ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 785
ตอนที่ 508 โง่เง่าเกินเยียวยาแล้ว!
ไป๋หลี่ชิงหงออกจากเรือนพักทั่วป๋าหมิงจูก็มิได้กลับห้องหนังสือตนเอง แต่หันเดินออกจากจวนไป ตอนนี้ราชบุตรเขยไป๋หลี่นับว่าเป็นขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้เป่ยจิ้น ไม่ว่าในจวนองค์หญิงเจากั๋วหรือในเมืองเหนือล้วนทรงอำนาจมาก อย่างน้อยในเวลานี้เขาออกไปที่ใดก็ไม่มีคนกล้าสงสัยคิดสอบถาม
ไป๋หลี่ชิงหงเดินรอบเมืองได้สองรอบ แน่ใจว่าไม่มีคนสะกดรอยตามตนเองมา ก็เลี้ยวเข้าไปในบ้านชาวบ้านที่ไม่สะดุดตาหลังหนึ่งในพื้นที่ชาวบ้านทั่วไป ในบ้านหลังนั้น หมิงจิ้งกำลังนั่งอ่านม้วนเอกสารอยู่ที่โต๊ะ พอได้ยินเสียงประตูถูกคนเตะเปิดออกก็เงยหน้ามองอย่างไม่พอใจ พอเห็นไป๋หลี่ชิงหงก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนแววตาจะนิ่งขรึมลง กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ราชบุตรเขยไป๋หลี่หมายความเช่นไร”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้าทำหรือ”
หมิงจิ้งคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยื่นมือวางเอกสารในมือลงไว้อีกทางหนึ่ง ถามขึ้นว่า “อะไรคือข้าทำ ข้าไม่ค่อยเข้าใจราชบุตรเขยไป๋หลี่”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ทั่วป๋าหมิงจูคลอดก่อนกำหนด เจ้ากล้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า!บ่าวหญิงนั่นไปไหนแล้ว”
หมิงจิ้งมองประเมินไป๋หลี่ชิงหงครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ราชบุตรเขยไป๋หลี่กล่าววาจาน่าสนใจจริง หรือว่าเรื่ององค์หญิงเจากั๋วคลอดก่อนกำหนดไม่ใช่เพราะว่าราชบุตรเขยไป๋หลี่...”
“หมิงจิ้ง!” ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยเตือน
หมิงจิ้งย่อมเข้าใจดีว่าตนเองมิใช่คู่ต่อสู้ของไป๋หลี่ชิงหง ดังนั้นก็ได้แต่หุบปากลงอย่างรู้ความ
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เจ้าคิดทำอันใด”
หมิงจิ้งเลิกคิ้ว “ไม่เกี่ยวกับข้า ราชบุตรเขยไป๋หลี่ควรถามองค์หญิงของท่านว่าไปทำอันใดมา น่าจะถูกต้องกว่า”
“จวินอู๋ฮวน?”
หมิงจิ้งยิ้มเงียบไม่ตอบ ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “จวินอู๋ฮวนถึงกับลงมือกับทารกที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอด”
หมิงจิ้งกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“ราชบุตรเขยไป๋หลี่กล่าวเกินไปแล้ว เด็กก็มิใช่ว่าไม่เป็นอันใดหรือ”
ไป๋หลี่ชิงหงแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “มอบบ่าวหญิงผู้นั้นออกมา”
หมิงจิ้งผลักเอกสารไปด้านหน้า เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน “ราชบุตรเขยไป๋หลี่ไยต้องทำให้ข้าลำบากใจ เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ หากท่านดึงดันจะหาตัวให้ได้ ก็ไปหารือกับคุณชายเราเอง”
ไป๋หลี่ชิงหงตวาดดัง “มอบตัวนางออกมา!”
หมิงจิ้งยักไหล่ “นางไปจากเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ราชบุตรเขยไป๋หลี่ องค์หญิงเจากั๋วล่วงเกินผู้อื่นเอง คุณชายเพียงแต่ลงโทษนางเล็กน้อย ก็เพราะเห็นแก่หน้าราชบุตรเขย จึงได้ยั้งมือไว้บ้างแล้ว ตอนนี้ราชบุตรเขยไม่รู้สึกว่าตนเองบีบคั้นผู้อื่นมากเกินไปหรือ หรือว่าความจริงราชบุตรเขยคิดร้อนใจเพราะต้องการเอาใจทั่วป๋าเหลียงให้ไว้วางใจท่าน ทั่วป๋าเหลียงไม่สนใจบุตรสาวคนนี้แล้ว ไม่มีทางตำหนิท่านด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้แน่”
ไป๋หลี่ชิงหงไม่กล่าวอันใด เพียงแค่มองหมิงจิ้งด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ไม่ใช่เรื่องว่าจวินอู๋ฮวนยั้งมือหรือไม่ บางทีจวินอู๋ฮวนยั้งมือจริง แต่ก็ทำให้เขากับทั่วป๋าหมิงจูผิดใจกันได้สำเร็จ ทำให้เดิมพวกเขาที่สัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งพลันแหลกสลายลงยอ่างแท้จริง หากเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่เหมาะสมให้กับทั่วป๋าหมิงจู เกรงว่าทั่วป๋าหมิงจูคงจะเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ ไม่เป็นผลดีต่อแผนการของเขาอย่างมาก
หมิงจิ้งถูกเขาจ้องมองเช่นนี้ก็ไม่ได้กลัว ถึงกับอารมณ์ดี ยิ้มเอ่ยว่า “ราชบุตรเขยไยต้องโมโหเช่นนี้ ก็แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวกันตามตรง คุณชายพวกเราเพียงแค่ช่วยเติมเชื้อเพลิงเท่านั้น คนที่ทำให้ไฟลุกโหมจริงไม่ใช่ราชบุตรเขยเองหรอกหรือ”
ว่ากันตามตรงแล้ว เรื่องที่คนของพวกเขาทำ หากเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่เพียงพอจะทำให้ทั่วป๋าหมิงจูคลอดก่อนกำหนด เห็นอยู่ว่าไป๋หลี่ชิงหงทำร้ายทั่วป๋าหมิงจูจนมีสภาพร่างกายอ่อนแอเช่นนั้นก่อนเองแท้ๆ ตอนนี้กลับมาหาเรื่องใส่พวกเขา ช่างไร้เหตุผลไปสักหน่อยแล้วกระมัง และแม้พวกเขาไม่ทำอันใด ครรภ์นี้ขององค์หญิงเจากั๋วก็ไม่แน่ว่าจะรอครบเดือนได้ ครรภ์นี้อาจถึงกับทำให้ทั่วป๋าหมิงจูตายระหว่างคลอดก็เป็นได้ นับดูแล้ว พวกเขาช่วยชีวิตทั่วป๋าหมิงจูไว้มากกว่า
ไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้นว่า “จวินอู๋ฮวนต้องการฉีกสัญญาหรือ”
หมิงจิ้งยิ้มเอ่ย “ราชบุตรเขยไป๋หลี่คิดมากไปแล้ว คุณชายเคยพูดจาแล้วคืนคำเมื่อใดกัน แต่ทว่ามีเรื่องหนึ่งต้องการให้ราชบุตรเขยไป๋หลี่ช่วยสักหน่อย”
ไป๋หลี่ชิงหงเงียบไปเป็นนาน ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ว่ามาดูก่อน”
สองวันนี้ จวนองค์หญิงเจากั๋วครึกครื้นกว่าปกติมาก ตั้งแต่องค์หญิงเจากั๋วไม่เป็นที่ทรงโปรด จวนองค์หญิงเจากั๋วย่อมเงียบเหงาลงไปด้วย นานแล้วที่ไม่ได้ครึกครื้นเช่นนี้
ชนชั้นสูงเมืองเหนือย่อมการข่าวฉับไวยิ่งนัก พอได้ยินว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาเยี่ยมองค์หญิงเจากั๋วที่จวนด้วยตนเอง ก็ย่อมพากันมาแสดงความยินดีกับองค์หญิงและราชบุตรเขยที่ได้บุตรชายอีกคน จวนองค์หญิงคล้ายว่ากลับคืนสู่สภาพครึกครื้นดังเช่นตอนนั้นแล้ว คนทั้งจวนต่างมีท่าทางดีใจ นอกจากคุณชายไป๋หลี่เยวียนที่ว่ากันว่าถูกกักบริเวณอยู่
ทั่วป๋าหมิงจูเดิมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบุตรชายคนโต ตอนนี้สุขภาพไม่ดี ก็ย่อมไม่มีกระจิตกระใจไปสนใจบุตรชายคนโต แฝดสองเองก็ไม่ได้รู้สึกดีต่อพี่ใหญ่ที่นิสัยต่างกันผู้นี้สักเท่าไร ปกติแม้ว่าไม่ถึงกับขัดแย้งกัน แต่เขาถูกกักบริเวณก็ไม่ทำให้พวกเขาคิดถึง ดังนั้นทุกคนต่างลืมไปว่าจวนองค์หญิงยังมีคุณชายใหญ่อีกคน เด็กสองคนเดินตามหลังทั่วป๋าหมิงจูคอยรับแขกไม่ห่าง
เช้าตรู่วันนี้ บ่าวในจวนองค์หญิงเจากั๋วเริ่มจัดการกวาดล้างพื้นทำความสะอาดแต่เช้าเพื่อเตรียมรับเสด็จ จนกระทั่งเกือบเที่ยง รถม้าพระที่นั่งทั่วป๋าเหลียงก็ค่อยๆ เคลื่อนขบวนมาถึง ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าหมิงจูนำบุตรทั้งสองไปรอที่หน้าประตู พอเห็นรถม้ามาถึงก็รีบเข้าไปรอรับทันที ทั่วป๋าหมิงจูยืนข้างไป๋หลี่ชิงหง ท่าทางกระปรี้กระเปร่าไม่เลว แต่ไป๋หลี่ชิงหงที่ยืนเคียงคู่กับนางกลับเห็นว่านางพอกแป้งหนามาก เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นธรรมชาติ กลิ่นแป้งทาหนาชั้นผสมกลิ่นยาแสบจมูกไปหมด ทำให้ไป๋หลี่ชิงหงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไป๋หลี่ชิงหงหันหน้าไปมองทั่วป๋าหมิงจูทีหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปรับเสด็จฮ่องเต้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ถวายบังคมฝ่าบาท! ถวายบังคมพระสนมเหยา”
ทั่วป๋าเหลียงจูงมือจู้เหยาหงเดินลงจากรถม้า กวาดตามองทั้งสองคนตรงหน้า พยักหน้าเอ่ยว่า “ลุกขึ้นได้”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”
ทั่วป๋าหมิงจูท่าทางตื่นเต้นอยู่บ้าง เพียงแต่พอเห็นจู้เหยาหงข้างกายทั่วป๋าเหลียง ขอบตาก็อดแดงขึ้นมาไม่ได้ ย่อมไม่ใช่เพราะนางซาบซึ้ง แต่เพราะโกรธแค้น ฮองเฮาเขียนมาเล่าเรื่องในวังให้นางฟังหมดแล้ว ทั่วป๋าหมิงจูผู้แสนเย่อหยิ่งอย่างไรก็ไม่มีวันคิดถึงว่าวันหนึ่งตนเองถึงกับต้องอาศัยคนเช่นจู้เหยาหงช่วยพูด จึงได้ขอให้เสด็จพ่อเสด็จมาเยี่ยมตนเองด้วยพระองค์เองได้ แม้ว่าในใจอยากจะคำรามให้ก้องฟ้า ถึงกับอยากจะข่วนใบหน้าจู้เหยาหง แต่ยังคงอดทนสะกดความคิดวู่วามในใจเอาไว้
นางรู้ว่าครั้งนี้หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก วันหน้านางก็ไม่มีทางพลิกชะตาตนเองได้อีกแล้ว
“เสด็จพ่อ”
ทั่วป๋าเหลียงมองทั่วป๋าหมิงจูตรงหน้าด้วยสีหน้าอ่อนโยนอยู่ไม่น้อย เขาไม่ได้พบบุตรสาวคนนี้มานานหลายวันแล้ว โทสะที่มีต่อทั่วป๋าหมิงจูในตอนนั้นจางลงไปมากแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาไม่มีทางถูกพระสนมเหยาเกลี้ยกล่อมให้มาเยี่ยมทั่วป๋าหมิงจูด้วยตนเองเป็นแน่
ทั่วป๋าเหลียงพยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยว่า “เจ้าเพิ่งคลอด อย่าออกมายืนอยู่ด้านนอกเช่นนี้ กลับเข้าไปพักผ่อนเถอะ”
ทั่วป๋าหมิงจูพยักหน้าอย่างตื้นตัน “หม่อมฉันรู้ว่าเสด็จพ่อทรงเป็นห่วงเพคะ เสด็จพ่อ เชิญเสด็จด้านในเพคะ” มองจู้เหยาหงที่ยืนยิ้มละไมอยู่ข้างทั่วป๋าเหลียงทีหนึ่งอย่างลังเล ทั่วป๋าหมิงจูยังคงตัดสินเอ่ยว่า “พระสนมเหยา เชิญ”
จู้เหยาหงยิ้มหวานเอ่ยว่า “ขอบพระทัยองค์หญิง ยินดีกับองค์หญิงและราชบุตรเขยที่ได้บุตรชายด้วย ข้าเตรียมของขวัญมาเล็กน้อย ขอทั้งสองท่านอย่าได้รังเกียจ”
ทั่วป๋าหมิงจูแม้อยากจะเอ่ยว่ารังเกียจก็ไม่กล้า ทั้งขบวนจึงค่อยๆ เดินเข้าไปในจวนองค์หญิง
ยามนี้ละแวกจวนองค์หญิงย่อมมีสายตาลอบมองดูอยู่ไม่น้อย ในใจหลายคนล้วนไม่ค่อยเข้าใจ องค์หญิงเจากั๋วแท้จริงจะได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ฝ่าบาทนึกใส่พระทัยขึ้นมาชั่วครู่หนึ่งเท่านั้น หากว่าจะได้กลับมาเป็นที่โปรดปราน ครั้งนี้ฝ่าบาทกลับพาพระสนมเหยามา มิใช่ฮองเฮา ก็น่าแปลกไม่น้อย อย่างไรองค์หญิงเจากั๋วเพิ่งคลอดบุตร กำลังต้องการมารดามาคอยดูแล พระสนมเหยามาแล้วมีประโยชน์อันใด
ไม่ว่าหลายคนคิดเช่นไร แต่ขบวนทั่วป๋าเหลียงก็เดินเข้าไปในจวนองค์หญิง หน้าประตูจวนองค์หญิงเงียบกริบลงอีกครั้ง
ไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าหมิงจูเป็นเจ้าของบ้าน ย่อมต้องนำทั่วป๋าเหลียงกับจู้เหยาหงเดินเข้าไป เพียงแต่เห็นชัดว่าทั่วป๋าเหลียงไม่ได้คิดสนใจมากนัก เดินเข้าไปในจวนได้ไม่นานก็เรียกตัวไป๋หลี่ชิงหงไปหารือที่ห้องหนังสือ ไม่สนใจสายตาตกใจและผิดหวังของทั่วป๋าหมิงจูแม้แต่น้อย กลับเป็นจู้เหยาหงที่ขอตัวอยู่คุยกับทั่วป๋าหมิงจูต่อ
มองดูทั้งสองคนเดินลับไปในห้องหนังสือ จู้เหยาหงก็หันมายิ้มเอ่ยกับทั่วป๋าหมิงจู “ตอนนี้เหลือเพียงพวกเราสองคนแล้ว หากองค์หญิงสะดวก ไม่สู้นำข้าเดินชมสักหน่อย”
สายตาทั่วป๋าหมิงจูเคร่งขรึมลงเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ข้าไม่ค่อยสบาย พระสนมเหยาเชิญตามสบายดีกว่า”
แม้เพื่อเอาใจเสด็จพ่อ ทั่วป๋าหมิงจูก็ไม่ยินดีสนทนากับคนเช่นจู้เหยาหง แม้จู้เหยาหงช่วยเอ่ยกับเสด็จพ่อให้ตนเอง แต่ในใจทั่วป๋าหมิงจูกลับไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งสักเท่าไร ในสายตานาง พระสนมเหยายังคงเป็นศัตรู และการที่พระสนมเหยายอมช่วยตนเอง ก็ย่อมเพราะมีแผนการอื่นในใจ
จู้เหยาหงไม่โมโห เพียงแค่ยิ้มบางเอ่ยว่า “องค์หญิงไยต้องทำเช่นนี้ ข้าก็มิได้จะทำร้ายท่าน”
ทั่วป๋าหมิงจูแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “หรือว่าเจ้าจะช่วยข้ากัน”
จู้เหยาหงยิ้มเอ่ย “หากองค์หญิงยินดี ก็มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”
ทั่วป๋าหมิงจูแค่นหัวเราะเย็นเยียบ เห็นชัดว่าไม่เชื่อคำพูดจู้เหยาหง จู้เหยาหงยักไหล่ เอ่ยน้ำเสียงเหมือนหนักใจ “องค์หญิง บางเวลา...ความจริงอันตรายมาจากข้างกายท่านเอง”
สีหน้าทั่วป๋าหมิงจูพลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
จู้เหยาหงปิดปากยิ้ม “องค์หญิงเป็นอันใดหรือ ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น เหตุใดต้องมีปฏิกิริยารุนแรงเพียงนี้ด้วย”
ทั่วป๋าหมิงจูเอ่ยอย่างเดือดดาล “แท้จริงเจ้าคิดเอ่ยอันใดกันแน่”
จู้เหยาหงเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “ก็ไม่ได้มีอันใด เพียงแค่อยากรู้...สุขภาพองค์หญิงแต่ไรมาก็ไม่เลว เหตุใดพอตั้งครรภ์ก็กลายเป็นอ่อนแอทรุดลงเช่นนี้ไปได้”
ในใจทั่วป๋าหมิงจูสะดุ้งตกใจเป็นนานไม่กล่าวอันใด เห็นชัดว่าคำพูดจู้เหยาหงกระตุกความสงสัยที่แอบซ่อนอยู่ในใจนางมานาน เพียงแต่เป็นความสงสัยที่นางไม่อยากยอมรับมากที่สุด นางถึงกับยินยอมเชื่อว่าสุขภาพตนเองไม่ดีเอง จึงได้เป็นเช่นนี้ หากไม่เช่นนั้น สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ใช่ว่านางเป็นแค่ตัวตลกน่าขันหรือ...โง่เง่าถึงที่สุดจริงๆ เสียมากกว่า!