ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 780

#780ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 505-2 ทิศทางลมผลัดเปลี่ยน

บรรดาชนชั้นสูงเมืองเหนือจึงได้คิดได้ว่า ราชบุตรเขยผู้นี้เป็นชายหนุ่มผู้มีความสามารถชื่อเสียงก้องหล้าแห่งยุคผู้หนึ่งโดยแท้จริง มิใช่เศษสวะที่เป็นดังเครื่องประดับกายที่มีแต่หน้าตาของผู้ใด แม้ในใจยังคงดูแคลนไป๋หลี่ชิงหง แต่ต่อหน้ากลับให้ความเคารพอย่างมาก

ตอนนี้องค์หญิงเจากั๋วกับราชบุตรเขยได้บุตรชายมาอีกคน ชนชั้นสูงในเมืองเหนือต่างเริ่มไม่แน่ใจในเรื่องนี้ ตอนนี้ฝ่าบาทมีท่าทีไม่ชอบองค์หญิงเจากั๋วอย่างเปิดเผยมาก แต่กลับให้ความสำคัญกับไป๋หลี่ชิงหง เช่นนั้นแท้จริงพวกเขาควรแสดงท่าทีต่อหน้าจวนองค์หญิงเจากั๋วเช่นไร เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับชนชั้นสูงแล้ว ท่าทีของทั่วป๋าเหลียงในเวลานี้นับว่ามีความสำคัญต่อทิศทางลมอย่างชัดเจน หากทั่วป๋าเหลียงไม่คิดสนใจ เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจจวนองค์หญิงเจากั๋วมากนัก ไม่ว่าไป๋หลี่ชิงหงจะได้รับความสำคัญอย่างไรก็เป็นเพียงแค่คนนอกเผ่าคนหนึ่งเท่านั้น

ทั่วป๋าเหลียงมองจู้เหยาหงอย่างไม่เข้าใจ “ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ถูกกับนางหรือ เหตุใดครั้งนี้จึงช่วยนางพูด”

จู้เหยาหงหลุบตาลงยิ้มบางพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่ถูกกับองค์หญิงเจากั๋วเมื่อใดกัน ก็แค่เข้าใจผิดกันเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น...เมื่อวานฮองเฮายังบ่นว่าตอนนี้สุขภาพองค์หญิงไม่ค่อยดี แลดูอิดโรยซูบผอมไปจนแทบจำไม่ได้ ดูแล้วน่าสงสาร หรือว่าข้าต้องเอาเรื่ององค์หญิงไม่เลิก”

ทั่วป๋าเหลียงเข้าใจทันที “ที่แท้เพราะฮองเฮา เราคิดว่าเจ้าสนิทกับซู่เหอจินเหลียนมากกว่า”

จู้เหยาหงเผยสีหน้ารำคาญใจอยู่บ้าง แต่ก็เอ่ยคล้ายไม่ใส่ใจนักว่า “หม่อมฉันก็แค่เอ่ยไปอย่างนั้น หากฝ่าบาทไม่คิดอยากฟังก็แล้วไป หม่อมฉันคิดว่าอย่างไรเด็กก็บริสุทธิ์ หากองค์หญิงเจากั๋วเกิดเรื่องอันใด เด็กน้อยก็คงน่าสงสาร”

ในใจทั่วป๋าเหลียงสะอึก เขามองจู้เหยาหง “หากเจ้าชอบเด็ก ไม่สู้อุ้มเด็กคนนี้มาให้เจ้าเลี้ยงไว้ข้างกาย จะได้เป็นเพื่อนเจ้า”

สำหรับเรื่องนี้ ในใจทั่วป๋าเหลียงเองก็รู้สึกผิดมาตลอด เขาชอบจู้เหยาหงจริงๆ ไม่เช่นนั้นหลายปีมานี้ก็คงไม่คิดถึงแต่นาง แต่ขณะเดียวกัน ในฐานะคนที่มีสติปัญญาและเหตุผล เขาไม่อาจปล่อยให้จู้เหยาหงกำเนิดองค์ชายสายเลือดเทียนฉี่ได้ ในฐานะชาวเผ่ามั่ว ตอนนี้ยังเป็นฮ่องเต้ ทั่วป๋าเหลียงไม่ชอบเด็กเลือดผสมเทียนฉี่กับเผ่ามั่ว

เรื่องทั่วป๋าหมิงจูหลงใหลไป๋หลี่ชิงหงในตอนนั้น แต่ไรมาทั่วป๋าเหลียงก็ไม่ได้พอใจอันใด ก็เพียงแค่ตอนนั้นทั่วป๋าหมิงจูกำลังใช้งานได้ดีและฉลาดว่องไว เทียบกับการสังหารไป๋หลี่ชิงหง สถานการณ์ตอนนั้นการทำเช่นนั้นทำลายขวัญกำลังใจชาวเทียนฉี่ได้รุนแรงยิ่งกว่า

ส่วนตอนนี้ ทั่วป๋าเหลียงก็ยิ่งพอใจ อย่างไรคนเก่งกาจและยังยอมรับใช้ตนเองเช่นไป๋หลี่ชิงหงก็มีไม่มาก

จู้เหยาหงรีบส่ายหน้า เอ่ยอย่างไม่ค่อยสนใจว่า “แล้วไปเถอะ บุตรผู้อื่น หม่อมฉันเอามาเลี้ยงทำไมกัน ทำให้ต้องแยกจากบิดามารดา ไม่น่าสนใจสักนิด”

เห็นนางหลุบตาลงเล็กน้อยคล้ายดังอัดอั้นตันใจ ทั่วป๋าเหลียงเห็นแล้วแววตาก็ยิ่งอ่อนยวบลง “เจ้าอยู่ในวังน่าจะเบื่อมากแล้ว ตามเราออกไปเดินข้างนอกก็แล้วกัน”

จู้เหยาหงคลี่ยิ้มเล็กน้อย “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

จู้เหยาหงออกจากตำหนักทั่วป๋าเหลียง ค่อยๆ เดินไปทางตำหนักตนเอง เดินไปพลางสั่งการคนด้านหลังไปพลางว่า “ให้คนไปทูลฮองเฮา ฝ่าบาทจะเสด็จออกจากวังไปเยี่ยมองค์หญิงเจากั๋วด้วยพระองค์เอง”

บ่าวหญิงที่ตามหลังนางมาไม่เข้าใจ “พระสนมไยต้องทูลให้พวกนาง แม้ฮองเฮาสูงศักดิ์ แต่ตอนนี้...ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่อาจทำอันใดพระสนมได้แล้ว แต่ไรมาองค์หญิงเจากั๋วก็ไม่ค่อยไว้หน้าพระสนม”

จู้เหยาหงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ หันไปกระซิบกับคนสนิทตนเองว่า “ฮองเฮาจะสูญเสียความโปรดปรานเพียงใดก็ยังเป็นคนเผ่าเล่อเยี่ย นอกเสียจากว่าฝ่าบาทกวาดล้างเผ่าเล่อเยี่ยหมดสิ้น ไม่เช่นนั้น...ก่อนหน้านั้น อย่างไรพวกเราก็ต้องอดทนกับนางไปก่อน”

บ่าวหญิงขมวดคิ้ว “ตอนนี้เกรงว่าคนเผ่าเล่อเยี่ยมีชีวิตไม่ดีนัก”

ตั้งแต่ฮองเฮาจินเหลียนเข้าวัง สายสัมพันธ์เป่ยจิ้นกับเผ่าซู่เหอนับวันก็ยิ่งชิดใกล้ แต่เผ่าซู่เหอกับเผ่าเล่อเยี่ยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมา ตอนนี้ฮ่องเต้เป่ยจิ้นทิ้งตระกูลฮองเฮาเอก ไปใกล้ชิดศัตรูพวกเขา จะไม่ทำให้เผ่าเล่อเยี่ยโกรธและอึดอัดได้อย่างไร

จู้เหยาหงส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ “ก็เพียงเพราะว่าพวกเขาความคิดเห็นไม่ตรงกับฝ่าบาทเท่านั้น วันใดพวกเขายอมรับได้ ฝ่าบาทก็ยังคงใช้งานพวกเขาได้ เจ้าว่าเหตุใดฮองเฮาจินเหลียนจึงได้ไม่เกรงใจผู้ใดในวัง ฝ่าบาทกลัวเผ่าซู่เหอจริงหรือ ก็แค่ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังใช้งานเผ่าซู่เหอ ไม่คิดผิดใจกับหัวหน้าเผ่าซู่เหอเท่านั้น”

ทั่วป๋าเหลียงไม่ได้รู้ดีอันใดต่อเผ่าซู่เหอ เขาเพียงแค่เลือกผลประโยชน์ที่เหมาะสมกับเขาเท่านั้น หากวันใดเผ่าซู่เหอไม่อาจยืนร่วมกับเขาได้แล้ว เกรงว่าซู่เหอจินเหลียนน่าจะย่ำแย่ยิ่งกว่าฮองเฮาเผ่าเล่อเยี่ยในตอนนี้ แต่ทว่าซู่เหอจินเหลียนน่าจะไม่สนใจ และซู่เหอหมิงกวงก็คงไม่เปิดโอกาสให้ทั่วป๋าเหลียง

เอ่ยถึงซู่เหอจินเหลียน บ่าวหญิงก็อดสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยไม่ได้ นางหันหน้าไปมองรอบๆ แน่ใจว่าไม่มีคนจะได้ยินพวกนางคุยกันแล้ว ก็ลดเสียงกระซิบว่า “พระสนม ฮองเฮาจินเหลียนกับราชครูหนานกง...”

สีหน้าจู้เหยาหงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย หรี่ตาลงเล็กน้อย ถามขึ้นว่า “ได้ยินมาจากที่ใด”

บ่าวหญิงส่ายหน้าไปมา “ไม่ ไม่ใช่...คือว่าเมื่อวานพระสนมส่งอาเฉี่ยวไปมอบของให้ฮองเฮาจินเหลียน นางเห็นราชครูออกมาจากตำหนักฮองเฮา...นางตกใจไม่น้อย แม้แต่ของก็ลืมมอบให้ วิ่งกลับมาทันที จนเช้าวันนี้จึงได้แอบบอกกับบ่าว บ่าวไม่ทันได้บอกพระสนม อาเฉี่ยวบอกว่า...นางรู้สึกว่าราชครูเหมือนจะเห็นนางด้วย”

บ่าวหญิงผู้นั้นตกใจจนเอาแต่แอบอยู่ในห้อง หากไม่ใช่ว่านางรู้สึกผิดปกติไปสอบความ เกรงว่าแม้ตายนางก็มิกล้าเอ่ย

จู้เหยาหงขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจหันหลังเดินไปทางตำหนักซู่เหอจินเหลียน “สองคนนี้ก็ช่างเหิมเกริมไม่เกรงกลัวสิ่งใดเกินไปแล้ว”

บ่าวหญิงผู้นั้นได้ยินดังนี้ก็ตกใจสะดุ้ง “พระสนม ฮองเฮาจินเหลียน จริงหรือ...”

จู้เหยาหงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ผู้ใดจะรู้เล่า”

“พระสนม เรื่องนี้จะให้คนพบเข้าไม่ได้เด็ดขาด” บ่าวหญิงรีบไล่ตามจู้เหยาหงไป “พวกเราอย่าไปมาหาสู่กับฮองเฮาจินเหลียนมากเกินไปจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นถึงตอนนั้น หากเกี่ยวพันมาถึงพระสนม...”

จู้เหยาหงยิ้มเอ่ย “เด็กโง่ หรือเจ้าคิดว่าราชครูหนานกงจะไม่ฆ่าคนปิดปาก ในเมื่อเขาไม่คิดสนใจ ก็แสดงให้เห็นว่า...”

“อันใดหรือเพคะ”

จู้เหยาหงยิ้มเงียบไม่ตอบ แต่ก้าวเท้าเร็วขึ้น

ดูท่า วังฮ่องเต้เป่ยจิ้นไม่ใช่สถานที่ที่นางจะอยู่นานได้อีกแล้ว นับดูก็อยู่มาหลายปีแล้วเหมือนกัน กำลังเบื่ออยู่พอดี

หวังว่าคุณชายจะสายตาไม่เลว ราชครูหนานกงคงพึ่งพาได้บ้าง

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 780