ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 779
ตอนที่ 505-1 ทิศทางลมผลัดเปลี่ยน
เพราะว่าศึกสังหารเผ่ามั่วราบคาบครั้งนี้ ทำให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าองค์หญิงเสินโย่วที่ทำให้พวกเขาด่าทอไม่ใช่ทำอันใดตามอำเภอใจเพราะอาศัยพระเมตตาจากฝ่าบาทและสายพระโลหิตเท่านั้น แต่นางมีฝีมือบุกโจมตีชาวเผ่ามั่วได้จริง
หลายเรื่องหากเกิดขึ้นในที่ไกลออกไป บางทีพวกเขาอาจละเลยหรือสงสัย แต่หากเกิดขึ้นตรงหน้าตนเอง เห็นด้วยตาตนเองเช่นนี้ หากยังมีคนดึงดันไม่นำมาคิดให้ดี คนเช่นนั้นก็นับได้ว่าสมองมีปัญหาแล้ว
บรรดาขุนนางในราชสำนักอาจไม่สนใจผลงานและความสามารถฉู่หลิง แต่อย่างไรพวกเขาก็ต้องระแวงดาบองค์หญิงเสินโย่วไว้บ้าง ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ตอนนี้ทุกคนกระจ่างใจเรื่องหนึ่งขึ้นมา องค์หญิงท่านนี้ไม่กลัวการสังหารผู้คน ไม่ว่าหนึ่งหรือสอง ไม่ว่าพันหรือหมื่น ทุกคนอดคอหดหวาดกลัวกันอย่างไม่อาจระงับ
หลังศึกครั้งนี้ ชื่อเสียงฉู่หลิงในเทียนฉี่ย่อมก้าวขึ้นไปอยู่ในกระแสลมบน ทั้งเมืองหลวงแทบจะได้เห็นทุกคนพูดจายกย่ององค์หญิงเสินโย่ว แต่ก็อาจมีคนสองคนที่คิดต่าง ทว่าก็ถูกโต้กลับอย่างรวดเร็ว ดังคาด ไม่ว่ายุคสมัยใด คนเรามักยอมสยบให้กับผู้แข็งแกร่งแท้จริง ฉู่หลิงใช้ผลสำเร็จจากการศึกครั้งนี้สยบการต่อต้านของทุกคน
ส่วนประมุขตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ถูกขังอยู่ในคุกหลวงเช่นพวกตระกูลชุยขายชาติและพวกที่ลอบสังหารองค์หญิงเสินโย่ว หลักฐานชัดเจนเช่นนี้ย่อมไม่มีอาจแก้ตัวฟื้นคืนชีพได้อีกแล้ว
ยามนี้เมืองเหนือที่ห่างไกลออกไปหลายพันลี้ก็ไม่สงบเช่นกัน
หลายวันนี้อาฮูหลู่ไม่ได้ส่งข่าวมา ทำให้ในใจทั่วป๋าเหลียงเริ่มกังวลไม่น้อย เห็นชัดว่าหากไม่ใช่ว่าทหารนำสารเกิดเหตุระหว่างทาง และยังมีเรื่องแผนการเดิมมิได้ราบรื่นดังที่คาดไว้ แต่ไม่ว่าเรื่องใดล้วนทำให้ทั่วป๋า เหลียงรู้สึกไม่สบายใจ
หลายวันนี้สถานการณ์ในเมืองเหนือไม่ค่อยสงบ ทั่วป๋าอิ้นเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงก็สร้างกระแสคลื่นลมรุนแรง ในใจทั่วป๋าเหลียงย่อมหวังว่าจะสามารถอาศัยโอกาสนี้สังหารทั่วป๋าอิ้น ขอเพียงทั่วป๋าอิ้นตายไป ทั่วป๋าหลัวที่พิการตัวคนเดียวจะทำอันใดได้อีก
เพียงแต่น่าเสียดาย แม้เป็นฮ่องเต้ก็มิใช่ทำอันใดได้ตามอำเภอใจ เขาเพิ่งเผยความคิดจะจัดการลงโทษทั่วป๋าอิ้นออกมา ก็ถูกชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลต่อต้านรุนแรง ในจำนวนนั้นยังมีตระกูลเยียนถัวที่เป็นตระกูลทรงอิทธิพล
เรื่องตระกูลเยียนถัวกับทั่วป๋าหลัวที่ตอนนี้หันกลับมารวมตัวกันนี้ทำให้ทั่วป๋าเหลียงแอบคุกรุ่นในใจมาก แต่มิได้แสดงออก
“ทูลฝ่าบาท!” นอกประตู ทหารองครักษ์นายหนึ่งรีบวิ่งเข้ามารายงาน ทั่วป๋าเหลียงอารมณ์ไม่ดีนัก ตวาดอย่างไม่พอใจนักว่า “เรื่องอันใด ไม่มีอันใดสำคัญก็ถอยออกไปก่อน!”
ทหารองครักษ์รีบทูลว่า “ทูลฝ่าบาท ก่อนหน้านี้จวนองค์หญิงเจากั๋วมารายงานว่า องค์หญิงเจากั๋วเพิ่งจะให้กำเนิดคุณชายน้อย”
ทั่วป๋าเหลียงได้ยินดังนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เราจำได้ว่า...ยังไม่ถึงกำหนดคลอดนี่”
แม้ว่าไม่ได้โปรดปรานทั่วป๋าหมิงจูดังเดิมมานานแล้ว แต่เรื่องเช่นนี้ ทั่วป๋าเหลียงก็ไม่ถึงกับลืม อีกหลายวันกว่าทั่วป๋าหมิงจูจะคลอดบุตร
ทหารองครักษ์ตอบ “หมอหลวงว่า องค์หญิงเจากั๋วอายุมากแล้ว สภาพครรภ์ไม่ค่อยดี และสองสามเดือนนี้องค์หญิงเจากั๋วสุขภาพก็ไม่ดีอย่างมาก คลอดก่อนกำหนด...ก็เป็นเรื่องไม่อาจเลี่ยงได้ โชคดีที่องค์หญิงมีวาสนาดี แม่ลูกปลอดภัย”
นับว่าเป็นเรื่องมงคลหนึ่ง
ทั่วป๋าเหลียงคิดอย่างไม่ได้สนใจอันใด แม้ว่าไม่ค่อยให้ความสนใจหลานชายสายเลือดผสมเทียนฉี่กับเผ่ามั่วสักเท่าไร แต่ชาวเผ่ามั่วชื่นชอบการมีบุตรหลานมากมาย การได้มีเด็กเพิ่มอีกคน อย่างไรก็เป็นเรื่องดี ทั่วป๋าเหลียงคิดแล้วก็สั่งการว่า “สั่งการลงไป พระราชทานตามธรรมเนียม”
ทหารองครักษ์รีบรับคำ ในใจแอบคิดว่า ดูท่าองค์หญิงเจากั๋วสูญสิ้นความโปรดปรานดังคาดแล้ว เห็นชัดว่าคลอดก่อนกำหนด ฝ่าบาทกลับไม่แม้แต่จะคิดสนพระทัยถามไถ่สักคำ แม้แต่พระราชทานก็ทำไปตามธรรมเนียมทั่วไป ไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อองค์หญิงสักเท่าไร
ทหารองครักษ์ก้มหน้าลงถอยออกไปอย่างนอบน้อม สวนกับจู้เหยาหงที่ค่อยๆ เดินเข้ามาที่หน้าประตู “คารวะพระสนมเหยา”
จู้เหยาหงยกมือขึ้นบอกให้ไม่ต้องมากพิธี ทหารองครักษ์ถอยหลบอย่างนอบน้อม หลีกทางให้จู้เหยาหงเดินเข้าไปก่อน
จู้เหยาหงยกชามน้ำแกงเดินเข้ามาในห้องหนังสือ อมยิ้มมองทั่วป๋าเหลียง “องค์หญิงเจากั๋วให้กำเนิดบุตรชาย เหตุใดฝ่าบาทไม่ทรงดีพระทัยสักนิด ผู้ใดไม่รู้จะคิดว่าฝ่าบาทไม่โปรดบุตรชายองค์หญิงเจากั๋ว”
ทั่วป๋าเหลียงยิ้มให้นาง เอ่ยถามว่า “เจ้ามาได้อย่างไร”
จู้เหยาหงยิ้มเอ่ย “ได้ยินว่าฝ่าบาทเป็นท่านตาอีกแล้ว จึงได้มาแสดงความยินดีเพคะ”
ตั้งแต่ต้นปีมา จู้เหยาหงก็มีท่าทีอ่อนลงกับทั่วป๋าเหลียงลงมาก ปกติอยู่ด้วยกันก็มีคุยเล่นสัพยอกเหมือนครอบครัวทั่วไป แม้ทั่วป๋าเหลียงสถานะสูงส่ง แต่กลับชอบที่จะอยู่ร่วมกับจู้เหยาหงในรูปแบบนี้มาก ดังนั้นคนในวังต่างรู้สึกว่าพระสนมเหยาถึงกับได้รับความโปรดปรานยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า แม้แต่พระสนมใหม่ที่เข้าวังมาและมีตระกูลหนุนหลังอย่างเช่นฮองเฮาจินเหลียนก็ไม่อาจสั่นคลอนสถานะนางได้แม้แต่น้อย
ทั่วป๋าเหลียงได้ยินดังนี้ ก็ยิ้มเอ่ยอย่างมิได้ใส่ใจอันใด “นี่ก็คนที่สี่แล้ว ยังมีอันใดน่าตื่นเต้นอีกหรือ”
อย่าว่าแต่เป็นท่านตา แม้แต่ท่านปู่ก็เขาเป็นมาไม่น้อยแล้ว ความคาดหวังและตื่นเต้นอันใดก็น้อยลงไปมากนานแล้ว ตอนนี้ก็มิได้โปรดปรานทั่วป๋าหมิงจูดังเช่นเมื่อก่อนแล้ว ย่อมยิ่งไม่คิดใส่ใจ ทั่วป๋าเหลียงรู้ดีว่าตนเองแล้งน้ำใจ แต่ก็ไม่คิดสนใจ ฮ่องเต้ทุกพระองค์ล้วนแล้งน้ำใจ
จู้เหยาหงยิ้มเอ่ย “ฝ่าบาท วาจาไม่อาจกล่าวเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรการให้กำเนิดก็เป็นเรื่องมงคล ยิ่งไปกว่านั้น ทางฮองเฮาและทางราชบุตรเขยไป๋หลี่...อย่างไรก็ต้องการหน้าตาอยู่บ้าง”
เป็นจริงดังคำกล่าวที่ว่าโลกเราเปลี่ยนแปลงง่ายดาย คลื่นลมเปลี่ยนทิศทางไปมา ตอนนั้นไป๋หลี่ชิงหงดำรงอยู่ได้เพราะทั่วป๋าหมิงจู แต่ตอนนี้...ต่อหน้าบิดาตนเอง ทั่วป๋าหมิงจูกลับต้องอาศัยความสำคัญของไป๋หลี่ชิงหงที่มีต่อทั่วป๋าเหลียงดำรงอยู่เพื่อให้มีหน้ามีตา
ตั้งแต่ไป๋หลี่ชิงหงนำศีรษะเซี่ยถิงเจ๋อกลับมา ท่าทีทั่วของป๋าเหลียงที่มีต่อไป๋หลี่ชิงหง ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรับรู้ได้ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดก็คือไป๋หลี่ชิงหงมิได้ดำรงอยู่ในสถานะราชบุตรเขยองค์หญิงเจากั๋วเหมือนสิบปีที่ผ่านมาอีกแล้ว ไม่ใช่สิ่งของที่ดุจดังเครื่องประดับงดงามที่นอกจากองค์หญิงเจากั๋วแล้วก็ไม่มีผู้ใดคิดสนใจ
แต่ตอนนี้ ทั่วป๋าเหลียงกลับยกไป๋หลี่ชิงหงสู่ตำแหน่งกุมอำนาจสำคัญ ไป๋หลี่ชิงหงก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง แม้เขาเป็นชาวเทียนฉี่และเป็นแม่ทัพพ่ายศึกยอมจำนน แต่กลับยังคงสยบผู้ใต้บังคับบัญชาตนเองได้ในเวลาอันสั้น หลายภารกิจที่ทั่วป๋าเหลียงมอบให้ก็ทำสำเร็จได้งดงามอย่างที่สุด ทำให้ทั่วป๋าเหลียงพึงพอใจมาก