ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 795

#795ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 514-1 รับโอรสบุญธรรมสืบทอด

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่หลิงกับจวินอู๋ฮวนก็เข้าวังแต่เช้า ในวังไม่ได้เงียบเหงาเคร่งเครียดเหมือนเช่นวันวาน ยากจะมีบรรยากาศครึกครื้นยินดีเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาทรับโอรสบุญธรรมสืบทอด ก็เป็นเรื่องมงคลยิ่งใหญ่ ฉางเซิงเองก็ถูกส่งตัวเข้าวังมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนฉู่หลิงกับจวินอู๋ฮวนเดินเข้ามาในตำหนักข้าง อ๋องหนิงกับพระชายากำลังน้ำตาคลอมองดูฉางเซิงอยู่ ไม่ว่าจะรู้สึกยินดีเพียงใด แต่หลานชายผู้นี้ก็ต้องถูกส่งมอบให้ผู้อื่นแล้ว วันหน้าไม่มีสายสัมพันธ์เกี่ยวของกับจวนอ๋องหนิงอีกแล้ว อ๋องหนิงกับพระชายาจะไม่เสียใจได้อย่างไร

เพราะว่าฉางเซิงเป็นหลานชายคนโตสายเอกเพียงหนึ่งเดียว แต่เล็กสุขภาพไม่ดี อ๋องหนิงสองสามีภรรยาก็ทุ่มเทเพื่อเขามากกว่าหลานคนใด แม้ว่าชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียดีแล้ว มาถึงตอนนี้ก็ยังยากตัดใจ ฉางเซิงเองก็ขอบตาแดงเล็กน้อย เขารู้ว่าท่านปู่ท่านย่าหวังดีต่อเขา ถึงกับเริ่มพอจะรู้เส้นทางในวันหน้าของตนเองตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว แต่พอเขาจะต้องจากท่านปู่ท่านย่าไปจริงๆ ก็ยังคงรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่ไม่น้อย

อย่างไรเขาก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบสองเท่านั้น

“องค์หญิง” เห็นฉู่หลิงกับจวินอู๋ฮวนจูงกันเข้ามา อ๋องหนิงสองสามีภรรยาก็รีบเก็บอาการอาลัยอาวรณ์ ลุกขึ้นคำนับ ฉางเซิงเองก็เข้าไปคำนับเช่นกัน “พี่อาหลิง พี่เขย”

ฉู่หลิงอมยิ้มกวักมือเรียกเขา ฉางเซิงเดินมาตรงหน้านาง ฉู่หลิงกล่าวเบาๆว่า “กลัวหรือไม่”

ฉางเซิงส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยหนักแน่นว่า “ไม่กลัว”

“เด็กดี” ฉู่หลิงเอ่ยชมก่อนหันหน้าไปมองจวินอู๋ฮวน แสดงท่าทีบอกให้เขาพูดให้กำลังใจสองสามคำ แม้ว่าหลายปีมานี้จวินอู๋ฮวนไม่ค่อยอยู่เมืองผิงจิง แต่ขอเพียงเขาอยู่เมืองผิงจิง ฉางเซิงก็มักจะมาคอยติดตามเขา เรื่องราวการสมดุลอำนาจและต่อสู้กันในราชสำนัก ฉู่หลิงถามตนเองแล้วก็รู้สึกยังคงเข้าใจน้อยกว่าจวินอู๋ฮวน และบางครั้งความคิดนางก็อาจไม่เหมาะกับยุคสมัย อาจสอนฉางเซิงผิดได้ แต่ไรมาฉู่หลิงให้ความสำคัญกับการอบรมเด็กมาตลอด ดังนั้นฉางเซิงจึงให้ความเคารพจวินอู๋ฮวนอย่างมาก ไม่เพียงแต่เป็นราชบุตรเขยองค์หญิงเสินโย่ว แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเหมือนเป็นอาจารย์ฉางเซิงครึ่งหนึ่ง

ฉางเซิงจ้องมองจวินอู๋ฮวน ในใจเขาเข้าใจดีว่าที่พี่อาหลิงชมเขา อาจเป็นเพียงแค่กำลังปลอบใจเขา แต่หากคุณชายฉางหลีชมตนเอง ส่วนใหญ่น่าจะเพราะเขาทำได้ดีพอจริงๆ

จวินอู๋ฮวนยิ้มบางพลางเอ่ยว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ปล่อยไปตามท่วงทำนองก็พอ”

ฉางเซิงกะพริบตาปริบๆ มองทั้งสองคนตรงหน้า พลันรู้สึกผ่อนคลายลงทันที คล้ายว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะครั้งใหญ่นี้สำหรับเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่น่ากลัวอันใดอีกแล้ว นับจากวันนี้ไป เขาก็คือฉู่เจา แต่เขาเองก็ยังคงเป็นฉางเซิงเช่นกัน

“พี่อาหลิง วันหน้าข้าจะพบเสด็จอาอ๋องหนิงกับพระชายาได้หรือไม่” ฉางเซิงกระซิบถามขึ้น

อ๋องหนิงสองสามีภรรยาได้ยินดังนี้สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยน รีบมองไปทางฉู่หลิง

ฉู่หลิงยิ้มกว้างเอ่ยว่า “ได้สิ วันหน้าแม้ไม่อาจเรียกอ๋องหนิงกับพระชายาว่าท่านปู่ท่านย่าแล้ว แต่พวกเขายังคงเป็นผู้อาวุโสของเจ้า ฉางเซิงหากรู้สึกเบื่อก็ให้คุณชายน้อยจวนอ๋องหนิงเข้าวังมาเป็นเพื่อนหรือเล่นด้วยกันได้”

ฉางเซิงรับคำอย่างดีใจ ทว่าสายสัมพันธ์เขากับน้องชายน้องสาวคนอื่นๆ ในจวนอ๋องหนิงก็ธรรมดามาก ไม่ได้ต้องการอยากเล่นด้วยเป็นพิเศษ

อ๋องหนิงกับพระชายามองฉู่หลิงอย่างซาบซึ้งใจ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน

พิธีรับโอรสบุญธรรมสืบทอดมีขั้นตอนซับซ้อนมาก ตั้งแต่ยามมงคลเริ่มต้นขึ้นก็ใช้เวลามาเกือบหนึ่งชั่วยามกว่า เพราะว่าพระพลานามัยฮ่องเต้หย่งเจียอ่อนแอ พิธีหลายอย่างก็มอบให้ฉู่หลิงในฐานะองค์หญิงผู้สำเร็จราชการดำเนินการต่อแทน วันนี้ในวังจัดแท่นปรัมพิธีบูชาข้างตำหนักเฟิ่งเซียน เหล่าขุนนางมองดูองค์หญิงเสินโย่วในชุดสีแดงสด จูงเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางแต่เปี่ยมด้วยสง่าราศีตามแบบราชนิกุล ค่อยๆ เดินขึ้นไปด้านบนสุด

ด้านล่างของแท่นปรัมพิธี บรรดาขุนนางต่างลงคุกเข่าพร้อมเพรียง ขุนนางเฒ่าหลายคนอดน้ำตาคลอไม่ได้

สุดท้ายฝ่าบาทก็มีสายพระโลหิตสืบทอดแล้ว แผ่นดินเทียนฉี่มีผู้สืบทอดแล้ว จะไม่ให้พวกเขาซาบซึ้งตื้นตันใจได้อย่างไร ส่วนจะว่าในความตื้นตันนี้มีความดีใจกับความกังวลกี่ส่วน ก็มิใช่เรื่องที่คนนอกจะรู้ได้แล้ว

จวินอู๋ฮวนยืนอยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้หย่งเจีย มองภาพนี้แล้วก็อดเผยรอยยิ้มบางไม่ได้ ที่เขามองย่อมมิใช่ฉางเซิง แต่เป็นฉู่หลิง ในความทรงจำเลือนรางของเขา เขายังพอจำได้ว่า หลายปีก่อนอาหลิงยังเป็นเด็กสาวคล้ายว่ายังไม่เติบโตเต็มที่ ตอนนี้นางเป็นองค์หญิงผู้สำเร็จราชการแผ่นดินงดงามเปล่งบารมีข่มขวัญผู้คนรอบกาย สาวน้อยในชุดหงส์ทองสีแดง ท่วงท่าอ่อนโยนราวกับดอกโบตั๋นสูงสง่าและสุขุมเยือกเย็น โน้มลงมายังโลกมนุษย์ และเขาก็คือผู้ครอบครองดอกโบตั๋นสูงสง่าล้ำค่านี้เพียงผู้เดียว

“เห็นชิงเอ๋อร์เช่นนี้แล้ว เรารู้สึกว่าเราเลือกไม่ผิด” ฮ่องเต้หย่งเจียเอนหลังพิงเก้าอี้ที่ประทับเงยพระพัตร์ตรัสกับจวินอู๋ฮวน

จวินอู๋ฮวนยิ้มบางพลางกล่าว “การเลือกของฝ่าบาทไม่เลวจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายพระพักตร์ “เราไม่ใช่คนดื้อดึง เพียงแต่มักรู้สึกว่า ภาระที่ต้องแบกใต้หล้านี้ไว้หนักหนาเกินไป จะมอบไว้บนบ่าชิงเอ๋อร์ เราทำใจไม่ได้”

แม้แต่เขาเองก็แบกรับภาระนี้แทบไม่ไหว สุดท้ายได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามท่วงทำนอง มีเพียงได้เคยลิ้มลองแล้วจึงจะได้รู้ว่าแท้จริงนั้นหนักหนาเพียงใด ยากลำบากเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้น ชิงเอ๋อร์ก็ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้อย่างถูกตรงตามธรรมเนียมปฏิบัติ ไยต้องทุ่มเทเพื่อการนี้ด้วย

จวินอู๋ฮวนเหลือบตาขึ้นมอง “คนบางคน...เกิดมาก็ต้องแบกรับภาระมากมายที่คนทั่วไปไม่อาจแบกรับไหว”

ฮ่องเต้หย่งเจียจ้องมองบุตรีบนแท่นปรัมพิธีเป็นนานก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง หากนางเลือกเส้นทางสายนี้ เราผู้เป็นบิดา แม้ไม่อาจช่วยอันใดนางได้ แต่ก็ไม่ควรกลายเป็นก้อนหินขวางทางนาง อีกร้อยพันปีจากนี้ อนุชนรุ่นหลังย่อมต้องรู้สึกตกตะลึงกับความสำเร็จที่นางสร้างขึ้น”

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “อยู่ในโลกปัจจุบันนี้ดีกว่าวาดหวังโลกภายภาคหน้า โลกภายภาคหน้าจะวิจารณ์อย่างไร ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว”

ฮ่องเต้หย่งเจียไม่เอ่ยอันใดอีก เพราะว่าฉู่หลิงจูงฉางเซิงเดินมาทางพวกเขาแล้ว แต่ได้ยินคำพูด จวินอู๋ฮวน ฮ่องเต้หย่งเจียที่เดิมขมวดพระขนงเล็กน้อยก็พลันคลายลงไปมาก ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าจวินอู๋ฮวนเป็นคนที่เหมาะสมกับชิงเอ๋อร์ที่สุด เพราะว่าความคิดพวกเขาเหมือนกัน คนบนโลกนี้มักจะเหน็ดเหนื่อยเพื่อชื่อเสียง แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่เว้นวาย แต่ทั้งสองคนนี้กลับไม่คิดเช่นนั้นแม้แต่น้อย ขอเพียงอยู่บนโลกในยามนี้ให้ดี ไม่คิดสนใจถามไถ่ถึงภายภาคหน้า

“เสด็จพ่อ” พิธีรับโอรสบุญธรรมเสร็จสิ้นลงท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องยินดีจากบรรดาขุนนาง ฉู่หลิงจูงฉางเซิงเดินมาตรงเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้หย่งเจีย ก้มหน้าลงเอ่ยกับเด็กหนุ่มข้างๆ “ฉางเซิง”

ฉางเซิงก้มลงถวายคำนับฮ่องเต้หย่งเจียอย่างนอบน้อม สามคุกเข่าเก้าคำนับตามธรรมเนียม พร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงก้องกังวาน “หม่อมฉันฉู่เจา ถวายบังคมเสด็จพ่อ”

ฮ่องเต้หย่งเจียนิ่งอึ้ง ครึ่งชีวิตช่วงแรกของเขาไร้วาสนามีผู้สืบทอด เดิมให้การยอมรับฉางเซิงก็เพื่อให้มีโอรสสืบทอดเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกรักเด็กคนนี้สักเท่าไร เพียงแต่เลือกเด็กในราชนิกุลสักคนที่ส่งผลดีต่อชิงเอ๋อร์มาเป็นโอรสบุญธรรมสืบทอดเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รับเอาคนที่สถานะระดับอาวุโสขัดแย้งกันเช่นนี้ แม้เด็กชายในราชนิกุลจะมีไม่มาก แต่หากต้องการเลือกจริงๆ ก็ใช่ว่าเลือกหาคนที่สถานะระดับอาวุโสเหมาะสมกว่าไม่ได้ แต่ทว่ายามนี้ได้ยินเด็กคนนี้เรียกตนเองว่าเสด็จพ่อ ในใจก็อดอ่อนยวบลงไม่ได้ รับคำว่า “เด็กดี ลุกขึ้นได้”

ดึงฉางเซิงมาตรงหน้า หยิบหยกประดับแสดงสถานะองค์ชายจากขุนนางข้างพระวรกายแขวนให้เขาชิ้นหนึ่ง “เด็กดี วันหน้าเชื่อฟังเสด็จพี่หญิงเจ้าให้ดีนะ”

ฉางเซิงพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”

เห็นฮ่องเต้หย่งเจียแขวนหยกประดับให้ฉางเซิงเสร็จ ขุนนางพิธีการก็ประกาศขึ้นทันที “เสร็จพิธี กระหม่อมทุกคนขอน้อมถวายพระพรฝ่าบาทและองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ!”

“น้อมถวายพระพรฝ่าบาท!”

“น้อมถวายพระพรองค์ชาย!”

เสียงดังกึกก้องทั่วพระที่นั่ง เสียงแห่งความยินดีปรีดา ฉางเซิงเห็นภาพความยินดีนี้แล้วก็มองไปทางฉู่หลิงอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ฉู่หลิงยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ยื่นมือขึ้นลูบท้ายทอยเขาทีหนึ่ง

“พี่อาหลิง”

“อืม วันหน้าฉางเซิงเรียกข้าว่าพี่อาหลิงได้แล้ว”

“พี่อาหลิง!” ฉางเซิงเอ่ยเรียก

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 795