ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 793
ตอนที่ 513-1 ความเศร้าใจที่ต้องแยกจากกัน
ความจริงอุบายพวกนี้เยียนถัวอี้คุ้นเคยอย่างมาก ไม่ใช่ว่าเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนตอนวางอุบายอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นหรือ เพียงแต่ตอนนี้คนที่คิดจัดการทั่วป๋าเหลียงมากกว่าตอนที่จัดการอดีตฮ่องเต้มากอยู่สักหน่อย ในใจเยียนถัวอี้รู้ดีว่าการผลัดเปลี่ยนฮ่องเต้บ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดีอันใดต่อเป่ยจิ้น ไม่ว่าแผ่นดินแข็งแกร่งเพียงใด การเปลี่ยนฮ่องเต้บ่อยเกินไปหรือการแก่งแย่งในราชวงศ์มากเกินไปย่อมมิใช่เรื่องดี
แต่เห็นชัดว่าหนานกงอวี้เยว่ไม่คิดสนใจ หรืออาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนกลัวว่าแผ่นดินจะสงบสุขเกินไป
เยียนถัวอี้นิ่งสบสายตาหนานกงอวี้เยว่ที่ยังคงนิ่งเฉยเป็นนานไม่กล่าวอันใด คล้ายว่าไม่ว่าตนเองเอ่ยอันใดก็เหมือนเป็นการเสแสร้งอย่างที่สุด เขาย่อมรู้ว่าการที่เป่ยจิ้นผลัดเปลี่ยนฮ่องเต้บ่อยเกินไปไม่ใช่เรื่องดี แต่เหตุสองครั้งนี้ ตระกูลเยียนถัวเข้ามาข้องเกี่ยวอย่างเสียไม่ได้ไม่ใช่หรือ
หนานกงอวี้เยว่เดินไปหาเยียนถัวอี้ ยื่นมือขึ้นตบไหล่เขา ยิ้มเอ่ย “พี่ใหญ่ มีบางเรื่องท่านไม่อาจเปลี่ยนแปลงอันใดได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ไยไม่ปล่อยไปตามธรรมชาติเล่า”
เยียนถัวอี้มองหนานกงอวี้เยว่ ในใจเต็มไปด้วยความเฝื่อนขม ก็ไม่รู้ตนเองยังจะกล่าวอันใดได้ แต่ไรมาเขาไม่อาจเกลี้ยกล่อมน้องชายคนนี้ได้ ตอนนี้ก็ย่อมทำไม่ได้
เยียนถัวอี้ถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า “เอาเถอะ เจ้าดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”
หนานกงอวี้เยว่ส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ ค่อยๆ เดินออกไป เห็นชัดว่าไม่ได้เก็บคำพูดเยียนถัวอี้มาใส่ใจ
เรื่องเกิดที่เทียนฉี่และยังถูกคนสกัดข่าวไว้ คิดจะสืบให้กระจ่างย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในเมืองเหนือกลับค่อยๆ เริ่มมีข่าวแพร่สะพัดออกมา บอกว่าอาฮูหลู่ถูกชาวเทียนฉี่จับเป็นเชลยแล้วก็ขอสวามิภักดิ์ชาวเทียนฉี่เพื่อรักษาชีวิต ส่งข่าวปลอมให้ทัพใหญ่ ล่อให้ทัพใหญ่หลายหมื่นไปตายที่เชิงกำแพงเมืองผิงจิง
ข่าวนี้ราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ แพร่สะพัดออกไปทั่วทั้งเมืองเหนืออย่างรวดเร็ว ครอบครัวทหารที่พลีชีพต่างพากันโกรธแค้น ในจำนวนนี้มีคนจากตระกูลชนชั้นสูงรวมอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง แม้แต่คนในตระกูลอาฮูหลู่ก็พลอยติดร่างแหไปด้วย ในราชสำนักมีคนแพร่ข่าวลือว่า คนในตระกูลอาฮูหลู่ต้องการล้างความผิดให้อาฮูหลู่ จะได้ไม่ต้องพลอยติดร่างแหไปด้วย ลือกันว่าเถียนอี้เซวียนที่กว่าจะหนีจากเมืองผิงจิงกลับมาได้ถูกลงทัณฑ์สอบสวนอย่างหนัก คิดจะบีบให้เขายอมสารภาพ แต่ทว่าเถียนอี้เซวียนที่ถูกขังอยู่ในคุกก็ถูกลงทัณฑ์สอบสวนจริง ดังนั้นข่าวแพร่ออกไปก็ยิ่งเสมือนจริงมากขึ้น ทำให้ทุกคนลืมไปว่าความจริงคำสั่งให้สอบสวนเถียนอี้เซวียนเป็นคำสั่งทั่วป๋าเหลียง ไม่ใช่คนในตระกูลของอาฮูหลู่แอบสั่งการ
ชาวเผ่ามั่วพากันโกรธแค้นไปล้อมจวนอาฮูหลู่เอาไว้ หากไม่ใช่ว่าทั่วป๋าเหลียงส่งคนไปเฝ้าจวนอาฮูหลู่ไว้ก่อนหน้านี้เพื่อจับตาดูและคอยอารักขา เกรงว่าตระกูลอาฮูหลู่ก็คงต้องถูกคนที่กำลังโกรธแค้นทึ้งฉีกเป็นชิ้นไปแล้ว
ทั่วป๋าเหลียงเองก็ตกอยู่ท่ามกลางความมืดแปดด้าน ความเดือดดาลของชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพล ปลอบใจยากยิ่งกว่าความเดือดดาลในหมู่ประชา อย่างไรครั้งนี้ทหารที่ถูกส่งไปบุกเทียนฉี่ก็มีลูกหลานวัยหนุ่มของตระกูลสูงศักดิ์เหล่านี้ไม่น้อย เดิมเพียงแค่คิดว่าส่งไปฝึกฝนในกองทัพเพื่อจะได้สร้างผลงานในวันหน้า ผู้ใดจะไปคิดว่าถึงกับต้องไปตายที่เทียนฉี่อย่างไร้ค่าเช่นนี้
หลังการต่อสู้ของทุกฝ่าย กอปรกับไม่มีหลักฐานใดที่จะพิสูจน์ว่าเถียนอี้เซวียนโกหก กลับกัน ข่าวลือที่ไม่เป็นผลดีต่ออาฮูหลู่กลับยิ่งกระพือรุนแรงยิ่งขึ้น ทั่วป๋าเหลียงเองได้แต่จนใจ จำต้องปล่อยเถียนอี้เซวียนไปก่อน เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า ท่าทียืนอยู่ข้างอาฮูหลู่อย่างเห็นได้ชัดของตนเองทำให้ความภักดีของตระกูลเถียนเริ่มสั่นคลอนแล้ว
เดิมตระกูลเถียนก็ไม่ใช่พรรคพวกทั่วป๋าเหลียง พอเกิดเรื่อง ปฏิกิริยาแรกของทั่วป๋าเหลียงก็คือเชื่อใจคนของตนเอง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ไม่อาจเรียกร้องให้ตระกูลเถียนยอมก้มหัวพลีชีพเพื่อทั่วป๋าเหลียงด้วยใจ เป็นฮ่องเต้มาหลายปี บางทีทำให้ทั่วป๋าเหลียงหลงลืมไปว่าตอนนั้นตระกูลเถียนเป็นขุนนางภักดีต่ออดีตฮ่องเต้ แต่พออดีตฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ ทั่วป๋าเหลียงขึ้นครองราชย์ ก็เปลี่ยนมาภักดีต่อเขาอย่างรวดเร็ว ตระกูลเช่นนี้จะหวังให้พวกเขามีความจงรักภักดีอันใดได้
ขณะที่ทั่วทั้งเมืองเหนือตกอยู่ท่ามกลางกระแสลมพายุโหม ฉู่หลิงที่อยู่ไกลถึงเมืองผิงจิงก็สบายอย่างหาได้ยากยิ่ง เพราะว่าเพิ่งปราบทัพเผ่ามั่วหลายหมื่นราบคาบ ชื่อเสียงองค์หญิงเสินโย่วพลันดังไปทั่วทั้งเทียนฉี่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ถึงกับแม้แต่เรื่องว่าราชการแทนพระองค์ก่อนหน้าที่ถูกบรรดาบัณฑิตคิดเอาเรื่องก็ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงอีก ไม่ว่าอย่างไร การปราบทัพเผ่ามั่วสี่หมื่นราบคาบก็เป็นชัยชนะที่เทียนฉี่เผชิญหน้ากับเผ่ามั่วแล้วไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงเวลาหลายสิบปีมานี้ หากเป็นเช่นนี้แล้วพวกเขายังคัดค้าน เกรงว่าคงถูกประชาใต้หล้าถ่มน้ำลายท่วมตาย
คนในราชสำนักต่างพากันสงบเสงี่ยมลง แต่เรื่องเก็บกวาดหลังสงครามจบลงก็ยังคงต้องมีคนมาจัดการ ยังมีเรื่องจัดพิธีรับโอรสบุญธรรมของฮ่องเต้หย่งเจีย ทำให้ฉู่หลิงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องราวในเมืองเหนือ อย่างไรไม่ว่าเมืองเหนือเกิดเหตุอันใด มาถึงเมืองผิงจิงก็ล้วนเป็นข่าวเก่าแล้ว
จวนองค์หญิง
หลีตั้นถือม้วนเอกสารปึกหนาเดินออกไป ในมือเขาก็คือรายชื่อทหารที่พลีชีพในศึกครั้งนี้ องค์หญิงเสินโย่วมีพระประสงค์จัดตั้งระเบียบชดเชยให้กับทหารพลีชีพ เรื่องนี้เดิมในกองทัพเทียนฉี่เองก็มีมาตลอด เพียงแต่ระเบียบง่ายมาก หลังนายทหารผู้หนึ่งตายไปก็จะมอบเงินเยียวยาให้เท่าใดเท่านั้น และยังเป็นเพียงแค่วาจา ครอบครัวทหารส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินนี้ทั้งหมด ถึงกับถูกคนเบื้องบนหักเก็บไปเกินครึ่ง
หลีตั้นย่อมเข้าใจความสำคัญของเอกสารในมือตน หากผลักดันสำเร็จ ไม่เพียงแต่เป็นขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าเทียนฉี่อย่างยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นเรื่องดีต่อสังคม การที่องค์หญิงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และมอบให้เขาที่อายุยังน้อยจัดการ ในใจหลีตั้นรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก หลีตั้นคิดแล้วก็ไปหาคนอีกสองสามคนมาช่วยเหลือ
ในห้องหนังสือ จวินอู๋ฮวนเลิกคิ้วมองไปทางหน้าประตูก่อนจะหันมากล่าวกับฉู่หลิง “อาหลิงให้ความสำคัญกับหลีตั้นผู้นี้มาก”
ฉู่หลิงยิ้มหวานเอ่ยว่า “เขาทำงานรอบคอบรวดเร็ว ทำให้รู้สึกว่าวางใจได้”
แม้ว่าในหมู่ชายหนุ่มกลุ่มนี้ หลีตั้นอายุน้อยกว่าผู้อื่น แต่ก็ทำงานได้รอบคอบที่สุด และรู้จักพลิกแพลงที่สุดอีกด้วย ตอนนั้นคุณชายหลีตั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์หาได้ยาก ย่อมมีเหตุผล บนโลกใบนี้ การเป็นผู้มีพรสวรรค์ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะเป็นได้
จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเหมือนครุ่นคิด “อบรมสั่งสอนให้ดี น่าจะเป็นขุนนางมีชื่อจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ได้” แต่จะได้ก็ต่อเมื่อวันหน้าหลีตั้นเองต้องไม่เดินออกนอกเส้นทาง
ฉู่หลิงหันหน้ามองประเมินเขา “เจ้ามาอยู่ที่นี่นานแล้ว ควรกลับไปได้หรือยัง”
จวินอู๋ฮวนมองนางอย่างคับแค้นใจ “อาหลิงไม่อยากเห็นข้าแล้วหรือ ข้าเพิ่งกลับมาไม่ถึงครึ่งเดือน อาหลิงก็ไล่ข้าแล้ว”