดน้อย ข้าเป็นคนธรรมดาไหม”

ตั้งแต่เขารู้จักฉู่หลิงมา นางก็เป็นตัวประหลาดน้อยแล้ว!

“อย่าพูดจาเหลวไหล” อวิ๋นซวี่เอ่ยเตือนอย่างจนปัญญา

อวิ๋นอี้กำลังคิดโต้ ทหารนายหนึ่งพลันเข้ามารายงานอย่างเร่งรีบ “คุณชายอวิ๋น ด้านนอกมีคนมาขอพบ”

อวิ๋นอี้ไม่เข้าใจ “วันนี้เหตุใดจึงมีคนมากมายมาหาข้า”

ในกองทัพไม่ใช่ผู้ใดก็มาหาได้ ปกติย่อมไม่มีคนมามากมายสักเท่าไร วันนี้กลับมาคนแล้วคนเล่า

อวิ๋นอี้มองอวิ๋นซวี่อย่างไม่พอใจ เอ่ยว่า “ผู้ใดกัน ข้าออกไปดูเอง!”

ทหารรายงานว่า “เป็นชายผู้หนึ่ง พาเด็กมาอีกหนึ่ง บอกว่าขอพบคุณชาย”

อวิ๋นอี้สบตากับอวิ๋นซวี่น ผู้ชายก็แล้วไป เหตุใดยังมีเด็ก

อวิ๋นซวี่อดมองน้องชายตนเองอย่างนึกสงสัยไม่ได้ คงไม่ใช่...

สีหน้าอวิ๋นอี้พลันดำทะมึน กัดฟันเอ่ยว่า “ข้าไปดูก่อน!”

อวิ๋นซวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “เดี๋ยวก่อน ตรวจดูก่อน หากไม่มีปัญหาก็พาพวกเขาเข้ามาก่อน มีอันใดไว้ค่อยว่ากัน”

เกิดว่าเป็นทายาทที่เกิดจากน้องชายตนเองไปทำทิ้งไว้ มีเรื่องกันด้านนอกย่อมดูไม่ดี อวิ๋นซวี่อุตสาห์คิดแทนเช่นนี้ น่าเสียดายอวิ๋นอี้ไม่รู้สึกขอบคุณ ถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ หันหน้าสั่งการคนผู้นั้น “พาเข้ามา! ข้าอยากดูว่าแท้จริงเป็นเทพเซียนจากที่ใดกัน!”

ทหารผู้นั้นเหลือบมองอวิ๋นอี้ แล้วก็มองอวิ๋นซวี่ สายตายิ่งแปลกประหลาด

คุณชายอวิ๋นพวกเขาอายุน้อยเกินไป เทียบกับคุณชายอวิ๋นอีกท่าน คุณชายท่านนี้คล้ายว่า...ทหารส่ายหน้าเดินออกไป

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 798