ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 767

#767ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 499-1 ว่าราชการแทนพระองค์!

คนตระกูลขุนนางเก่าแก่สองสามตระกูลถูกจับกุมอย่างรวดเร็ว เพราะว่าคุกหลวงเต็มแล้ว ได้แต่ส่งคนเหล่านี้ไปขังที่คุกใหญ่ศาลเฉิงเทียนฝู่ เวลาเพียงไม่กี่วัน ขุนนางและชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลในราชสำนักเมืองหลวงถึงกับถูกจับเข้าคุกไปถึงสองสามส่วนจากสิบส่วน เห็นได้ว่าได้รับผลกระทบจากตระกูลขุนนางเก่าแก่

ขณะเดียวกัน เพราะว่าฉู่หลิงจับกุมคนอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มหวาดวิตก รู้สึกว่าองค์หญิงท่านนี้ลงมือรุนแรงเกินไปสักหน่อยแล้ว

ในการประชุมท้องพระโรงยามเช้า สีพระพักตร์ฮ่องเต้หย่งเจียเหนื่อยล้าอย่างมาก เขาประทับอยู่บนพระแท่นกลางท้องพระโรงทอดพระเนตรบรรดาขุนนางเบื้องล่าง สิ่งที่ต่างจากปกติทุกวันก็คือวันนี้ข้างพระวรกายฮ่องเต้หย่งเจียมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่...องค์หญิงเสินโย่ว

ฉู่หลิงอยู่ในชุดสีแดง ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างบัลลังก์มังกรฮ่องเต้หย่งเจียพลางมองประเมินบรรดาขุนนางเบื้องล่างที่ลอบเงยหน้ามองนาง

องค์หญิงเสินโย่วปรากฎตัวในท้องพระโรงยามนี้ หลายคนรู้สึกไม่ชิน แต่ก็มิได้รู้สึกเหนือความคาดหมาย อย่างไรในเมื่อฝ่าบาทมีพระประสงค์ให้องค์หญิงเสินโย่วว่าราชการแทนพระองค์ เรื่องนี้ไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ ก็คงต้องมีคำตอบกระจ่างชัด ตอนนี้ดูท่าฎีกาของพวกเขาสองวันนี้ ฝ่าบาทไม่ทรงรับฟัง ยังคงตัดสินพระทัยจะมอบราชสำนักนี้ให้กับองค์หญิงเสินโย่ว

ดังคาด พวกเขาเห็นฮ่องเต้หย่งเจียยกพระหัตถ์หนึ่งขึ้นนวดขมับ ตรัสอย่างเหนื่อยล้าว่า “ความประสงค์ของเรา คาดว่าขุนนางทุกท่านก็คงทราบกันแล้ว นับตั้งแต่วันนี้ไป ก็จะแต่งตั้งองค์หญิงเสินโย่วเป็นองค์หญิงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ วันหน้าในราชสำนักมีเรื่องใด ก็มอบให้องค์หญิงเสินโย่วจัดการทั้งหมด”

มีคนก้าวออกมาทันที “ฝ่าบาท ขอทรงไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทยังทรงหนุ่มฉกรรจ์ องค์หญิง...”

วาจาพูดเหมือนหลอกตนเองจริงๆ หากฮ่องเต้หย่งเจียพระพลานามัยแข็งแรง สำหรับฮ่องเต้แล้ว ในวัยนี้แม้ไม่นับว่าหนุ่มฉกรรจ์ แต่ก็ไม่นับว่าแก่ชราจริง แต่ทว่าแต่ไรมาพระพลานามัยฮ่องเต้หย่งเจียก็ไม่แข็งแรง ตอนนี้เพิ่งจะออกมายังท้องพระโรงก็เริ่มนั่งไม่ไหวแล้ว จะเรียกว่ายังทรงยังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ได้อย่างไร

ฮ่องเต้หย่งเจียแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง เห็นชัดว่าไม่หลงคารมนี้ ตรัสสุรเสียงเยียบเย็นว่า “ตอนนี้สุขภาพเราอ่อนแอลงทุกวัน สำนักหมอหลวงก็ไร้หนทาง กังวลว่าจะทำให้การจัดการปกครองล่าช้า องค์หญิงฉลาดหลักแหลม ดังนั้นจึงขอมอบราชสำนักนี้ให้นางดูแล ขุนนางทุกท่านควรช่วยเราให้การประคับประคององค์หญิงว่าราชกิจจึงจะถูกต้อง”

ทุกคนต่างมององค์หญิงเสินโย่วที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้หย่งเจีย แล้วก็หันไปมองสีพระพักตร์เด็ดเดี่ยวของฮ่องเต้หย่งเจีย ในใจอดหมดหวังไม่ได้ ฝ่าบาทไม่ทรงสนพระทัยฎีกาทัดทานของพวกเขา แม้ขุนนางเฒ่าที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูวังก็ไม่ทรงคิดสนพระทัย จวิ้นอ๋องหนานคังคิดแย่งชิงอำนาจก่อนหน้านี้เพิ่งจะพ่ายแพ้ไป ในการนี้มีขุนนางคนสำคัญเกี่ยวข้องด้วยไม่น้อย ตอนนี้ผู้ใดยังกล้ากระทำการไม่รอบคอบ พอเป็นเช่นนี้...หรือว่าจะให้หญิงสาวคนหนึ่งออกว่าราชกิจจริงๆ

หลายคนอดหันไปมองพวกซั่งกวนเฉิงอี้กับใต้เท้าจูและพวกราชนิกูลเช่นจวิ้นอ๋องป๋อหนิงไม่ได้ แต่กลับเห็นพวกเขาแต่ละคนมีสีหน้านิ่งสงบ เห็นชัดว่ายอมรับได้

“...”

“ฝ่า...ฝ่าบาท” ชายชราผมขาวโพลนยืนโงนเงนขึ้นถามว่า “องค์หญิงว่าราชการแทนพระองค์ ไม่ทราบว่า...เรื่องรัชทายาท...”

หากไม่อาจห้ามไม่ให้องค์หญิงออกว่าราชการแทนพระองค์ เช่นนั้นอย่างน้อยก็ต้องแต่งตั้งรัชทายาทก่อนกระมัง ป้องกันไม่ให้หากวันใดฝ่าบาทสวรรคตแล้วเกิดการแย่งชิงราชบัลลังก์อีก แต่ผลที่พวกเขาคาดหวังที่สุดก็คือฝ่าบาทจะยืนหยัดไปได้อีกสองปี คุณชายน้อยจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงผู้นั้นก็จะสิบสอง ขอเพียงฝ่าบาทดำรงพระชนม์ชีพไปอีกสามถึงห้าปี ถึงตอนนั้นรัชทายาทก็จะว่าราชกิจได้เองอย่างเปิดเผยตามทำนองคลองธรรมแล้ว ตำแหน่งขององค์หญิงเสินโย่ว...ก็ย่อมควรวางได้แล้ว

ฮ่องเต้หย่งเจียมองฉู่หลิงทีหนึ่ง ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตรัสว่า “ทำตามประสงค์เราก่อนหน้านี้ ให้รับหลานชายคนโตจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงเป็นองค์ชาย พระราชทานนามว่า เจา”

ฉางเซิงห่างจากฉู่หลิงหนึ่งรุ่นอายุ ในเมื่อรับเป็นโอรสบุญธรรมแล้ว ชื่อในอดีตก็ไม่อาจนำมาใช้ได้อีก

ฮ่องเต้หย่งเจียมองจวิ้นอ๋องป๋อหนิงทีหนึ่งแล้วถามว่า “จวิ้นอ๋องป๋อหนิง เจ้าคิดเช่นไร”

จวิ้นอ๋องป๋อหนิงรีบก้าวออกมาถวายบังคม “ฝ่าบาททรงพระเมตตา เป็นเกียรติแห่งจวนจวิ้นอ๋องป๋อ หนิง กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”

ฮ่องเต้หย่งเจียพยักพระพักตร์พึงพอใจกับท่าทีของจวิ้นอ๋องป๋อหนิง เงียบไปครู่หนึ่งก็ตรัสว่า “แต่งตั้งจวิ้นอ๋องป๋อหนิงเป็นอ๋องหนิง อนุญาตให้เจ้าได้เลือกบุตรอนุที่โดดเด่นขึ้นเป็นซื่อจื่อ”

“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาท!” จวิ้นอ๋องป๋อหนิงตื้นตันมาก หลังจากหลานชายไปเป็นโอรสบุญธรรมแล้ว ก็จะไม่มีความสัมพันธ์กับจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงอีก

หากเพียงไปเป็นโอรสบุญธรรมสืบทอดตระกูลอื่นจวิ้นอ๋องป๋อหนิงไม่มีทางเห็นด้วย แต่ตอนนี้ก็คือรัชทายาท อย่าว่าแต่พวกเขาไม่มีอำนาจปฏิเสธ แม้มี จวิ้นอ๋องป๋อหนิงก็ไม่คิดปฏิเสธ ได้เห็นหลานชายตนเองก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ ไม่มีผู้ใดคิดจะสละโอกาสนี้ทิ้ง นับประสาอันใดกับแม้ว่าไม่มีความสัมพันธ์กับจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงแล้ว หรือว่าวันหน้าฉางเซิงขึ้นครองราชย์จะไม่ดูแลจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิง

ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสจบก็รู้สึกเหนื่อยมาก พิงบัลลังก์มังกรตรัสกับฉู่หลิงว่า “พิธีแต่งตั้ง ชิงเอ๋อร์ให้กรมพิธีการกับกรมโหรหลวงเลือกวันฤกษ์ดี จัดการให้เรียบร้อย”

ฉู่หลิงทูลตอบ “ล้วนเป็นพิธีการเท่านั้น ให้จัดง่ายๆ ก็พอเพคะ แต่ทว่าเรื่องรับโอรสบุญธรรมสืบทอดไม่อาจขาดตกบกพร่อง”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 767