ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 792

#792ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 512-2 ความกังวลของเยียนถัวอี้

หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “พี่ใหญ่ พี่ให้ค่าข้ามากเกินไปแล้ว ข้า...คล้ายว่าไม่มีความสามารถมากมายเพียงนั้น”

หนานกงอวี้เยว่ไม่ค่อยเอ่ยเรียกเยียนถัวอี้ว่าพี่ใหญ่ แต่ยามนี้เยียนถัวอี้ไม่ได้รู้สึกดีใจแม้สักนิด แววตาที่มองหนานกงอวี้เยว่ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย “ไม่เกี่ยวกับเจ้าแน่หรือ”

หนานกงอวี้เยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง ท่าทางรำคาญมาก “ท่านไม่เชื่อก็แล้วไป แม้เกี่ยวกับข้า ท่านจะทำอันใดได้”

เยียนถัวอี้สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะสงบจิตใจลงได้ ถอนหายใจเบาๆ “หมี่เยว่ อย่าพูดด้วยโทสะ”

หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเยียบเย็น “พอมาถึงก็มาไล่เอาความกับข้า ท่านสงสัยข้ามาก่อนแล้วใช่ไหม”

เยียนถัวอี้หลุบตา เขาไม่ใช่คนโง่ ย่อมรับรู้ได้ว่าน้องชายผู้นี้มักเผยความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังและความประสงค์ร้ายต่อเผ่ามั่วออกมาอยู่เสมอ แม้ตระกูลเยียนถัวมีผลประโยชน์ขัดกับทั่วป๋าเหลียง แต่ไม่เคยคิดทำลายเผ่ามั่ว พวกเขาเองก็เป็นชาวเผ่ามั่ว ทำลายเผ่ามั่วไม่ต่างอันใดกับการทำลายเป่ยจิ้น

“หมี่เยว่ แท้จริงแล้วเจ้าต้องการทำอันใดกันแน่” เยียนถัวอี้ถอนหายใจ เขาถามเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบแท้จริง

หนานกงอวี้เยว่กระดกมุมปากยิ้มเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ข้าเคยบอกแล้ว ข้ากำลังช่วยพี่ใหญ่ ตระกูลเยียนถัวคิดจะยืนให้มั่นคงในเผ่ามั่ว ดำรงตำแหน่งตระกูลขุนนางเก่าแก่อันดับหนึ่งได้ ข้าคิดว่าต้องกำจัดทั่วป๋าเหลียง นี่มิใช่เรื่องน่ายินดีพอดีหรอกหรือ”

เยียนถัวอี้มองเขาลุ่มลึก “ตอนนั้นที่เจ้าก็กำจัดอดีตฮ่องเต้...ก็กล่าวเช่นนี้”

หนานกงอวี้เยว่หัวเราะอย่างไม่คิดเช่นนั้น “พี่ใหญ่ พี่คิดมากไปแล้ว ข้าเป็นน้องชายพี่ หรือว่าข้าจะทำร้ายพี่ใหญ่กัน”

เยียนถัวอี้อดยิ้มขื่นขมในใจไม่ได้ เขาไม่กล้ารับรองจริงๆ ว่าน้องชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเขา แต่จะให้ทำเช่นไรได้ ตระกูลเยียนถัวสร้างกรรมนี้ขึ้นมา อย่างไรก็ต้องชดใช้

เยียนถัวอี้สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง มองหนานกงอวี้เยว่กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หมี่เยว่ เจ้ารู้ไหม...ครั้งนี้สูญเสียทหารไปถึงสี่หมื่นกว่านาย กอปรกับก่อนหน้านี้ที่สูญเสียที่ซีฉินและเมืองชางอวิ๋น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป...กำลังทหารเป่ยจิ้นเราก็คงลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนแทบไม่เหลือแล้ว”

หนานกงอวี้เยว่ “พี่ใหญ่ พี่คิดมากไปแล้ว กองกำลังทหารแดนใต้หลายแสนพวกนั้นก็มิใช่ถูกเลี้ยงมาให้พวกเขากินเสียข้าวสุกกระมัง ข้าว่านะ ก็ควรให้พวกเขาออกรบ ไปสู้ตายกับเยี่ยนเฟิ่งเซียว ใช้ชาวเทียนฉี่ทำลายชาวเทียนฉี่เอง ไม่ใช่เรื่องดีหรือ เหตุใดต้องพาตนเองออกไปรบด้วย”

หลักการนี้ผู้ใดล้วนเข้าใจ เยียนถัวอี้ฝืนยิ้มเอ่ย “มิใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน ยากร่วมใจกันเป็นหนึ่ง”

วิธีนี้ใช่ว่าไม่มีคนเคยคิดใช้ แต่จำนวนชาวเทียนฉี่มากกว่าชาวเผ่ามั่วมากจริงๆ ทันทีที่ให้อำนาจบนสนามรบแก่พวกเขาหรือเสริมกำลังรบให้พวกเขามากเกินไป ยากรับรองได้ว่าพวกเขาจะไม่หันหลังกลับมาสู้กับตนเอง แม้เริ่มต้นมิได้มีความคิดนี้ แต่หลายครั้งที่เข้ารบกับเมืองชางอวิ๋น หรือว่ายังไม่เข้าใจว่าชาวเผ่ามั่วคิดใช้ให้พวกเขาเข่นฆ่ากันเอง

ดังนั้นหลายปีมานี้ ชาวเผ่ามั่วได้แต่เลี้ยงดูกองกำลังทหารแดนใต้เป็นดังเศษสวะ เป็นดังเป้ากระสุนปืนใหญ่บนสนามรบดังเช่นที่ผ่านมาเท่านั้น การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำลายกำลังรบกองกำลังทหารแดนใต้ แต่ยังทำลายขวัญและกำลังใจของพวกเขา แม้ว่ามีบ้างบางครั้งที่จะเกิดสถานการณ์ดังเช่นตอนอ๋องเสิ่นบุกเมืองชาง อวิ๋น แต่ส่วนใหญ่พวกเขาล้วนปลอดภัยกันดี

หนานกงอวี้เยว่มองเยียนถัวอี้ ถามขึ้นว่า “พี่ใหญ่บอกเรื่องพวกนี้กับข้า มีประโยชน์อันใด ข้าก็มิใช่จะออกรบเสียหน่อย”

เยียนถัวอี้เอ่ยสีหน้าเคร่งเครียด “เมืองผิงจิงเกิดเรื่องอันใดขึ้น เจ้าไม่รู้จริงหรือ”

หนานกงอวี้เยว่เอียงคอมองประเมินเยียนถัวอี้ พลันยิ้มหวานเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นที่เมืองผิงจิง เรื่องราวก็เกิดขึ้นแล้ว คนก็ตายไปแล้ว ไม่อาจฟื้นคืนชีพได้อีก พี่ลองมาคิดดูดีกว่า พี่อาศัยโอกาสนี้ทำอันใดได้บ้าง”

“หมี่เยว่!” เยียนถัวอี้โมโหจนสมองแทบพองแตกเป็นเสี่ยง

หนานกงอวี้เยว่กลับพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่า “มีอันใดไม่ถูกต้อง หรือว่าพี่แก้ไขเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ ให้คนตายไปได้ฟื้นขึ้นมาหรือ ในเมื่อไม่ได้ คิดไปก็ไร้ประโยชน์”

เยียนถัวอี้สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย มองหนานกงอวี้เยว่ลังเลเอ่ยว่า “หมี่เยว่ เจ้าคิดจะ...”

หนานกงอวี้เยว่สีหน้าเย็นเยียบ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หากพี่ไม่มีอันใดแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อน ข้างานยุ่งมาก”

เยียนถัวอี้เอ่ยว่า “ได้ เช่นนั้นเจ้าบอกพี่...แท้จริงอาฮูหลู่ขายชาติหรือไม่ องค์หญิงเสินโย่วคิดทำอันใด”

หนานกงอวี้เยว่พลันเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “เซิงเซิงหรือ เรื่องที่เซิงเซิงคิดจะทำ...น่าจะไม่ต่างจากเรื่องที่พวกพี่คิดจะทำกระมัง พี่ใหญ่ พี่ไม่เห็นหรือ เถียนอี้เซวียนกลับมาแล้ว แต่...ในราชสำนักกลับยังไม่ได้รับข่าวจากเมืองผิงจิง เรื่องนี้น่าจะเป็นข่าวเมื่อครึ่งเดือนก่อนแล้วกระมัง”

จากเมืองผิงจิงมาถึงเมืองเหนือต้องการระยะเวลาจริง แต่หากควบม้าเร็วนำข่าวมาส่งโดยไม่หยุดพักก็เพียงพอ เถียนอี้เซวียนที่ว่าถูกล่าสังหารจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็กลับมาแล้วมิใช่หรือ

“หมายความเยี่ยงไร”

หนานกงอวี้เยว่สีหน้าผิดหวัง เอ่ยว่า “นี่พี่ใหญ่ยังไม่เข้าใจอีกหรือ ตั้งแต่ต้น...ฮ่องเต้เราโดนคนวางอุบายหลอกเอาแล้ว ตั้งแต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน ข่าวจากเมืองผิงจิงมาเมืองเหนือก็ถูกคนสกัดไว้หมดแล้ว พี่เดาว่าเป็นฝีมือผู้ใด เพียงแค่องค์หญิงเสินโย่วหรือแค่ฮ่องเต้เทียนฉี่คงทำไม่ได้”

เยียนถัวอี้สะดุ้งในใจ

หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “ทั่วป๋าหลัว ไป๋หลี่ชิงหง ซู่เหอหมิงกวง หรือแม้แต่เมืองชางอวิ๋น ซีฉินก็ร่วมวงด้วย เห็นได้ชัดว่า...ทั่วป๋าเหลียงเป็นคนน่ารังเกียจจริงๆ”

แน่นอนว่า ราชครูหนานกงเองก็ร่วมวงอยู่ด้วย เพียงแต่เขาไม่คิดบอกพี่ชายตนเอง

“ไป๋หลี่ชิงหง!” เยียนถัวอี้สบถน้ำเสียงเยียบเย็น ผู้อื่นก็แล้วไป ไป๋หลี่ชิงหงถึงกับเป็นคนคิดชั่วช้าได้เช่นนี้

หนานกงอวี้เยว่หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “พี่ใหญ่ พี่อย่าบอกว่าข้าว่าพี่ไม่รู้แม้สักนิด”

เยียนถัวอี้อึ้งไปทันที เขารู้จริง แต่คิดไม่ถึงว่าไป๋หลี่ชิงหงถึงกับ...“หลายวันก่อน เรื่องฝ่าบาทถูกพิษเป็นฝีมือไป๋หลี่ชิงหงหรือ”

แต่ไรมาเยียนถัวอี้ไม่ชอบไป๋หลี่ชิงหง เพราะว่าเขามองคนผู้นี้ไม่ออก แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังคงมองไม่ออกว่าแท้จริงไป๋หลี่ชิงหงต้องการทำอันใดกันแน่

หนานกงอวี้เยว่เลิกคิ้ว “ก็มิใช่ เพียงแต่เขาโชคไม่ดี ถูกคนวางอุบายเท่านั้น เอาเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง ก็แค่หาเรื่องให้เขาเดือดร้อนเล่นเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาอาจลืมไปว่าตนเองคือผู้ใด”

เยียนถัวอี้จ้องมองหนานกงอวี้เยว่

หนานกงอวี้เยว่ “พี่ใหญ่ อย่าเอาแต่มองข้า เรื่องครั้งนี้ไม่ใช่ข้าจริงๆ ข้าไม่มีความแค้นกับไป๋หลี่ชิงหง จะวางอุบายเขาทำไมกัน”

“…”

คนที่ไร้ความแค้นกับเจ้า แต่โดนเจ้าวางอุบาย มีน้อยเสียที่ไหนกัน

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 792