ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 764
ตอนที่ 497-2 บ้าคลั่งเสียสติ
ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ “นางฝีมือไม่เลว ทำให้ข้าฟาดพลาด ข้าจึงได้แต่ฟาดบ้องหูนาง”
“เช่นนั้นเดิมท่านคิดฟาดที่ใด”
ฉู่หลิงเหล่มองหน้าอกที่นูนเด่นของหญิงผู้นั้นทีหนึ่ง ไม่ได้กล่าวอันใดต่อ
หญิงผู้นั้นถลึงตาจ้องฉู่หลิงอย่างโกรธแค้น พลันยิ้มเยียบเย็น “ต่างว่ากันว่าองค์หญิงเสินโย่วรักมั่นต่อราชบุตรเขย เหตุใดจึงได้ซ่อนเจ้าหนุ่มหน้ามนไว้ในห้องตน”
หนุ่ม หน้า มน
คุณชายหวนอวี้มองจวินอู๋ฮวนที่อยู่ไม่ไกลนัก ทำเอากรามแทบร่วง เจ้าหมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ถึงกับยังถูกมองเป็นหนุ่มหน้ามนที่องค์หญิงเสินโย่วเลี้ยงดูไว้ เรื่องตลกนี้ข้าคงได้ขำไปได้เป็นปีเลยทีเดียว ฉู่หลิงยักไหล่ใส่หวนอวี้อย่างจนปัญญา แสดงท่าทางว่าก็อย่างที่เจ้าเห็น
หญิงผู้นั้นรู้ว่าวันนี้น่าจะไม่อาจจัดการองค์หญิงเสินโย่วได้แล้ว จึงไม่สนใจสหายที่ต่อสู้โรมรันอยู่กับ จวินอู๋ฮวน ซัดอาวุธลับใส่พวกฉู่หลิงพร้อมกับทะยานตัวขึ้นคิดหนีออกไปด้านนอก
ฉู่หลิงหรี่ตาเล็กน้อย สะบัดดาบจันทราใส่อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อ้าก! หญิงสาวเพิ่งทะยานออกไปก็พลันส่งเสียงร้องโหยหวนกลางอากาศก่อนจะร่วงลงพื้น ทุกคนต่างหันไปมอง แม้ว่าหญิงผู้นั้นอยู่ในชุดดำ ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิดมองไม่เห็นอันใด แต่บริเวณโดยรอบกลับรับรู้ได้ว่ามีโลหิตค่อยๆ ไหลทะลักออกมาชัดเจน องค์หญิงเสินโย่วฟันขาทั้งสองข้างของหญิงผู้นั้นทิ้ง
ชายชุดดำที่ต่อสู้อยู่กับจวินอู๋ฮวนเห็นท่าไม่ดีก็ไม่คิดต่อสู้ต่อ รีบสลัดจวินอู๋ฮวนทิ้ง ทะยานหนีออกไป แต่กลับถูกจวินอู๋ฮวนจัดการสกัดไว้ได้หนึ่ง ถูกเฝิงซือเป่ยนำคนสะกัดไว้ได้อีกหนึ่ง อีกสองคนฉวยโอกาสหนี
ฉู่ หลิงเดินไปข้างกายจวินอู๋ฮวน ยื่นมือออกไปประคองเขาไว้อย่างไม่เป็นที่สังเกต
หวนอวี้เดินเข้ามาเลิกคิ้วถามว่า “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
จวินอู๋ฮวนหรี่ตามองเขา “มีธุระ”
หวนอวี้ยังคิดถามต่อ แต่ถูกฉู่หลิงขัดขึ้น “คุณชายหวนอวี้ หนีไปสอง รบกวนเจ้านำคนไปดูแลหน่อย”
คุณชายหวนอวี้เลิกคิ้ว “ครั้งนี้ไปล่วงเกินผู้ใดอีก ข้าว่ายอดฝีมือเหล่านี้ร้ายกาจกว่าคนคุกหมิงอวี้”
จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“คุกหมิงอวี้ก็แค่สุนัขที่ทั่วป๋าเหลียงเลี้ยงไว้เท่านั้น คนเหล่านี้ล้วนเป็นชาวยุทธ์ที่ชาวยุทธภพได้ยินชื่อต่างพากันหวาดหวั่น ย่อมร้ายกาจกว่าพวกเขามาก”
หวนอวี้ยิ้มเอ่ย “ข้าก็อยากรู้ ผู้ใดคือชาวยุทธ์ที่ชาวยุทธภพได้ยินชื่อต่างพากันหวาดหวั่น ร้ายกาจเพียงใดหรือ เสี่ยวเฝิง พวกเราไป!”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ระวัง”
หวนอวี้โบกมือบอกให้รู้ว่าตนเองรู้แล้ว ก่อนจะนำคนรีบไล่ตามไป
มองตามพวกหวนอวี้ไปกันแล้ว ในลานย่อมมีคนจัดการเก็บกวาด ฉู่หลิงประคองจวินอู๋ฮวนเข้าไปในนั่งในเรือนบุปผา กล่าวเบาๆ ว่า “ข้าให้คนไปตามเยียนเอ๋อร์แล้ว”
ด้วยฝีมือของจวินอู๋ฮวน แม้ไม่อาจจัดการสังหารทั้งสี่คนได้ แต่ก็ไม่ถึงกับปล่อยให้หนีไปได้ถึงสามคน เพียงแต่ตอนนี้สภาพร่างกายจวินอู๋ฮวนไม่ค่อยดีจริงๆ ไอเย็นบางๆ กระจายออกจากรอบกายทำให้ฉู่หลิงรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จึงได้ห้ามไม่ให้จวินอู๋ฮวนตามไป
จวินอู๋ฮวนพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า กล่าวเบาๆ ว่า “ไม่เป็นไร แค่เหนื่อยไปหน่อยเท่านั้น พักผ่อนสักครู่ก็ดีขึ้น”
ไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามวัน ควบม้ามาไม่ได้หยุดถึงสองวันสองคืน แม้จวินอู๋ฮวนฝีมือแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมทนต่อไปไม่ไหว
ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้าไม่กล่าวอันใด
ทหารองครักษ์เดินเข้ามาพลางลากหญิงชุดดำโยนลงบนพื้นก่อนจะประสานมือถอยออกไป
ฉู่หลิงนั่งลงข้างจวินอู๋ฮวน มองประเมินหญิงสาวชุดดำ แววตาหญิงผู้นั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่ใบหน้ากลับแสยะบิดเบี้ยวน่าพรั่นพรึง เต็มไปได้ความเกลียดชังชั่วร้าย
แม้แต่ฉู่หลิงที่มีชีวิตมาตั้งแต่ภพก่อนจนภพนี้ก็ไม่เคยเห็นคนที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังเช่นนี้ นางรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าผู้นี้คือคนบนโลกใบนี้ที่เกลียดนางที่สุด แต่...นางไม่เคยรู้จักหญิงผู้นี้ ย่อมไม่มีทางสร้างความแค้นใดให้กับนาง เห็นนางเหมือนไม่รู้จักจวินอู๋ฮวนกับเยี่ยนเฟิ่งเซียว ย่อมไม่มีทางเป็นความแค้นอันเกิดจากแย่งคนรัก อายุก็ไม่ได้
“กระบี่งูวิเศษ เซวียเทียนเจียว” ฉู่หลิงยังจำที่จวินอู๋ฮวนบอกก่อนหน้านี้ได้
จวินอู๋ฮวนไม่ได้ลืมตามอง ถึงกับยังคงพิงกายฉู่หลิงหลับตาพักพลางเอ่ยว่า “เซวียเทียนเจียวถนัดกระบี่คู่ อาจารย์เดิมที่ถ่ายทอดวิชาให้นางก็คือยอดกระบี่เจียงเป่ย เซวียเมิ่งหวา อายุสิบหกนางก็สังหารเซวียเมิ่งหวาและครอบครัวสิบสองชีวิต ถูกทางการประกาศจับ ถูกชาวยุทธภพล่าสังหาร ต่อมาหนีไปหนางเจียง ก่อคดีสังหารที่หนานเจียงชายแดนใต้ถึงสามปี ชาวหนานเจียงถนัดใช้พิษกู่ นางล่วงเกินหมอพิษกู่หนานเจียง ก่อนจะหนีกลับจงหยวน
หลายปีมานี้สังหารผู้คนเพื่อแลกเงินเลี้ยงชีพ แค้นใจหญิงสาวเยาว์วัยงดงามที่สุด ทุกครั้งที่ได้พบหญิงสาวงดงามวิทยายุทธ์สูง ก็จะต้องสังหารถลกหนังพวกนางมาเก็บไว้ ได้ยินว่าตอนนั้นอาจารย์นางเซวียเมิ่งหวาก็เป็นสาวงามขึ้นชื่อในยุทธภพ...สิบปีก่อน นางสังหารแม่นางผู้หนึ่งตาย ก่อนแม่นางผู้นั้นตายได้วางยาพิษในตัวนาง นางแตะต้องผิวกายแม่นางผู้นั้นแล้ว จากนั้นทุกๆ ระยะหนึ่งผิวหนังก็จะเน่าเปื่อย ยากรักษา จึงได้เก็บตัวเงียบอยู่หลายปี คิดไม่ถึงว่าถึงกับออกมารนหาที่ตาย”
พอเขาเล่าจบ ฉู่หลิงก็ยื่นมือยกแขนเสื้อปิดใบหน้าเขาไว้ กล่าวอย่างไม่พอใจนักว่า “ไม่ต้องเล่าต่อแล้ว พักผ่อน!”
จวินอู๋ฮวนเงียบลงอย่างว่าง่าย เขาเหนื่อยมากจริงๆ พิงกายอาหลิงทำให้เขารู้สึกสบายและผ่อนคลายมาก
ฉู่หลิงมองประเมินหญิงสาวชุดดำ จึงได้พบว่าอีกฝ่ายใบหน้าผอมซูบ แม้ว่าทาแป้งหนาชั้น แต่ยังคงไม่อาจกลบร่องรอยผิวหนังเอาไว้ได้ แอบมองเห็นร่องรอยเน่าเปื่อยที่ยังคงทิ้งแผลเป็นไว้ แป้งหนาเท่าใดก็ไม่อาจกลบได้มิดชิด พอรับรู้ได้ถึงสายตาสำรวจของฉู่หลิงที่กำลังจ้องมองตนเอง หญิงสาวชุดดำพลันดิ้นรนขึ้นมาคล้ายจะเข้ามากัดฉู่หลิง
กับคนเช่นนี้ ฉู่หลิงย่อมไม่ใจอ่อนแม้แต่น้อย หากเป็นดังที่จวินอู๋ฮวนกล่าวมา กล่าวว่าหญิงผู้นี้บ้าคลั่งเสียสติก็คงยังน้อยเกินไป มิน่าพวกนางไม่รู้จักกัน แต่หญิงผู้นี้กลับจ้องมองนางอย่างแค้นใจได้เช่นนี้ กลิ่นอายความแค้นนี้รุนแรงยิ่งกว่านักฆ่าทั่วไป เหมือนจ้องขย้ำเหยื่อเสียมากกว่า
ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “ผู้ว่าจ้างเจ้ามาคือผู้ใด”
หญิงชุดดำหัวเราะเย็นเยียบ มองฉู่หลิงด้วยสายตาไม่พอใจ
ฉู่หลิงเองก็ไม่ร้อนใจ ยิ้มบางให้นาง “ไม่ต้องร้อนใจไป ข้ามีเวลาค่อยๆ ดูแลเจ้า”
หญิงชุดดำไม่สนใจ เห็นชัดว่าไม่เห็นฉู่หลิงอยู่ในสายตา
“พี่อาหลิง! พี่อาหลิง!” นอกประตูได้ยินเสียงเซียวเยียนเอ๋อร์ดังเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าซอยถี่ เซียวเยียนเอ๋อร์กับหว่านเฟิงตามกันมาถึงหน้าประตู เซียวเยียนเอ๋อร์มาถึงหน้าฉู่หลิงราวกับลมพายุ “พี่อาหลิง ศิษย์พี่เป็นอย่างไรบ้าง”
ฉู่หลิงอมยิ้ม “รอเจ้ามาดูอยู่”
เซียวเยียนเอ๋อร์รับคำเสียงหนึ่ง จึงได้เดินเข้าไปจับชีพจรให้จวินอู๋ฮวน
จวินอู๋ฮวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกวาดตามองเซียวเยียนเอ๋อร์ ยิ้มเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร เพียงแค่เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น”
เซียวเยียนเอ๋อร์เอ่ยว่า “ศิษย์พี่จวิน ให้ข้าตรวจชีพจรให้ท่านก็ไม่ทำให้เนื้อท่านหายไปสักชิ้นหรอกน่า” กล่าวจบก็คว้ามือจวินอู๋ฮวนมาจับชีพจร
หญิงสาวชุดดำถลึงตาจ้องจวินอู๋ฮวนครู่หนึ่ง พลันอุทาน “จวิน...เจ้าคือจวินอู๋ฮวน! เจ้ายังไม่ตาย!”
ความจริงคนที่รู้ว่าจวินอู๋ฮวนยังไม่ตายมีไม่น้อย เห็นชัดว่าการข่าวนางไม่ฉับไวสักเท่าไร