ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 774

#774ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 502-2 บังคับให้ชมการรบ

ฉู่หลิงกระดกมุมปากเล็กน้อย ยิ้มเอ่ยว่า “ก็มิใช่ว่าจงใจ อย่างไรจงใจปล่อยคนย่อมทำให้คนสงสัยได้ ข้าเพียงแค่...คุยกับเขาก่อนที่เขาจะหนีออกไป หลังจากเขาหนีออกไปได้ ก็หาคนไปเจรจาการค้ากับเขาเท่านั้น ใต้เท้า เทียบกับชีวิตชาวเผ่ามั่วกับชีวิตของใต้เท้า เห็นชัดว่าใต้เท้าเถียนรักชีวิตตนเองมากกว่า”

“ชาวเทียนฉี่ต่ำช้าไร้ยางอาย ข้าน้อยได้พบเห็นด้วยตนเองแล้ว!” อาฮูหลู่กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “แม้เถียนอี้เซวียนกลับถึงเมืองหลวง ฝ่าบาทก็ไม่มีทางปล่อยเขาไป!”

ไม่ว่าเถียนอี้เซวียนอ้างอย่างไร แผนการครั้งนี้ล้มเหลวก็คือความผิดโทษมหันต์

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ข้ารับรองได้เพียงว่าในอาณาเขตเทียนฉี่จะไม่ทำอันใดเขา แต่ไม่รับรองว่าจะเก็บศพให้เขา แต่ทว่าในเมื่อใต้เท้าเถียนรับปากเงื่อนไขข้าอย่างไม่ลังเล คิดว่าเส้นทางจากนี้ไปเขาน่าจะพอรู้ตัวเองอยู่กระมัง”

แต่ต้นจนจบ ฉู่หลิงไม่ได้คิดดึงตระกูลเถียนมาเป็นพวก ตระกูลเถียนไม่ใช่คนเส้นทางเดียวกับพวกนาง ก่อนที่เผ่ามั่วเข้าด่านมา ตระกูลเถียนก็สวามิภักดิ์ชาวเผ่ามั่วไปแล้ว เผ่ามั่วเข้าด่านมาได้อย่างราบรื่น ตระกูลเถียนเองก็ลงแรงไปไม่น้อย ดังนั้นตระกูลเถียนจึงคงอำนาจในยามที่เผ่ามั่วเข้าครองตอนเหนือได้ คนเช่นนี้จะคิดสวามิภักดิ์เทียนฉี่อย่างแท้จริงได้อย่างไร แม้พวกเขายินดี ฉู่หลิงก็ไม่ต้องการ

“มาแล้ว!” เซี่ยเยว่ถิงที่ยืนฟังพวกเขาคุยกันอยู่เงียบๆ ที่ริมหน้าต่างอีกด้านหนึ่งพลันตะโกนดังขึ้น

ทุกคนในศาลาต่างมองออกไปนอกหน้าต่าง ดังคาด ได้ยินเสียงทหารม้านับพันดังมาจากที่ไกลออกไป ถึงกับทำเอาแผ่นดินสั่นสะเทือน ฉู่หลิงเงี่ยหูตั้งใจฟัง พลันส่งเสียงแปลกใจ ทุกคนต่างพากันมองนาง “องค์หญิง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”

ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “เสียงดูวุ่นวาย ไม่เหมือนเดินทัพ...” แต่เหมือนทัพพ่ายกระเจิดกระเจิง

ขณะที่เอ่ย ต้นทางถนนด้านหน้าก็ปรากฏฝุ่นโขมงขึ้น เผ่ามั่วนับไม่ถ้วนถืออาวุธ ขี่ม้าทะยานมาทางกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว พวกเขามากันอย่างกระจัดกระจาย ทุกคนพากันมุ่งมาด้านหน้าอย่างไม่คิดออมแรง คล้ายว่าคิดจะบุกเข้าประตูเมืองในทันที คนบนศาลาพากันส่งเสียงตื่นตกใจ มีคนตะโกนดังขึ้นว่า “เร็ว! ปิดประตูเมือง! ปิดประตูเมือง!”

ยังมีคนอดคิดหนีลงจากป้อมกำแพงเมืองไม่ได้ แต่กลับถูกดาบทหารที่กั้นทางออกขวางไว้จนต้องตกใจหันหลังกลับมา มีคนอดส่งเสียงตะโกนด่าทอ มีคนอดแหกปากร้องไห้ดังออกมาไม่ได้ พริบตาก็วุ่นวายยิ่งกว่านอกกำแพงเมือง

อาฮูหลู่มองภาพนี้แล้วก็อดแค่นหัวเราะเย็นเยียบไม่ได้ “คนเช่นนี้ ราชสำนักเช่นนี้ องค์หญิงยังคิดปกป้องพวกเขา ชายเผ่ามั่วเรา หากเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ มีแต่จะจับดาบขึ้นประหัตประหารกับศัตรู ไม่มีทางหัวหดกันเช่นนี้!”

ฉู่หลิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “มีปัญหาจริง แต่ทว่า...ใต้เท้าควรรู้ว่าเทียนฉี่มีคนมากมายเท่าไร”

อาฮูหลู่ไม่ตอบ ฉู่หลิงเอ่ยต่อว่า “ดังนั้น เผ่ามั่วได้เปรียบที่พวกเขาหัวหดขี้ขลาดเท่านั้น”

เสียงกลองบนกำแพงเมืองดังกระหึ่ม แต่ละเสียงที่ตีคล้ายดังกระแทกใจผู้คน ทหารหนุ่มในชุดเกราะผู้หนึ่งรีบเดินมาจากอีกทาง กล่าวอย่างดุดันว่า “หุบปาก! เตรียมชมการรบให้ดี!”

“เฝิงซือเป่ยหรือ” หว่านเฟิงนิ่งอึ้ง

ฉู่หลิงนึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง “เขาไม่ได้อยู่ในวังหรือ”

ด้านนอกมีคนวิ่งเข้ามารายงาน “ทูลองค์หญิง ฝ่าบาทเสด็จ”

ขณะที่เอ่ย ก็มีคนประคองฮ่องเต้หย่งเจียเสด็จเข้ามา ข้างพระวรกายยังมีฉางเซิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์ตามมาด้วย ฉู่หลิงหรี่ตาเล็กน้อย สกัดจุดอาฮูหลู่สองสามที ยิ้มเอ่ย “ใต้เท้า ลำบากท่านแล้ว”

อาฮูหลู่นิ่งเงียบไม่ตอบ ฉู่หลิงลุกขึ้นยืนไปรับเสด็จฮ่องเต้หย่งเจีย “เสด็จพ่อ มาได้อย่างไรเพคะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสขึ้นว่า “ได้ยินว่าเจ้าพาขุนนางในราชสำนักขึ้นมาบนกำแพงเมือง เราก็อยากมาชมบ้าง”

ฉู่หลิงประคองฮ่องเต้หย่งเจียไปนั่งอีกทางหนึ่ง “กลางคืนบนกำแพงเมืองลมแรงจัด เสด็จพ่อระวังกระทบไอเย็นเพคะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายหน้ายิ้ม “ไม่เป็นไร เราสวมเสื้อมามาก พาหมอหลวงมาด้วย”

ฉู่หลิงจึงได้พยักหน้าหันหน้ามองไปทางฉางเซิง “ฉางเซิง กลัวไม่กลัว”

ฉางเซิงส่ายหน้า เอ่ยเสียงกระจ่างใส “ไม่กลัว”

ฉู่หลิงยกมือขึ้นขยี้ท้ายทอยเขา “ไม่กลัวก็ดี คอยตามพี่หว่านเฟิงกับพี่เยียนเอ๋อร์ไว้ พวกนางจะดูแลเจ้า”

ฉางเซิงรู้ดีกว่ายามนี้กำลังวุ่นวาย จึงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

ฮ่องเต้หย่งเจียมองอาฮูหลู่ที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ริมหน้าต่างทีหนึ่ง แต่ไม่กล่าวอันใด เดิมเขาก็มิได้ใส่ใจเรื่องราวในราชสำนักมากนัก ตอนนี้กำลังวังชาไม่ดีก็ยิ่งไม่คิดสนใจ ในเมื่อมอบให้บุตรสาวแล้ว เขาย่อมเชื่อการทำงานและความสามารถนาง

ขณะที่พวกเขาสนทนากัน ทหารม้าเผ่ามั่วก็บุกมาถึงเชิงกำแพงเมืองและเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่งกันแล้ว ชาวเผ่ามั่วเหล่านี้คล้ายว่าคิดสู้ตาย พอมาถึงเชิงกำแพงเมือง ก็เข้าโจมตีทันทีอย่างไม่แม้แต่จะหยุดพัก ขุนพลทหารบนกำแพงเริ่มบัญชาการทหารประจำกำแพงเมืองแล้ว พริบตาเสียงเข่นฆ่าสังหารก็ดังขึ้นรอบทิศ พร้อมกับเสียงร้องตกใจบนกำแพงเมือง

กำแพงเมืองผิงจิงเทียบกับกำแพงเมืองหลวงที่เมืองเหนือแล้วนับว่าไม่ค่อยสูงใหญ่และมั่นคงแข็งแกร่งนัก โชคดีที่ชาวเผ่ามั่วที่มาล้วนเป็นทหารม้า ไม่ได้มาพร้อมเครื่องมือโจมตีกำแพงขนาดใหญ่ แต่แม้เป็นเช่นนี้ ท่าทางที่ชาวเผ่ามั่วบุกกันอย่างไม่เกรงกลัวความตายก็ยังคงเพียงพอจะสร้างความกดดันให้ทหารประจำกำแพงเมืองได้ มีราวครั้งสองครั้งที่ถึงกับปล่อยให้ชาวเผ่ามั่วปีนบันไดลิงขึ้นกำแพงมาได้

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดชาวเผ่ามั่วจึงได้บ้าคลั่งกันเช่นนี้” หว่านเฟิงอดขมวดคิ้วไม่ได้ นางอยู่แม่น้ำ หลิงชาง คบหากับบรรดานักเลงแถวนั้นหลายสำนัก พอจะเข้าใจชาวเผ่ามั่วอยู่บ้าง ชาวเผ่ามั่วพวกนี้ไม่เพียงแต่เก่งกล้า แต่ยังมีท่าทางดุร้ายมาก สำหรับทหารม้าเผ่ามั่วพวกนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ การบุกโจมตีเทียบกับการพากันหนี การพากันหนีความจริงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

หากพวกเขาคิดถอยหนี กองกำลังรักษาพระองค์ก็ใช่ว่าจะขวางพวกเขาไว้ได้ พวกเขากลับเลือกบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่งในเวลานี้ ควรรู้ว่าตอนนี้เมืองผิงจิงแม้ว่าไม่ได้มีกองทัพมากมายสักเท่าไร แต่นอกเมืองอย่างน้อยก็แสนนาย ทันทีที่กองทัพเหล่านั้นโอบล้อม ทหารม้าเผ่ามั่วเหล่านี้เกรงว่ามีปีกก็ยากบินหนี

ฉู่หลิงกระดกมุมปากเล็กน้อย กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ว่า “เส้นทางด้านหลังถูกปิดตายแล้ว นอกจากสู้ตายแล้วจะทำอะไรได้”

ทุกคนต่างพากันมองไปทางฉู่หลิง เซี่ยเยว่ถิงลังเลครู่หนึ่ง “องค์หญิงหมายความว่า...มีคนปิดเส้นทางกลับตอนเหนือของทหารม้าเผ่ามั่วพวกนี้แล้วหรือ” กล่าวจบก็อดสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งไม่ได้ นี่คือตั้งใจจะทำให้ชาวเผ่ามั่วพวกนี้เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วสินะ

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ไม่เช่นนั้นเล่า ดูพวกเขามาอย่างเร่งรีบ น่าจะปะทะกับผู้ใดมาก่อนหน้านี้ พบว่าสถานการณ์ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองกลับไม่หนี ย่อมเป็นเพราะว่าจะหนีก็หนีไม่รอด”

หว่านเฟิงกะพริบตาปริบๆ “องค์หญิง พวกขุนพลเซียว...น่าจะกลับมาในไม่ช้านี้แล้วกระมังเพคะ”

ฉู่หลิงยักไหล่ยิ้มเอ่ย “เรื่องนี้...ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าว่ากองทัพด้านล่างไม่ถึงสี่หมื่น ไม่แน่ว่าอาจถูกคนขัดขวางอยู่”

“...” ทหารในเมืองถูกนำออกไปแล้ว ตอนนี้ทหารเฝ้าประจำเมืองไม่ถึงสี่หมื่นนาย

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 774