ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 783
ตอนที่ 507-1 สามีภรรยาคนดังคนแปลกหน้า
จวนองค์หญิงเจากั๋ว
ไป๋หลี่ชิงหงนั่งอยู่ในห้องหนังสือ กำลังอ่านม้วนเอกสารในมืออย่างตั้งใจ นอกประตูมีเสียงดังขึ้น ไป๋หลี่ชิงหงพลันเงยหน้ามองไปก็เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าประตู ไป๋หลี่เยวียนยืนมองบิดาตนเองอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าสับสนอยู่บ้าง
แววตาไป๋หลี่ชิงหงส่องประกายเล็กน้อย ก่อนจะเก็บม้วนเอกสารที่อ่านอยู่ ถามขึ้นว่า “เยวียนเอ๋อร์ มีเรื่องอันใด”
ไป๋หลี่เยวียนมองเขาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “บิดา มารดากับน้องชาย...”
ไป๋หลี่ชิงหงขมวดคิ้วกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรข้องเกี่ยว”
ไป๋หลี่เยวียนได้ยินดังนี้ก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มที่ยังไม่สลัดความเป็นเด็กน้อยทิ้งไป กลับมีสีหน้าแก่เกินวัยและเป็นห่วงคล้ายผู้ใหญ่อยู่ไม่น้อย
“บิดา น้องชายเพิ่งคลอด ท่านควรไปเยี่ยมน้องชายกับมารดา” ไป๋หลี่เยวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ไป๋หลี่ชิงหงเหลือบตาขึ้นมองมองเขา กล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “เจ้ารู้สึกว่าตอนนี้มารดาเจ้าอยากพบบิดาหรือ”
ไป๋หลี่เยวียนเงียบไป เขารู้ความกว่าเด็กทั่วไปมาก แต่หลายเรื่องก็ไม่ใช่เด็กในวัยเขาจะเข้าใจได้ เช่นว่า เขาไม่เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ แม้สายสัมพันธ์ของบิดากับมารดาแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ต่อหน้าผู้อื่นก็แสดงออกดังคู่รักมาตลอด เหตุใดตอนนี้จึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ และอย่างเช่นว่า เมื่อก่อนมารดามักจะคิดเพื่อบิดา ทุ่มเทหาหนทางเพื่อบิดา ตอนนี้เหตุใดเปลี่ยนไปคล้ายดังคนแปลกหน้า แน่นอนว่า เขาเองก็รู้ดีว่าหลายปีมานี้บิดาอดทนมาโดยตลอด เหตุใดพลันไม่ยอมอดทนต่อไป แม้แต่น้อยนิดก็ไม่ยินยอมอีกแล้ว
มีเพียงเรื่องเดียวที่เขาพอจะเข้าใจ นั่นก็คือ...ครอบครัวเขาใกล้จะแตกสลายแล้ว เขาคิดหาทางหยุดยั้งมาโดยตลอด แต่ความจริงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาทำอันใดไม่ได้สักอย่าง
สำหรับในวัยอายุเท่านี้ ไม่มีอันใดสำคัญไปกว่าครอบครัวที่ใกล้แตกสลาย
ไป๋หลี่ชิงหงมองเขาตรงหน้าที่พยายามสงบสติอารมณ์ แต่ในแววตายังคงไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก ไป๋หลี่ชิงหงถอนหายใจเบาๆ “เยวียนเอ๋อร์ บิดาจะส่งเจ้าไปจากเมืองเหนือ”
ไป๋หลี่เยวียนตกใจเบิกตาโตอย่างหวาดกลัว มองไป๋หลี่ชิงหงพลางเอ่ยว่า “บิ...บิดา!”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าว “ไปจากเมืองเหนือ จะมีคนดูแลเจ้า”
ไป๋หลี่เยวียนส่ายหน้าไปมา “ไม่! บิดา ข้าไม่ไป!”
“เหตุใด”
“ข้าต้องการอยู่กับบิดา มารดา ยังมีน้องชายน้องสาว!” ไป๋หลี่เยวียนมองไป๋หลี่ชิงหงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ข้าเป็นพี่ชาย พี่ก็ต้องปกป้องน้องชายน้องสาว”
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “เจ้าเป็นเด็กฉลาด น่าจะมองออกว่าพวกเขามีท่าทีต่อเจ้าอย่างไร”
ไป๋หลี่เยวียนนิ่งอึ้งมองบิดา เขาเป็นเด็กฉลาดจริง ย่อมเข้าใจความหมายของบิดา บิดาไม่อยากให้เขาใกล้ชิดกับน้องชายและน้องสาวมากเกินไป บางทีแต่ไรมาก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่เมื่อก่อนเขาไม่ทันสังเกต เพราะว่าแต่ไรมา ความจริงท่าทีน้องชายน้องสาวที่มีต่อเขา บิดามารดาล้วนเห็นอยู่ แต่ไม่ว่ามารดาหรือบิดา แต่ไรมาไม่เคยแสดงความคิดเห็นใด บางทีตั้งแต่เริ่มต้น บิดาก็อยากให้สายสัมพันธ์ระหว่างเขากับน้องชายและน้องสาวห่างเหินกัน
ไป๋หลี่เยวียนงุนงง “บิดา...”
ไป๋หลี่ชิงหงกวักมือเรียกบุตรชาย ไป๋หลี่เยวียนเดินไปยืนข้างกายบิดา “บิดา”
ไป๋หลี่ชิงหงถอนหายใจ “ระยะนี้เมืองเหนืออันตรายมาก...เจ้าไปจากที่นี่สักระยะหนึ่ง รอให้ทุกอย่างสงบนิ่งแล้ว บิดาจะไปรับเจ้ากลับมา”
“ข้าไม่ บิดา ข้า...” ไป๋หลี่เยวียนกล่าวไม่ทันขาดคำ ก็เห็นไป๋หลี่ชิงหงพลันยื่นมือมาทางเขา ไป๋หลี่เยวียนรู้สึกว่าเจ็บที่ท้ายทอยก่อนจะหน้ามืดหมดสติไป ไป๋หลี่ชิงหงยื่นมือไปรับบุตรชายที่สลบลง หลุบตาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เข้ามา”
“คุณชาย” ชายหนุ่มในชุดเครื่องแต่งกายทหารองครักษ์จวนองค์หญิงเดินเข้ามาเงียบๆ เอ่ยรับคำอย่างนอบน้อม
ไป๋หลี่ชิงหงถามขึ้นว่า “คนที่ต้องการหา หาพบแล้วหรือยัง”
ชายหนุ่มพยักหน้า มองเด็กน้อยที่ไป๋หลี่ชิงหงอุ้มเอาไว้ทีหนึ่ง “หาพบแล้ว คุณชายวางใจ เด็กคนนี้เหมือนกับคุณชายน้อยอย่างน้อยก็เจ็ดส่วน”
“เพียงพอแล้ว” ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “วันนี้ส่งเขาไปจากเมืองเหนือ”
ชายหนุ่มถามขึ้นว่า “คุณชายคิดส่งคุณชายน้อยไป...”
ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตาลงสั่งการว่า “ไปแดนใต้ มอบให้น้องรอง”
“คือว่า...” ชายหนุ่มลังเล ตระกูลไป๋หลี่เหลือเพียงคุณชายทั้งสอง อวิ๋นอี้ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าแค้นใจคุณชายเข้ากระดูกดำเพียงใด ตอนนี้ยังติดตามกองกำลังจิ้งเป่ย ไม่มีทางดูแลเด็กน้อยได้ คุณชายรองอวิ๋นซวี่อยู่เทียนฉี่แม้ว่าสงบสุข แต่เกรงว่าไม่ยินดีเลี้ยงดูคุณชายน้อยกระมัง
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “ไม่มีอันใด ส่งเขาไปก็พอ น้องรองจะไม่เอาเรื่องเด็กน้อย ขอเพียงส่งถึงมือเขา ข้าจึงจะวางใจ”
เห็นไป๋หลี่ชิงหงตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ชายหนุ่มก็ไม่เอ่ยอันใดอีก เดินเข้าไปอุ้มไป๋หลี่เยวียน เอ่ยนอบน้อมว่า “ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง คุณชายดูแลตนเองด้วย”
ไป๋หลี่ชิงหงพยักหน้า “ส่งเขาแล้ว เจ้าไม่ต้องกลับมา อยู่เทียนฉี่คอยปกป้องเยวียนเอ๋อร์”
“ขอรับ ข้าน้อยขอตัว”
ไป๋หลี่ชิงหงมองชายหนุ่มอุ้มไป๋หลี่เยวียนออกไปด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ครู่หนึ่งถัดมาก็เอ่ยน้ำเสียงนิ่งเรียบขึ้นว่า “พวกเจ้าเข้ามา!”
ครู่หนึ่งต่อมาบ่าวรับใช้สองคนก็เดินเข้ามา “ราชบุตรเขย”
ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “คุณชายใหญ่พูดจาล่วงเกิน ไม่ยินยอมรับการอบรม จับไปขังครึ่งเดือน ลงโทษให้คัดคัมภีร์ขอพรให้องค์หญิง นอกจากคนส่งข้าวส่งน้ำ ผู้ใดก็ห้ามเข้าเยี่ยม”
บ่าวรับใช้ไม่เข้าใจ อดหันไปสบตากันไม่ได้ เพียงแต่หันไปสบตาสายตาดุดันของไป๋หลี่ชิงหงแล้วก็ได้แต่กลืนความสงสัยในใจกลับคืนไป รีบก้มหน้าลงรับคำสั่ง
คุณชายใหญ่อยู่ในจวนไม่ได้รับความสำคัญ แม้ว่าตอนองค์หญิงยังสบายดี เกรงว่าก็คงไม่ขอร้องแทนเขา ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้องค์หญิงนอนอยู่บนเตียง แม้แต่ลุกขึ้นก็ยังยาก ผู้ใดจะยังกล้าขอร้องแทนเขา
ในห้องนอน ทั่วป๋าหมิงจูนอนอยู่บนเตียงราวกับท่อนฟืนแห้งเหี่ยว ดวงตาที่เคยกลมโตพอดี ตอนนี้มองแล้วถึงกับถลนโตจนน่าตกใจ ผิวพรรณก็ขาวซีดจนผิดปกติไปทั้งตัว หากเหลือบตามองอย่างไม่ตั้งใจ ก็คล้ายว่าเป็นศพนอนอยู่บนเตียง
เปลไกวอยู่ข้างเตียงไม่ไกล ทารกน้อยนอนนิ่งเงียบ เด็กคนนี้เพิ่งคลอดออกมาก็ยับย่นไปหมด คล้ายตาแก่ที่ไม่โต นี่ไม่ใช่เด็กน้อยน่ารัก บ่าวหญิงข้างกายมองหน้าตาเด็กน้อยแล้วก็ได้แต่เบือนหน้าหนีอย่างทนรับไม่ไหวพลางปลอบใจตนเอง เด็กเพิ่งเกิดก็แบบนี้ อีกสองวันก็ดีเอง
ทั่วป๋าหมิงจูค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่าในห้องเงียบสงบก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“องค์หญิง ทรงตื่นแล้วหรือเพคะ” บ่าวหญิงรีบเข้ามาเอ่ยถาม “บ่าวประคองท่านลุกขึ้น”