ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 794
ตอนที่ 513-2 ความเศร้าใจที่ต้องแยกจากกัน
ฉู่หลิงกลอกตามองเพดานอย่างไร้วาจา ครึ่งเดือนนี่น้อยหรือ สำหรับเจ้าเมืองชางอวิ๋นแล้ว เกรงว่าครึ่งวันก็นับว่าหาแทบไม่ได้ไหม
“อย่าคิดว่าข้าไม่เห็น เมืองชางอวิ๋นส่งจดหมายมาเร่งเจ้าแล้ว นี่คือฉบับที่เท่าไรแล้ว” ฉู่หลิงถามขึ้น
จวินอู๋ฮวนเผยรอยยิ้มงาม ยื่นมือไปดึงนางมาแนบกาย “ข้าเห็นว่าสองสามวันนี้อาหลิงอารมณ์ไม่ค่อยดี ข้าไม่ค่อยวางใจ ตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือยัง”
ในใจฉู่หลิงพลันรู้สึกอบอุ่น กล่าวเบาๆ ว่า “ข้าไม่เป็นอันใด ไม่ต้องเป็นห่วง”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย ”เมืองชางอวิ๋นก็ไม่เป็นอันใด อาหลิงเองก็ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าพอรู้ตัวเองอยู่ ซู่เหอหมิงกวงก็มิได้โง่ ตอนนี้สถานการณ์เมืองเหนือไม่แน่ชัด เขามาสู้ตายกับข้าจะมีประโยชน์อันใด”
ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “ซู่เหอหมิงกวงคิดทำอันใด”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยขึ้น “อาหลิง เจ้าเดาดู”
ฉู่หลิงปัดมือเขาทิ้งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “เขาคิดกำจัดเผ่าเล่อเยี่ย ครองทะเลทรายตอนเหนือเพียงผู้เดียวสินะ”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้า “อาหลิงอ่านขาดดังคาด เผ่าเล่อเยี่ยกับเผ่าฮูหลันเป็นคู่อาฆาตแค้นกันมาหลายปีแล้ว ผู้ใดก็ล้วนอยากกำจัดอีกฝ่ายทิ้ง แต่เพราะว่าเผ่าเล่อเยี่ยสานสายสัมพันธ์กับชาวเผ่ามั่วไว้ดีมาก ข่มเผ่าฮูหลันไว้ได้มาก บิดาซู่เหอหมิงกวงตายในตอนนั้น แต่ทว่าหลายปีมานี้ ภายในเผ่าเล่อเยี่ยเองก็ไม่สงบ ซู่เหอหมิงกวงถือโอกาสสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมา ทั่วป๋าเหลียงเองก็คิดสยบอิทธิพลเผ่าเล่อเยี่ยนอกด่าน จึงได้เลือกอภิเษกเชื่อมไมตรีกับเผ่าฮูหลัน แต่...หากทั่วป๋าเหลียงอายุสั้น ซู่เหอหมิงกวงย่อมต้องคิดหาทางอื่นไว้ล่วงหน้าแล้ว”
ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “องค์หญิงจินเหลียน...”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า แสดงท่าทางไม่ได้ให้ความสนใจต่อองค์หญิงจินเหลียน “นางเป็นน้องสาวแท้ๆ ของซู่เหอหมิงกวง ไม่ว่าผู้ใดขึ้นครองราชย์ ขอเพียงไม่คิดมีเรื่องกับเผ่าฮูหลัน อย่างไรก็จะไม่ทำอันใดนางกระมัง จวินอู๋ฮวนไม่คิดบอกอาหลิงเรื่องสัมพันธ์เหลวไหลระหว่างหนานกงอวี้เยว่กับซู่เหอจินเหลียน
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ อย่างอาลัยอาวรณ์ “รอให้ผ่านพ้นพิธีรับโอรสบุญธรรมพรุ่งนี้ปก่อน ข้าก็จะไปแล้ว”
ฉู่หลิงนิ่งอึ้งมองรูปโฉมหล่อเหลาของเขา ในใจก็แอบอาลัยอาวรณ์เช่นกัน จวินอู๋ฮวนเห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ ยกปลายนิ้วเขี่ยแก้มนาง ยิ้มเอ่ย “อาหลิง ตัดใจจากข้าไม่ได้หรือ”
ฉู่หลิงยอมรับอย่างเปิดเผย “นิดหน่อย”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ข้าเองตัดใจจากอาหลิงไม่ได้”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “รอให้ข้าทางนี้นิ่งก่อน ก็จะไปเมืองชางอวิ๋นหาเจ้า”
เรื่องในราชสำนัก ความจริงนางเข้าใจไม่มาก หลักการปกครองแผ่นดินก็ต้องการขุนนางบุ๋นพวกนั้นจริงๆ ขอเพียงฮ่องเต้หย่งเจียยังมีพระชนม์ชีพอยู่ คนพวกนั้นก็จะต้องดำรงตนสงบเสงี่ยม ฉู่หลิงคิดอาศัยเวลาช่วงนี้ พยายามจัดการแก้ปัญหาทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ เพราะว่าทันทีที่ฮ่องเต้หย่งเจียสิ้นพระชนม์ นางก็จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาให้ราชสำนักมากขึ้น
จวินอู๋ฮวนนึกเสียใจอยู่บ้าง “ข้าต้องไปเมืองเหนือสักครั้ง”
ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “เมืองเหนือน่าจะไม่ต้องการให้เจ้าเข้าไปแทรก”
ฉู่หลิงลองแอบคิดถึงบรรดาคนเมืองเหนือแต่ละฝ่าย ก็พลันรู้สึกตกใจไม่น้อย แท้จริงทั่วป๋าเหลียงรนหาที่ตายเพียงใด หรือว่าการที่เขาขึ้นเป็นฮ่องเต้มีคนไม่พึงใจมากมายเพียงใดกัน แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้มีพวกเขาลงแรงช่วยส่งเสริมไม่น้อย มีคนเหล่านี้อยู่ จวินอู๋ฮวนไม่จำเป็นต้องเข้าข้องเกี่ยวกับเรื่องในเมืองเหนือจริงๆ
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ไปเพื่อทั่วป๋าเหลียง”
ฉู่หลิงครุ่นคิดเล็กน้อยก็พลันเข้าใจทันที “หนานกงอวี้เยว่หรือ”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ตอนนี้ตาแก่ยังมาไม่ถึง”
แม้ว่าการกระทำของตาแก่ทำให้คนอยากลงมือกับเขาสักตั้ง แต่เรื่องที่เขารับปากแล้ว แต่ไรมาก็ไม่เคยคืนคำ หากเขาไม่คิดมาปกป้องอาหลิง ก็จะปฏิเสธออกมาตรงๆ ดังนั้นการที่ไม่ปฏิเสธ แต่เขาก็ยังไม่มา ก็มีเพียงเรื่องเดียว น่าจะมีเรื่องใดขัดขวางการมาของเขาไว้ ใต้หล้าตอนนี้ นอกจากยอดฝีมือระดับทั่วป๋าซิ่งเยี่ยที่ตาแก่ไปหาเรื่องโดยไม่ดูตาม้าตาเรือแล้ว คนที่จัดการเขาได้ก็มีเพียงศิษย์สองคนของเขาเท่านั้น จวินอู๋ฮวนอยู่ที่นี่ดีๆ ดังนั้นย่อมเป็นเพราะหนานกงอวี้เยว่แล้ว
“ข้าก็ดีๆ อยู่ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านผู้อาวุโสมาคอยอารักขาความปลอดภัยให้ข้าโดยเฉพาะหรอก”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “หรือว่า...หนานกงอวี้เยว่มีอันตราย”
พวกเขาไม่ได้ข่าวพวกนี้มาแม้แต่ข่าวเดียว
จวินอู๋ฮวนหรี่ตาลงเอ่ยว่า “เกรงว่าหนานกงอวี้เยว่ต้องการทำเรื่องเสี่ยงอันตรายอันใด” และยังอาจเป็นเรื่องที่ทำให้เขาโมโห ดังนั้นตาแก่จึงไม่กล้าบอกเขา ได้แต่แอบคอยจ้องมองศิษย์คนเล็กไว้ ชั่วชีวิตตาแก่สร้างภัยหายนะให้ผู้อื่นมาตลอด ยามแก่ชรากลับถูกศิษย์ตนเองทำเอาจนอยู่ไม่เป็นสุข ก็ไม่รู้ว่ากรรมตามสนองหรือไม่
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ระยะนี้เกรงว่าเมืองเหนือจะไม่ค่อยสงบสุข เจ้าเองก็ต้องระวังให้มาก”
จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “วางใจ ข้าเพียงแค่ไปดู อาจไม่จำเป็นต้องออกหน้า”
ไปดูว่าหนานกงอวี้เยว่คิดรนหาที่ตายอย่างไรเท่านั้น หากตายไม่เรียบร้อย เขาก็จะได้ช่วยเสริมอีกสักที
จวินอู๋ฮวนพลันนึกถึงเรื่องหนี่งขึ้นมา “ใช่แล้ว อวิ๋นซวี่บอกว่าครั้งนี้อยากขึ้นเหนือไปกับข้าด้วย”
ทุกคนล้วนเป็นคนฉลาด เรื่องที่จวินอู๋ฮวนรู้ อวิ๋นซวี่ก็ย่อมรู้
ฉู่หลิงขมวดคิ้วคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ข้าว่าคุณชายอวิ๋นก็ไม่มีใจรับใช้ราชสำนัก หากเขายืนยันก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ในเมื่อเขาคิดจะไป ก็ให้เขาไปเถอะ จะได้ให้เขาไปดูอวิ๋นอี้ด้วย”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก มองฉู่หลิงพลางกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ไม่รู้จริงๆ ว่ายามใดที่เจ้าและข้าจะได้มีเวลาว่างแท้จริงบ้าง”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “รอให้เจ้าคิดจะมีเวลาว่างกระมัง”
จวินอู๋ฮวนเผยรอยยิ้มงาม “อาหลิงกล่าวเช่นนี้ แล้งน้ำใจไปสักหน่อยหรือไม่”
ฉู่หลิงกลอกตามองบนใส่เขาอย่างอารมณ์เสีย “คุณชายฉางหลีอ่อนไหวง่ายดายเพียงนี้หรือ ข้ารู้สึกแปลกใจมาก”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “นี่ไม่ใช่อ่อนไหวง่ายดาย นี่คือความเศร้าใจที่ต้องแยกจากอาหลิง”
“ทูลองค์หญิง เสนาบดีกรมพิธีการขอพบ”
นอกประตู บ่าวรับใช้ส่งเสียงรายงานดังขึ้น ทั้งสองคนสบตายิ้มให้กัน เห็นแววตาหยอกล้อและจนใจในแววตาของอีกฝ่าย
อย่างน้อยตอนนี้ พวกเขาผู้ใดก็ล้วนไม่มีเวลาว่าง
แม้ความเศร้าใจที่ต้องแยกจากกันนี้ ก็คล้ายว่าก็ไม่อาจคงอยู่นานนัก เพราะว่าพวกเขายุ่งมากจริงๆ
“รอให้ใต้หล้าสงบสุข พวกเราไปจากที่นี่กัน” ฉู่หลิงพลันเอ่ยขึ้น
จวินอู๋ฮวนนิ่งอึ้งมองฉู่หลิง แววตามีรอยยิ้มดีใจ “ได้สิ”