ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 778
ตอนที่ 504-2 เสียงจอกแจกเงียบลงคล้ายดังไก่หยุดส่งเสียง!
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “ไม่มีถูกหรือผิดและไม่มีควรค่าหรือไม่ ดูแค่ว่าคิดเช่นไร แท้จริงหวังไปสู่เป้าหมายใด”
จวินอู๋ฮวนมองใบหน้าฉู่หลิงราวกับไร้ความรู้สึก แล้วยื่นมือไปหาฉู่หลิง ฉู่หลิงอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือตนเองขึ้นวางลงในอุ้งมือเขา จากนั้นก็กระโดดลงจากกำแพงไป
จวินอู๋ฮวนโอบนางแนบอก กลิ่นคาวโลหิตจางๆ กระทบจมูกนาง พร้อมกับกินยาอ่อนๆ ประจำตัวจวินอู๋ฮวน กลิ่นประหลาดนี้ไม่ได้ทำให้ฉู่หลิงรู้สึกอึดอัด แต่ก้มหน้ากดหน้าผากลงกับหัวไหล่เขา เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “เห็นอยู่ว่าข้าตัดสินใจกระทำเอง แต่กลับต้องให้ผู้อื่นบอกว่าข้าทำถูกต้องหรือไม่ จวินอู๋ฮวน ข้านับวันยิ่งเอาแต่ใจใช่หรือไม่”
จวินอู๋ฮวนส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “ไม่ อาหลิงเพียงแค่ใจอ่อนเกินไป”
คนใจอ่อนก็จะไม่เจ็บปวดเกินไปนัก แต่คนใจอ่อนกับคนสติกระจ่างชัดรวมกันถูกกำหนดให้ต้องเจ็บปวด ความจริงอาหลิงไม่ต้องการให้เขาบอกว่าแท้จริงนางทำถูกต้องหรือไม่ ในใจนางชัดเจนยิ่งกว่าผู้ใดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นแท้จริงถูกต้องหรือไม่ แท้จริงควรทำหรือไม่ การที่เอ่ยถามออกมา ก็แค่เพราะตรงหน้านี้คือคนที่นางไว้ใจที่สุด จึงยินดีเผยความอ่อนแอของตนเองออกมาให้เขาได้เห็นเท่านั้น
“ข้าเพิ่งสังหารอาฮูหลู่” ฉู่หลิงพลันเอ่ยขึ้น
จวินอู๋ฮวนคิ้วกระตุกเล็กน้อย “สังหารก็สังหารไปแล้ว แล้วอย่างไร”
ฉู่หลิงยิ้มหวานเอ่ยว่า “ก็ไม่อย่างไร ควรเตรียมของขวัญให้ทั่วป๋าเหลียงได้แล้ว”
จวินอู๋ฮวนหรี่ตา พยักหน้า “ได้เวลาแล้วจริงๆ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั่วป๋าเหลียงจะได้รับของขวัญ อย่างไรก็เป็นฮ่องเต้ พิธีสุดท้ายก็ควรยิ่งใหญ่สักหน่อยดีกว่า”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ดังนั้น...ข้าส่งขุนนางคนสนิทของเขากับทัพเผ่ามั่วสี่หมื่นไปรอเขาล่วงหน้าก่อน”
ไม่รู้ว่าเพราะเมื่อวานกระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไปหรือไม่ ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลทั้งเมืองเหนือที่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น เที่ยงวันรุ่งขึ้นถึงกับยังคงเงียบกริบ
ฉู่หลิงยากจะได้นอนขี้เกียจสักวัน นอนยาวจนเที่ยงจึงได้ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน จวินอู๋ฮวนกลับไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ แม้ว่าเมื่อวานคนที่ตะลุยสนามรบนองโลหิตเป็นเขา แต่เขายังคงตื่นเช้ามาจัดการการงานแทนฉู่หลิง พอเห็นฉู่หลิงเดินออกมา จวินอู๋ฮวนก็โบกมือให้ผู้ดูแลตรงหน้าเขาให้ออกไปได้แล้ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าฉู่หลิง กล่าวเบาๆ ว่า “นอนตื่นแล้วหรือ อาหลิงหิวหรือไม่”
ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ ส่ายหน้าถามขึ้นว่า “เหตุใดไม่เรียกข้า”
นางไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองจึงหลับสนิทได้เช่นนี้ ไม่ได้รู้ตัวตอนจวินอู๋ฮวนลุกขึ้นแม้สักนิด
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ระยะนี้เจ้าเหนื่อยไม่น้อย ถือโอกาสที่ข้าอยู่เมืองผิงจิง เจ้าพักผ่อนให้มากๆ”
ฉู่หลิงเลิกคิ้ว ถามขึ้นอย่างสนใจใคร่รู้ว่า “มีคนมาหาเรื่องเจ้าหรือ”
คนในราชสำนักต่างการข่าวฉับไว ตอนนั้นจวินอู๋ฮวนแต่งตัวเช่นนั้น แม้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาคือราชบุตรเขย แต่เกรงว่าคาดเดาสถานะเจ้าเมืองชางอวิ๋นได้ และตอนนี้ข่าวที่เจ้าเมืองชางอวิ๋นกับคุณชายฉางหลีเป็นคนเดียวกันก็แพร่ไปทั่วเมืองผิงจิงในหมู่ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพล ไม่นับว่าเป็นความลับอันใด
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ไม่มีนี่ เหตุใดอาหลิงรู้สึกว่าจะมีคนมาหาเรื่องข้า”
ฉู่หลิงนึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง แต่ไรมาแค่ลมพัดยอดหญ้าเล็กน้อย ตาแก่พวกนั้นก็พากันจินตนาการไปไกล แทบจะเรียบเรียงประวัติบรรพชนแปดชั่วโคตรผู้อื่นออกมากล่าวได้ครบ วันนี้ถึงกับเงียบสงบเช่นนี้ หรือว่ากำลังวางแผนชั่วกันอยู่
ไม่ใช่ฉู่หลิงใช้ความคิดทุรชนไปคาดเดาความคิดบัณฑิต แต่หลายปีมานี้คนเหล่านี้สร้างภาพเช่นนี้ไว้ในใจนางจริงๆ
ฉู่หลิงเอ่ยอย่างนึกสงสัย “ไม่มีจริงหรือ”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้าจริงจัง “ไม่มีจริงๆ อาหลิงไม่ต้องเป็นห่วง ขุนนางเมืองผิงจิงบางครั้งก็ฉลาดรู้เหตุผลมาก”
“เช่นว่า?” ยามใดนะ
จวินอู๋ฮวนคิดแล้วก็เอ่ยอย่างลังเล “ยามตกใจ”
“...” ฉู่หลิงไร้วาจา
คุณชายหวนอวี้ค่อยๆ เดินเข้ามาพร้อมกับหลีตั้นและอวิ๋นซวี่ตามหลัง เห็นทั้งสองคนจูงมือยืนคุยกันอยู่กลางห้องโถง คุณชายหวนอวี้ก็เลิกคิ้ว “กลางวันแสกๆ ทั้งสองท่านมาเอ่ยวาจาหยอกเย้ากันในห้องหนังสือเหมาะสมหรือ”
ฉู่หลิงหันไปเหลือบมองเขาทีหนึ่ง กล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “คุณชายหวนอวี้ เรื่องเดียวกัน คนมองต่างกันย่อมเห็นต่างกัน วรรคหลังว่าอย่างไรนะ”
“ยังมีอีกวรรคหรือ” คุณชายหวนอวี้กล่าวอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
ฉู่หลิงสีหน้านิ่งเฉย สบตาเขาทีหนึ่ง เอ่ยว่า “คนบ้าตัณหาก็เห็นตัณหา”
“...”
จวินอู๋ฮวนส่งสายตาเตือนหวนอวี้ทีหนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า “เจ้ามาทำอันใดตอนนี้”
คุณชายหวนอวี้พิงเก้าอี้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกินความจริงว่า “องค์หญิงเสินโย่วกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นทำลายทัพเผ่ามั่วสี่หมื่นในวันเดียว นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนใต้หล้าเลยเชียวนะ ทั้งสองท่านไม่ได้รู้สึกอันใดแม้สักนิดหรือ ราษฎรในเมืองสนทนากันจนเมืองแทบแตกแล้ว”
ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “รุนแรงเพียงนี้หรือ” นางหันมองจวินอู๋ฮวน
เจ้าบอกว่าไม่มีอันใดไม่ใช่หรือ
จวินอู๋ฮวนยิ้มบางเอ่ยว่า “วันนี้ไม่มีคนมาเยือนถึงจวนจริง หวนอวี้พูดถึงราษฎรทั่วไปกระมัง”
“แน่นอน” คุณชายหวนอวี้หุบพัดในมือลง ยิ้มอย่างได้ใจ เอ่ยว่า “เช้าวันนี้ ข้าไปเดินในตลาดมารอบหนึ่ง ความครึกครื้นนั้น...จุ๊ๆ ไม่เชื่อพวกเจ้าถามหลีตั้น”
หลีตั้นพยักหน้ายิ้ม “คุณชายอวี้กล่าวจริงพ่ะย่ะค่ะ ราษฎรวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายจริงๆ แต่ทว่าส่วนใหญ่ชมองค์หญิงกับท่านเจ้าเมือง”
ความจริงราษฎรทั่วไปไม่ได้คิดมากมายอันใด พวกเขารู้เพียงแค่ตอนนั้นชาวเผ่ามั่วยึดครองแผ่นดินพวกเขาไปครึ่งหนึ่ง มีราษฎรอีกมากมายที่ต้องอพยพลงใต้มาในตอนนั้น ตอนนี้องค์หญิงเสินโย่วสังหารทัพเผ่ามั่วสี่หมื่นได้ในพริบตา ย่อมรู้สึกสะใจ
ฉู่หลิงกับจวินอู๋ฮวนนั่งอยู่ตำแหน่งประธานห้องโถง ถามขึ้นว่า “แล้วขุนนางในราชสำนักพวกนั้นเล่า”
หวนอวี้ยักไหล่ “น่าจะยังตั้งสติไม่ได้กระมัง”
อย่างไรเมื่อวานก็ได้รับความกระทบกระเทือนใจบนป้อมกำแพงเมืองกันไปไม่น้อย ได้ยินว่ามีตาแก่หลายคนเมื่อวานตอนลงจากกำแพงเมืองก็ต้องให้คนแบกกลับไป ยามนี้เกรงว่ายังลุกไม่ขึ้น ฉู่หลิงแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง รู้สึกสะใจกับเรื่องนี้มาก อย่างไรระยะนี้ก็เหนื่อยมากจริงๆ นางไม่อยากจะไปรับมือคารมตาแก่เหล่านั้นอีกแล้ว
หลีตั้นเอ่ยว่า “องค์หญิง ตอนนี้...จะจัดการคนในคุกหลวงเหล่านั้นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
หลีตั้นย่อมหมายถึงคนคุกหมิงอวี้ที่ถูกขังอยู่ในคุก ตอนนี้อาฮูหลู่ถูกองค์หญิงสังหารแล้ว เก็บคนของคุกหมิงอวี้ไว้ก็คล้ายว่าไร้ประโยชน์
ฉู่หลิงเท้าคางครุ่นคิดครู่หนึ่งถามขึ้นว่า “เถียนอี้เซวียน ยามนี้น่าจะกำลังเดินทางกลับถึงเมืองเหนือกระมัง”
หลีตั้นพยักหน้า “น่าจะพ่ะย่ะค่ะ พวกเราได้รับข่าวว่าเถียนอี้เซวียนไม่ได้เดินทางกลับมาเมืองผิงจิงกับทัพเผ่ามั่ว แต่ตรงกลับขึ้นเมืองเหนือ”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “เขารู้ดีว่าคนเหล่านั้นมาแล้วไม่มีทางได้กลับ จะมากลับมาติดร่างแหไปด้วยทำไม ย่อมต้องรีบกลับเมืองเหนือไปชิงทูลฟ้องก่อน ป้องกันวันหน้าอาฮูหลู่กลับถึงเมืองเหนือแล้วกัดเขาตาย”
หลีตั้นเลิกคิ้ว “อาฮูหลู่ถูกองค์หญิงสังหารแล้วหรือ”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ปิดข่าวไว้ก่อน เถียนอี้เซวียนกลับไปถึงแล้วค่อยส่งศีรษะอาฮูหลู่ไป”
หลีตั้นนึกแปลกใจ พร้อมกับเริ่มเห็นใจเถียนอี้เซวียน หากเถียนอี้เซวียนกลับไปคิดทำตัวเป็นคนชั่วชิงฟ้องก่อนว่าอาฮูหลู่ทรยศเป่ยจิ้นอะไรพวกนี้ จากนั้นองค์หญิงก็ส่งศีรษะอาฮูหลู่กลับไป ก็เป็นการบอกชาวเผ่ามั่วว่าอาฮูหลู่มิได้ขายชาติ แต่พลีชีพเพื่อชาติไปแล้ว ไม่รู้ตระกูลเถียนจะเผชิญหน้ากับความระแวงและโทสะของทั่วป๋าเหลียงเช่นไร
ฉู่หลิงเห็นสีหน้าเขาแปลกประหลาดก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ถามขึ้น “มีปัญหาอันใดหรือ”
หลีตั้นส่ายหน้า “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจแล้ว”
ฉู่หลิงพยักหน้าพอใจ หลีตั้นแม้อายุยังน้อย แต่ทำงานไว้ใจได้มาตลอด ฉู่หลิงเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ไปจัดการได้”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง”