ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 789
ตอนที่ 510-2 ถูกพิษ
ทั่วป๋าหมิงจูส่งขุนนางกับคนของคุกหมิงอวี้ที่มาสอบถามกลับไปแล้วจึงได้ถูกไป๋หลี่ชิงหงลากกลับมาห้องหนังสือ ไป๋หลี่ชิงหงให้บ่าวรับใช้หน้าประตูถอยออกไปให้หมด ลากทั่วป๋าหมิงจูเข้าไปในห้อง ก่อนจะสะบัดมือนางทิ้ง
ทั่วป๋าหมิงจูโมโหถลึงตาจ้องไป๋หลี่ชิงหง “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “น่าจะเป็นข้าถามว่า องค์หญิงต้องการทำอะไรถึงจะถูก”
ทั่วป๋าหมิงจูโต้กลับว่า “ข้าไม่รู้เจ้ากำลังพูดอันใด”
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยทันทีว่า “ฝ่าบาทถูกพิษ เจ้ากล้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับเจ้าหรือ”
ทั่วป๋าหมิงจูสีหน้าซีดเผือด กล่าวอย่างดุดันว่า “ไป๋หลี่ชิงหง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! นั่นคือบิดาข้า! ข้าจะทำร้ายบิดาได้อย่างไร!”
ไป๋หลี่ชิงหงมองประเมินนางครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “จู้เหยาหงพูดอันใดกับเจ้า”
สายตาทั่วป๋าหมิงจูวูบไหวเล็กน้อย รีบปฏิเสธทันที “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอันใด หากไม่มีอันใด ข้าขอตัวก่อน สุขภาพข้าไม่ค่อยดี!”
ความจริงหลังจากกินยาที่จู้เหยาหงให้นางแล้ว นางก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าสุขภาพตนเองดีขึ้นมาก แต่ก็รู้ดีว่าสภาพเช่นนี้ดำรงอยู่ไม่เกินสามวัน ในใจทั่วป๋าหมิงจูพลันเคียดแค้นชิงชังผู้ชายตรงหน้าอย่างที่สุด
ไป๋หลี่ชิงหงมองนาง “ไม่ว่าพระสนมเหยาพูดอันใดกับเจ้า เจ้าอย่าได้เชื่อจะดีที่สุด นางไม่ใช่มิตรของเจ้า”
ในใจทั่วป๋าหมิงจูกำลังแค่นหัวเราะเย็นเยียบ ไม่ว่าพระสนมเหยาคือผู้ใด อย่างน้อยก็มีเรื่องหนึ่งที่จู้เหยาหงไม่ได้หลอกนาง
“ราชบุตรเขยไม่มีเรื่องอื่นใดคิดเอ่ยกับข้าหรือ” ทั่วป๋าหมิงจูถามขึ้นว่า อดมีความหวังเล็กๆ ขึ้นในใจไม่ได้ นางบอกตนเองในใจ ขอเพียงไป๋หลี่ชิงหงสารภาพกับนาง นางจะต้องให้อภัยเรื่องที่เขาทำมาทั้งหมด
“ไม่มี” ไป๋หลี่ชิงหงตอบอย่างไม่ลังเล
ใจร่วงหล่นลงจากกลางอากาศ ตกลงไปในหลุมดำลึกประมาณมิได้ ราวกับอยู่ในคุกน้ำแข็งหนาวเหน็บจับใจ ไม่อาจรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นใดอีกต่อไป
ทั่วป๋าหมิงจูจ้องมองไป๋หลี่ชิงหงอยู่นาน ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ข้ารู้แล้ว”
เจดีย์ขาว
หนานกงอวี้เยว่กำลังฟังคนตรงหน้ารายงานอยู่ด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน หว่านหรูข้างกายกำลังจะยกมือขึ้นนวดขมับให้เขา
หว่านหรูหยุดมือที่กำลังยกขึ้นลง หนานกงอวี้เยว่ลงหนุนตักนางเหลือบตาขึ้นมองไปทางคนตรงหน้า เลิกคิ้วถามว่า “ทั่วป๋าเหลียงถูกพิษ ยังไม่ตายหรือ”
“เรียนคุณชาย ยังขอรับ” คนที่ตอบเอ่ยอย่างหมดคำจะพูด แม้คุณชายดำรงตำแหน่งราชครูสูงส่ง แต่การถามว่าฝ่าบาทตายหรือยังด้วยน้ำเสียงผิดหวังอย่างไม่เก็บงำความรู้สึกเช่นนี้ เป็นการไร้ความเคารพไปสักหน่อยหรือไม่
หนานกงอวี้เยว่ลุกขึ้นนั่งพลางเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “พวกเขาทำงานอย่างไรกัน แค่เรื่องเล็กๆ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ เล่าเรื่องราวทั้งหมดมาให้ข้าฟังหน่อย”
ชายหนุ่มมิกล้ารอช้า รีบเล่าเรื่องที่ไปสืบมาอย่างละเอียดทันที หนานกงอวี้เยว่ยิ่งฟังก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น เห็นชัดว่าไม่เหมือนดังที่เขาคิดไว้ หนานกงอวี้เยว่ก้มหน้าลงครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจความคิดอีกฝ่ายทันที พลันแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “แผนการมากจริง ลูกน้องของเขาก็น่ารังเกียจเหมือนกันจริงๆ”
ชายหนุ่มแม้ว่ามิกล้าเอ่ยอันใด แต่ในใจอดแอบเอ่ยไม่ได้ว่า ร่วมมือกับคุณชาย แผนการไม่มากจริง ก็คงได้ถูกท่านกลืนกินไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
แต่ทว่าวาจาผิดต่อคุณธรรมมหันต์เช่นนี้ ได้แต่เพียงคิดในใจเท่านั้น เขาไม่มีทางกล้าเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด
หนานกงอวี้เยว่โบกมืออย่างหงุดหงิดให้ชายหนุ่มออกไปได้ พร้อมกับสั่งการ “ฟู่เหลิ่งล่ะ ให้ฟู่เหลิ่งมาพบข้า!”
ครู่หนึ่งต่อมาฟู่เหลิ่งก็เดินเข้ามา “คุณชาย”
หว่านหรูเองก็ลุกขึ้นถอยไปยืนข้างหนึ่ง หว่านหรูยืนนอบน้อมอยู่ไม่ไกลนักดังบ่าวหญิงในเจดีย์ขาวทั่วไป
หนานกงอวี้เยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “เจ้าไปพบหมิงจิ้ง ยังมีเจ้าไป๋หลี่ชิงหง ไปถามพวกเขา แท้จริงคิดทำอันใดกัน”
ฟู่เหลิ่งเหลือบตาขึ้นมองหนานกงอวี้เยว่อย่างลังเลเล็กน้อย “คุณชาย ประมุขตระกูลเยียนถัวเพิ่งให้คนมารายงานว่าขอให้คุณชายกลับไปสักครั้ง”
“ไม่กลับ” หนานกงอวี้เยว่ปฏิเสธอย่างไม่ลังเล กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “มีอันใดให้เขามาพูดที่เจดีย์ขาว ไม่มาก็แล้วไป ข้าเองก็ไม่ใช่ว่าจะต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลเยียนถัว”
ฟู่เหลิ่งเอ่ยว่า “ประมุขตระกูลเยียนถัวว่า...เกรงว่าคุณชายไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้ว ทางไทเฮา...”
หนานกงอวี้เยว่หรี่ตาเล็กน้อย “ไทเฮาเกิดเรื่องอันใดขึ้น”
“แผนการคุณชาย ไทเฮาอาจทรงไม่เห็นชอบ” ฟู่เหลิ่งกล่าว
หนานกงอวี้เยว่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เขากำลังข่มขู่ข้า”
แม้ว่าไทเฮาโปรดปรานหนานกงอวี้เยว่มากกว่า แต่เรื่องใหญ่ยังคงฟังเยียนถัวอี้มากกว่า เยียนถัวอี้หมายความอย่างไร หนานกงอวี้เยว่ย่อมรับรู้ได้ ฟู่เหลิ่งเงียบงัน เขาย่อมไม่อาจกล่าวว่าประมุขตระกูลเยียนถัวกำลังข่มขู่คุณชาย เช่นนั้นก็เท่ากับราดน้ำมันลงบนกองไฟ
ฟู่เหลิ่งลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณชายโปรดระงับโทสะ บางที...ประมุขตระกูลเยียนถัวอาจมีเรื่องสำคัญอันใดจริงๆ ไม่สะดวกมาคุยที่เจดีย์ขาว”
“มีเรื่องอันใดไม่สะดวกมาคุยที่เจดีย์ขาวกัน”
สำหรับหนานกงอวี้เยว่ เจดีย์ขาวเป็นสถานที่หนึ่งในใต้หล้านี้ที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายไว้วางใจอย่างที่สุด ทุกอย่างที่นี่ล้วนอยู่ใต้ความควบคุมของเขา ไม่มีที่ใดปลอดภัยไปกว่าที่นี่อีกแล้ว
ฟู่เหลิ่งเองก็ย่อมไม่รู้เช่นกัน
หนานกงอวี้เยว่ลุกขึ้นยืนอย่างหงุดหงิด เดินไปมาในห้องโถงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าไปจัดการก่อน!บอกหมิงจิ้งกับไป๋หลี่ชิงหง สงบเสงี่ยมหน่อย อย่าคิดว่าข้าไม่รู้พวกเขาวางแผนร้ายอันใด! ในเมืองเหนือนี้ ข้าเป็นคนตัดสิน!”
“ขอรับคุณชาย” ฟู่เหลิ่งรับคำ แต่กลับไม่ได้ออกไปในทันที ยังคงมองหนานกงอวี้เยว่
หนานกงอวี้เยว่โมโห “ข้ารู้แล้ว! บอกเยียนถัวอี้ล้างคอให้สะอาดรอข้าได้เลย!”
ฟู่เหลิ่งลังเลครู่หนึ่ง “เรียนคุณชาย ไม่ใช่เรื่องนี้ ในวังส่งคนนำจดหมายมา บอกว่ามีเรื่องขอพบคุณชาย ขอคุณชายหาเวลาไปสักครั้ง”
แววตาที่หลุบลงของหว่านหรูที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่องประกายวาวเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับนิ่งสงบมองอาการไม่ออก
หนานกงอวี้เยว่ขมวดคิ้ว “นางมีเรื่องอันใด”
หญิงผู้นั้นทั้งโง่เง่าและงี่เง่า หากไม่ได้เห็นว่านางน่าสนุกอยู่บ้าง และยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของซู่เหอหมิง กวง เขาก็คงไม่สนใจนางไปนานแล้ว
“ข้าน้อยไม่ทราบ” ฟู่เหลิ่งก้มหน้าลงตอบอย่างนอบน้อม
หนานกงอวี้เยว่ตอบทันที “รู้แล้ว ออกไปได้!”
“ข้าน้อยขอตัว!”
พอฟู่เหลิ่งออกไปแล้ว หว่านหรูจึงได้มองหนานกงอวี้เยว่ที่เห็นชัดว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีด้วยแววตาระแวดระวัง ถามขึ้นเบาๆ ว่า “คุณชาย ท่านจะไปพบองค์หญิงจินเหลียนตอนนี้หรือ...เกรงว่าจะไม่ใช่เวลา”
หนานกงอวี้เยว่ไม่พอใจทันที “สำหรับข้า ไม่มีสิ่งใดไม่ใช่เวลา!”
หว่านหรูสีหน้าแข็งทื่อ ค่อยๆ ก้มศีรษะลง
“คุณชายกล่าวได้ถูกต้อง หว่านหรูโง่เขลา”
หนานกงอวี้เยว่หันกลับไปนอนลงบนเก้าอี้นอนด้านหลังต่อ หลับตาพักเล็กน้อย หว่างคิ้วยังมีแววหงุดหงิดและตื่นเต้นอย่างไม่ค่อยพบเห็นนัก