ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 782
ตอนที่ 506-2 เล่นไปอย่างนั้น
หมิงจิ้งพยักหน้า “เตือนแม่นางจู้ เตรียมพร้อมจากไปได้ทุกเมื่อ อีกอย่าง...ท่านเจ้าเมืองมอบภารกิจให้นาง อย่าลืม สำหรับพวกเราแล้ว นั่นจึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
ชายหนุ่มชุดเทาพยักหน้าเล็กน้อย หันหลังขอตัวจากไป
พอชายชุดเทาเดินออกไปแล้ว ก็มีอีกคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องด้านใน มิใช่ผู้ใด แต่เป็นพี่ใหญ่หวงผู้ขายข่าวใต้ดินที่คุ้นเคยกับพื้นที่ในเมืองเหนือ
พี่ใหญ่หวงเดินออกมาด้วยท่าทางสบายๆ มองหมิงจิ้ง เอ่ยว่า “ครั้งนี้พวกเจ้าเล่นใหญ่ไปสักหน่อยไหม”
หมิงจิ้งหันไปมองเขา เอ่ยอย่างไม่คิดเช่นนั้น “พอได้ ไม่ได้ใหญ่เหมือนเมื่อสี่ปีก่อนกระมัง”
พี่ใหญ่หวงส่ายหน้าไปมา “ไม่ ไม่ ไม่ สี่ปีก่อน หลักๆ เป็นเรื่องของทั่วป๋าเหลียงกับอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้น คนอื่นๆ ก็แค่กระพือไฟโหมให้แรงเท่านั้น แม้กล่าวว่าทุกคนล้วนลงแรง แต่สุดท้ายไม่ว่าผลเป็นอย่างไร คนที่แบกรับผลก็คือทั่วป๋าเหลียง”
แน่นอนว่าสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดก็คือทั่วป๋าเหลียง ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน คนมากมายร่วมกันคิดสังหารทั่วป๋าเหลียง เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นที่รังเกียจของทุกคนเพียงใด
หมิงจิ้งเอ่ยว่า “ครั้งนี้เป็นเรื่องของหนานกงอวี้เยว่กับไป๋หลี่ชิงหง พวกเราแค่ก็ช่วยกระพือไฟโหมให้แรงดังเดิม”
พวกเขาไม่สนใจว่าผู้ใดจะสังหารทั่วป๋าเหลียง สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือให้ทั่วป๋าเหลียงตาย เป่ยจิ้นผลัดเปลี่ยนฮ่องเต้ แค่ผลลัพธ์นี้เท่านั้น ส่วนฮ่องเต้องค์ต่อไปคือผู้ใด หากเป็นดังที่พวกเขาหวังไว้ก็ย่อมดีที่สุด แต่หากไม่ได้ก็ไม่ได้คิดฝืน สิ่งที่เจ้าเมืองชางอวิ๋นเน้นย้ำมากกว่าก็คือ...ถอยอย่างไม่เสียหาย
พี่ใหญ่หวงเดินไปนั่งลงมองประเมินหมิงจิ้งอย่างนึกสนใจ “ท่านเจ้าเมืองเยี่ยนส่งเจ้ามาเมืองเหนือนานแล้ว ได้ยินว่าเพราะเรื่องนี้ทำให้เกือบสูญเสียเมืองชางอวิ๋นไป หรือว่าเพื่อให้เจ้ามาดำเนินการแค่นี้หรือ ข้าไม่เชื่อ”
หมิงจิ้งนิ่งมองเขา พี่ใหญ่หวงกลับมีท่าทางตื่นเต้นอยากรู้ กลอกลูกตาพลางถามว่า “พวกเจ้าส่งแม่นางจู้ไปไว้ข้างกายทั่วป๋าเหลียง หากเป็นจริง เพียงแค่คิดเอาชีวิตเขาก็ควรลงมือได้นานแล้ว คงมิใช่ว่าไม่คิดเสียสละชีวิตหญิงสาวผู้หนึ่งกระมัง เพื่อการใด ลองให้ข้าคาดเดาดูก่อน...คงไม่ใช่เพื่อ...”
“หวง อี้ อัน!” หมิงจิ้งมองกำราบเขา
พี่ใหญ่หวงเลิกคิ้วอย่างไม่ยี่หระ “เคร่งเครียดเช่นนี้ไปทำไมกัน ข้าพูดความจริงอยู่...ของนั้นข้าก็คิดหาทางสืบหามาหลายปี ไม่ได้ข่าวคราวแม้แต่น้อย หลายปีมานี้แม่นางจู้ก็สืบไม่ได้ความอันใดกระมัง เจ้าแน่ใจว่านางจะหาของนั่นเจอในระยะเวลาอันสั้นนี้หรือ”
หมิงจิ้งตอบกลับทันที “ไม่ต้องให้เจ้ามาเป็นห่วง”
พี่ใหญ่หวงโต้กลับว่า “ข้าก็ไม่ได้อยากเป็นห่วง ข้าเพียงแค่รู้สึกว่า...หรือว่าพวกเจ้าไม่เคยคิดว่า ทั่วป๋าเหลียงอาจไม่รู้ว่าของนั่นอยู่ที่ใดจริงๆ ก็ได้ เจ้าอย่าลืม ทั่วป๋าเหลียงขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างไร อย่าว่าแต่อดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นไม่ยินดี แม้เขายินดี เจ้าว่าเขามีเวลาบอกเรื่องพวกนั้นกับทั่วป๋าเหลียงหรือ”
หมิงจิ้งยิ้มเยียบเย็น “เจ้าคิดถึงเรื่องพวกนี้ได้ เจ้ารู้สึกว่าท่านเจ้าเมืองคิดไม่ได้หรือ”
พี่ใหญ่หวงชะงักไปทันที มองเขาด้วยสายตาพยายามขุดหลุมดัก กล่าวเบาๆ ว่า “พวกเจ้ามีข่าวลับอันใดหรือ”
หมิงจิ้งอดยกมือขึ้นกุมขมับไม่ได้ จะว่าไปตอนนั้นเจ้าแซ่หวงผู้นี้ก็นับว่าเป็นคุณชายมีตระกูลคนหนึ่ง หลายปีมานี้ใช้ชีวิตหากินอยู่ในเมืองเหนือ ถึงกับถูกทำลายจนกลายเป็นคนเช่นนี้ไปแล้วหรือ
“ไม่เอาน่า” พี่ใหญ่หวงเอ่ย “มีข่าวอันใดก็แบ่งปันกันหน่อย ข้าจะได้ช่วยเหลือได้”
หมิงจิ้งแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “พอเถอะ ข้ากลัวเจ้าจะเอาข้าไปขายเสียมากกว่า”
พี่ใหญ่หวงเอ่ยเย้าต่อ “ไม่เอาน่า หากข้าจะเอาเจ้าไปขาย ก็คงไม่ต้องรอถึงตอนนี้”
หมิงจิ้งเอ่ยอย่างรำคาญ “เอาละ ไม่มีอันใดก็ไปได้แล้ว หรือว่าเจ้าคิดจะพักค้างคืนที่นี่”
พี่ใหญ่หวงยักไหล่ถอนหายใจอย่างนึกเสียใจอยู่บ้าง “เอาละ บอกเจ้าข่าวหนึ่งไม่เก็บเงินก็แล้วกัน”
หมิงจิ้งเหลือบตาขึ้นมองมองเขาไม่กล่าวอันใด พี่ใหญ่หวงหัวเราะแหะๆ “เจ้าคิดแต่จะป้องกันราชครูหนานกง แต่ข้าว่า...ที่ควรระวังจริงๆ เกรงว่าจะเป็นราชบุตรเขยไป๋หลี่มากว่า”
หมิงจิ้งสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จ้องมองพี่ใหญ่หวง “หมายความเช่นไร”
พี่ใหญ่หวงลูบคาง “หลายวันก่อน มีคนมาหาข้า สืบหาคุณชายหมิงจิ้ง เจ้าเดาสิว่าคือผู้ใด”
หมิงจิ้งหลุบตาเงียบไม่ตอบ พี่ใหญ่หวงส่ายหน้า “คุณชายไป๋หลี่ท่านนี้มีความสามารถ เทียบกับเขาแล้ว...เกรงว่าราชครูหนานกงยังไม่พอ ตอนนั้นเขาทิ้งองค์หญิงหลิงซีและตระกูลไป๋หลี่ไปอย่างไม่ไยดีได้ ตอนนี้มองดูองค์หญิงเจากั๋ว...เหอๆ คนเช่นนี้ หากไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้งน้ำใจไร้คุณธรรมแต่กำเนิด เช่นนั้นก็ย่อม...”
หมิงจิ้งย่อมเข้าใจความหมายของเขา หากไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้งน้ำใจไร้คุณธรรมแต่กำเนิด เช่นนั้นก็ย่อมมีความคิดเป็นใหญ่อย่างที่สุด ความคิดเป็นใหญ่นี้ถึงกับครอบงำเหนือคุณธรรมในใจเขา
หมิงจิ้งกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ในเมื่อท่านเจ้าเมืองเลือกร่วมมือกับไป๋หลี่ชิงหงย่อมเตรียมพร้อมไว้แล้ว หากไป๋หลี่ชิงหงไม่อาจทำงานได้สำเร็จ ไยพวกเราต้องเสียเวลากับเขาด้วย”
พี่ใหญ่หวงเอ่ยว่า “ข้าเกรงว่าเจ้าเอาไป๋หลี่ชิงหงไม่อยู่” กล่าวจบก็ดึงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อส่งให้หมิงจิ้ง “นี่คือจดหมายส่งมาจากเมืองผิงจิง เพิ่งมาถึงบ่ายวันนี้ คุณชายหมิงจิ้งลองเดาว่าเป็นจดหมายผู้ใด”
หมิงจิ้งครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ฮูหยิน?”
พี่ใหญ่หวงอึ้งไปทันที ก่อนจะเอ่ยว่า “อ้อ ใช่สิ ตอนนี้องค์หญิงเสินโย่วก็คือฮูหยินท่านเจ้าเมืองชางอวิ๋นนี่นะ”
“ฮูหยินถึงกับเขียนจดหมายถึงเจ้า” หมิงจิ้งนึกแปลกใจ พี่ใหญ่หวงแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่งอย่างไม่พอใจ “ข้าร่วมมือกับองค์หญิงเสินโย่วอย่างดีมาตลอดไหม ไม่ใช่เพราะองค์หญิงเป็นห่วงว่าเจ้าจะถูกไป๋หลี่ชิงหงหลอกหรือ จึงได้ขอให้ข้ามาช่วยเจ้า”
หมิงจิ้งกลอกตามองบนอย่างอารมณ์เสีย “เอาจดหมายมาให้ข้า”
“ไม่ให้!” พี่ใหญ่หวงกล่าว
หมิงจิ้งเอ่ยว่า “ปีนี้หักเงินครึ่งหนึ่ง”
“...ท่านแน่มาก” ในเวลาถัดมา จดหมายก็ส่งมาถึงมือหมิงจิ้งแต่โดยดี
“...”