ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 765
ตอนที่ 498-1 ขอรอดู!
แม้ว่ากล่าวกันว่ายอดฝีมือสุดยอดใต้หล้ามีไม่มากนัก และไม่แบ่งแยกยุทธภพกับราชสำนัก แต่จวินอู๋ฮวนนับได้ว่าจัดอยู่ในยอดฝีมืออันดับสุดยอด ความจริงชาวยุทธภพไม่ค่อยได้สนใจจวินอู๋ฮวนเท่ากับยอดฝีมือที่ท่องอยู่ในยุทธภพมากมายเหล่านั้น อาจเพราะว่าสุขภาพคุณชายฉางหลี และการที่เขาไม่ค่อยปรากฏตัวประมือกับผู้ใดนัก ทำให้คำวิพากษ์วิจารณ์ประเมินค่าฝีมือจวินอู๋ฮวนไม่เป็นเอกภาพ
คนศรัทธาก็ว่าจวินอู๋ฮวนคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งอันดับสองในใต้หล้า แต่มีคนมากมายไม่เชื่อเช่นนี้ ยามนี้หญิงชุดดำตกใจ ย่อมไม่ใช่เพราะฝีมือจวินอู๋ฮวน แต่เป็นความตกใจกับตำนานเล่าขานที่ว่าราชบุตรเขยองค์หญิงเสินโย่วจากไปหลายปีแล้ว แต่เขาถึงกับยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
เซียวเยียนเอ๋อร์หรี่ตามองนาง ก่อนมองไปทางฉู่หลิงอย่างแปลกใจ “เซวียเทียนเจียว นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ฉู่หลิงคาดไม่ถึงอยู่บ้าง “เยียนเอ๋อร์รู้จักนางหรือ”
เซียวเยียนเอ๋อร์ส่ายหน้า “เพียงแต่ได้พบไกลๆ ครั้งหนึ่ง”
ตอนเซวียเทียนเจียวถูกชาวยุทธภพไล่ล่าสังหาร โชคดีตอนนั้นเซวียเทียนเจียวถูกล่าสังหารอย่างหนักจนไม่มีเวลามาสนใจเซียวเยียนเอ๋อร์ หากตอนนั้นนางกล้าลงมือกับเซียวเยียนเอ๋อร์ เกรงว่าบนโลกใบนี้ตอนนี้ก็คงไม่มีเซวียเทียนเจียวผู้นี้แล้ว
หว่านเฟิงมองประเมินผู้หญิงบนพื้นอย่างสนใจ “นี่คือมือสังหารหรือ”
ฉู่หลิงพยักหน้า “เจ้ามาได้อย่างไร ค่ำคืนดึกดื่นไม่มีธุระอะไรก็อย่าได้ไปไหนมาไหน”
หว่านเฟิงยิ้มเอ่ย “เยียนเอ๋อร์รีบร้อนมา ข้าไม่วางใจ และข้าอยู่คนเดียว ไม่สู้ตามเยียนเอ๋อร์มาด้วย โชคดีคุณชายกลับมา ไม่เช่นนั้น...”
ตอนพวกนางเข้ามา ทันเห็นสองศพถูกคนขนออกไปพอดี ได้ยินว่าหนีไปได้สอง คนเหล่านี้เข้ามาในจวนองค์หญิงอย่างเงียบเชียบได้ แสดงว่าฝีมือไม่ธรรมดา หากไม่ใช่ว่าคุณชายกลับมาพอดี องค์หญิงรับมือพวกนี้ เกรงว่าคงกินแรงมาก
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง”
เซียวเยียนเอ๋อร์ปล่อยมือจวินอู๋ฮวน ขมวดคิ้วมองจวินอู๋ฮวน “ศิษย์พี่จวิน...ไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่เหนื่อยเกินไป ต้องพักผ่อนให้ดีๆ”
ฉู่หลิงมองสีหน้าซีดขาวของจวินอู๋ฮวนอย่างเป็นห่วง ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรจริงหรือ ข้าดูสีหน้าเขาไม่ค่อยดีนัก”
เซียวเยียนเอ๋อร์ยักไหล่ “สีหน้าศิษย์พี่เคยดีเมื่อใดกัน หากพี่อาหลิงไม่วางใจ ข้าก็จะเขียนใบสั่งยาสองเทียบให้ศิษย์พี่กินก็แล้วกัน แต่ทว่าวันหน้าทางที่ดีก็อย่าได้ทำเช่นนี้อีก แม้คนปกติใช้พลังงานเช่นนี้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น นับประสาอะไรกับศิษย์พี่จวิน”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อยแสดงท่าทางว่าตนรับรู้แล้ว เซียวเยียนเอ๋อร์แลบลิ้นใส่ หว่านเฟิงกะพริบตาปริบๆ กลั้นหัวเราะถามขึ้นว่า “องค์หญิง มือสังหารผู้นี้...จัดการอย่างไรดีเพคะ”
ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “สอบปากคำว่าผู้ใดบงการมา”
หว่านเฟิงพยักหน้าแสดงท่าทางว่าตนทราบแล้ว ฉู่หลิงหันไปมองเซวียเทียนเจียว แค่นหัวเราะเย็นเยียบ “แต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นผู้ใด อย่างไรคนที่ยอมทุ่มเทเงินทองก้อนโตเช่นนี้ ใต้หล้านี้ก็มีไม่กี่คน หว่านเฟิง เยียนเอ๋อร์ มอบให้พวกเจ้าแล้ว”
ดวงตาเซียวเยียนเอ๋อร์ส่องประกายวาบ “พี่อาหลิงวางใจ ข้ารับรองว่าจะทำให้นางคายออกมาให้หมด!”
หว่านเฟิงลุกขึ้น “เพคะองค์หญิง องค์หญิงวางใจได้ อย่างช้าพรุ่งนี้เช้าก็จะได้คำตอบ”
“เจ้าทำงาน ข้าวางใจ” ฉู่หลิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หว่านเฟิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์นำตัวเซวียเทียนเจียวออกไป ฉู่หลิงสลัดเรื่องมือสังหารทิ้งไปจากห้วงความคิดราวกับไม่เคยเกิดขึ้น กับคนบ้าเสียสติเช่นเซวียเทียนเจียว ให้หว่านเฟิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์จัดการเหมาะสมกว่า บางครั้งมีเพียงผู้หญิงด้วยกันจึงจะรู้ว่าควรรับมือผู้หญิงด้วยกันเช่นไร
ฉู่หลิงเห็นใบหน้าเหนื่อยล้าของจวินอู๋ฮวนก็ถอนหายใจเบาๆ “อย่าเพิ่งสนใจเรื่องพวกนี้ พักผ่อนให้ดี ก่อน”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้า “อาหลิงอยู่กับข้า ข้าไม่ได้นอนหลายวันแล้ว ง่วงมาก”
ฉู่หลิงจนใจ ไร้วาจาจะกล่าว “ได้”
เช้าตรู่ ตอนฉู่หลิงลุกขึ้น จวินอู๋ฮวนยังไม่ตื่น ฉู่หลิงไม่ได้ส่งเสียงดัง แอบย่องลุกขึ้นเดินออกไป หว่านเฟิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์มารออยู่ในเรือนบุปผาแล้ว ทั้งสองคนท่าทางเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ในดวงตามีเส้นโลหิตแดงก่ำไม่น้อย แสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า พอเห็นฉู่หลิงมาก็รีบลุกขึ้นยืน “องค์หญิง”
“พี่อาหลิง!” เซียวเยียนเอ๋อร์ร้องเรียกดีใจ “พี่อาหลิง บอกข่าวดีพี่เรื่องหนึ่ง!”
“เซวียเทียนเจียวยอมสารภาพแล้ว”
ฉู่หลิงไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมาย เพียงแค่เลิกคิ้วยิ้มเอ่ยว่า “ลองว่ามา”
เซียวเยียนเอ๋อร์ท่าทางหมดความตื่นเต้น เดินไปนั่งพลางหันมองหว่านเฟิง
หว่านเฟิงยิ้มเอ่ย “ต้องขอบคุณเยียนเอ๋อร์ คือว่า...มือสังหารไม่ใช่ว่าปากแข็งหรือ แต่โชคดีที่เยียนเอ๋อร์คิดวิธีให้นางคายออกมาได้”
เซียวเยียนเอ๋อร์แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “หญิงผู้นี้ได้ชื่อว่าหญิงเสียสติในยุทธภพ ตนเองหน้าตาน่าเกลียด จึงได้แค้นใจเกลียดชังหญิงหน้าตาดี ตอนแรกอาจารย์เห็นนางน่าสงสาร จึงได้รับนางมาเลี้ยงดู สอนวิทยายุทธ์นาง นางกลับอิจฉาริษยาอาจารย์ตนเองที่หน้าตางดงาม จึงสังหารตระกูลเซวียทั้งตระกูล เจ้าคนชั่วช้าเช่นนี้ตายไปก็สมควรแล้ว!”
บิดามารดาเซียวเยียนเอ๋อร์เองก็ตายจากไป อาจารย์กับอาจารย์แม่รับนางมาเลี้ยงดู แม้ว่านางซุกซน แต่ก็ให้ความเคารพต่ออาจารย์มาก นางเกลียดคนเนรคุณเช่นนี้ที่สุด
ฉู่หลิงอยากรู้ขึ้นมา “เยียนเอ๋อร์ทำให้นางสารภาพออกมาได้อย่างไร”
เซียวเยียนเอ๋อร์เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ง่ายมาก ข้าหาหญิงงามมาคุยกับนาง ยังให้นางได้เห็นอาจารย์นาง ข้ายังคิดว่าจะร้ายกาจเพียงใด ตกใจจนร้องไห้ไหม”
ฉู่หลิงไร้วาจาจะกล่าว หันมองไปทางหว่านเฟิงแทน หว่านเฟิงปิดปากยิ้ม เอ่ยว่า “ท่อนแรกเป็นเรื่องจริง พวกเราเชิญแม่นางชุ่ยเยว่กับแม่นางซู่อวี้มา พวกนางยังพาสาวงามมาอีกหลายคน ทุกคนล้วนเป็นสาวงามมีวิชาเพลงกระบี่ เซวียเทียนเจียวคล้ายคลั่งแค้นหญิงสาวเป็นวิทยายุทธ์หน้าตางดงามอย่างมาก จึงบ้าคลั่งเสียสติขึ้นมาทันที กอปรกับยาของเยียนเอ๋อร์...จากนั้นยังขอให้แม่นางอวี้แต่งกายเป็นเซวียเมิ่งหวา นางกลัวจนแทบสิ้นสติ”
ฉู่หลิงมองไปทางเซียวเยียนเอ๋อร์ “เจ้าเคยพบเซวียเมิ่งหวาหรือ”
เซียวเยียนเอ๋อร์แค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ “ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว เซวียเทียนเจียวเองก็อาจจดจำอาจารย์นางไม่ได้แล้ว”
ฉู่หลิงพลันเข้าใจ เพราะยาของเซียวเยียนเอ๋อร์ทำให้สตินางเลอะเลือน ท่ามกลางความเลือนลางอาจทำให้เซวียเทียนเจียวเห็นซู่อวี้เป็นอาจารย์ตนเอง
เซียวเยียนเอ๋อร์มองฉู่หลิง ยิ้มเอ่ย “พี่อาหลิง ข้ารู้สึกว่าเทียบกับอาจารย์นาง หญิงผู้นี้คล้ายว่าแค้นพี่อาหลิงยิ่งกว่า”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “เพราะว่าอาจารย์นางตายไปแล้ว ข้ายังอยู่”
หญิงผู้นี้เป็นคนบ้าเสียสติโดยแท้จริง
หว่านเฟิงเอ่ยต่อว่า “องค์หญิงไม่ทรงอยากรู้ว่าผู้บงการคือผู้ใดหรือ”
ฉู่หลิงเดาว่า “น่าจะเป็น...ตระกูลขุนนางเก่าแก่สักตระกูลหรือหลายตระกูลกระมัง”
หว่านเฟิงพยักหน้ายิ้มเอ่ย “องค์หญิงคาดเดาได้ถูกต้อง คนที่ติดต่อกับคนพวกนี้ก็คือคนตระกูลชุย แต่ทว่าคนพวกนั้นจ่ายเงินมัดจำไปหนึ่งหมื่นตำลึงทองแล้ว เงินเหล่านี้จึงไม่น่าใช่ตระกูลชุยจ่ายเพียงตระกูลเดียว”