ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 763

#763ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 497-1 บ้าคลั่งเสียสติ

เพียงแค่ครู่หนึ่ง ฉู่หลิงก็รู้สึกได้ถึงความร้ายกาจของคนผู้นี้ แม้ไม่นับว่าเป็นยอดฝีมือสุดยอด ทว่าแต่ละคนก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือในระดับหนึ่ง บนโลกใบนี้มีคนร้ายกาจไม่น้อยดังคาด

เริ่มแรกฉู่หลิงก็เข้าต่อสู้กับหญิงสาวผู้นั้น หญิงสาวผู้นั้นใช้กระบี่สั้นคู่หนึ่ง เพลงกระบี่ดุเดือดโหดเหี้ยม พริบตาทั้งสองก็ประมือกันไปหลายกระบวน

หญิงสาวยิ้มเยียบเย็น “ได้ยินว่าองค์หญิงเสินโย่ววิทยายุทธ์สูงส่ง วันนี้ได้มาลองด้วยตนเอง สมดังคำล่ำลือ”

แม้ว่าเอ่ยชื่นชม แต่แววตานางกลับมีแต่ความชั่วร้ายและอิจฉาริษยา เดิมมือสังหารในลานมีทั้งหมดห้าคน ในจำนวนนี้คิดเข้ารุมล้อมฉู่หลิงสามคน อย่างไรเรื่องที่องค์หญิงเสินโย่วได้รับการถ่ายทอดวรยุทธ์จากทั่วป๋าซิ่งเยี่ยนั้นเป็นที่รู้กันทั่วหล้า แต่พวกเขากลับถูกจวินอู๋ฮวนสะกัดไว้ก่อน

จวินอู๋ฮวนเองก็พอรู้ว่าฝีมือคนพวกนี้ไม่ธรรมดาเขามิได้ยั้งมือตั้งแต่แรก สำแดงพลังทวนมังกรเงินทันที ใช้แรงหนึ่งต้านสี่ ทำให้พวกเขาไม่อาจหันไปสนใจฉู่หลิงอีก

พอเห็นภาพนี้แล้ว แววตาหญิงสาวผู้นั้นก็ยิ่งชั่วร้ายโหดเหี้ยม องค์หญิงเสินโย่วไม่เพียงรูปโฉมเป็นเลิศ แม้แต่ชะตาชีวิตก็ดีกว่าผู้อื่นมาก สามีคนก่อนตายไป ทิ้งร้านค้าหลิงเซียวอันยิ่งใหญ่และทรัพย์สินกองโตเอาไว้ให้นาง ตอนนี้ยังมียอดฝีมือสุดยอดยินดีคอยปกป้องนางเงียบๆ ยอมเสี่ยงตายเพื่อนาง จะมิให้หญิงสาวในใต้หล้าริษยาคับแค้นใจได้อย่างไร

ฉู่หลิงเอียงใบหน้าเล็กน้อย หันไปยิ้มหวาน เอ่ยว่า “คล้ายว่าร้ายกาจกว่าเจ้าเล็กน้อยนะ ท่านป้า”

“รนหาที่ตาย!” หญิงสาวโมโหเดือดดาล แทงกระบี่คู่ในมือเข้าใส่อย่างไม่ลังเล หลายปีมานี้ฉู่หลิงเคยพบกับยอดฝีมือมาไม่น้อย แต่ทว่าเคยพบกับผู้ที่ใช้กระบี่คู่เป็นครั้งแรก วิทยายุทธ์หญิงผู้นี้ก็ค่อนข้างร้ายกาจมาก แทบจะนับได้ว่าเป็นหญิงที่ร้ายกาจที่สุดที่ฉู่หลิงเคยพบมาในหลายปีมานี้ แม้แต่จู้เหยาหงกับเยี่ยเอ้อร์เหนียงก็ห่างชั้นจากนางมาก

ดาบจันทราเปล่งประกายแสงสีเงินแสบตายกต้านกระบี่คู่ที่แทงใส่ตนเองไม่หยุดอย่างมั่นคงไม่สั่นไหว กระบี่คู่ของหญิงสาวชุดดำเป็นอาวุธสั้น ดาบจันทราฉู่หลิงสั้นยิ่งกว่า สองอาวุธสั้นปะทะกัน อันตรายยิ่งกว่าอาวุธยาว ทั้งสองคนต่อสู้กันจากใต้ชายคาไปถึงลานด้านหน้า ฉู่หลิงพอจะเข้าใจฝีมือหญิงผู้นี้บ้างแล้ว

ไม่ไกลนัก จวินอู๋ฮวนที่กำลังถูกสี่คนรุมล้อมไว้ก็ตะโกนว่า “อาหลิง ระวังหน่อย นางเป็นยอดฝีมือมีชื่อเสียงในยุทธภพ กระบี่คู่งูวิเศษ เซวียเทียนเจียว”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ยุทธภพมีมังกรเร้นกายพยัคฆ์หลับใหลมากมายดังคาด ทำเอาข้าอยากไปตะลุยยุทธภพดูบ้างแล้ว”

จวินอู๋ฮวนส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “หลายปีมานี้ยอดฝีมือที่อาหลิงได้ประมือ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าชาวยุทธภพ”

วาจานี้กล่าวได้มิผิด หากกล่าวกันตามฝีมือ บางทีชาวยุทธภพอาจเก่งกาจกว่าขุนพลทหารในราชสำนักอยู่บ้าง แต่ยอดฝีมือในราชสำนักเองก็มีไม่น้อย อย่างเช่นทั่วป๋าซิ่งเยี่ย เฝิงเจิง เซียวเหมิง คนพวกนี้หากออกท่องยุทธภพก็อาจได้ชื่อว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งในพื้นที่ใดสักแห่ง ชาวยุทธภพส่วนมากมักจะได้เปรียบที่ความแปลกพิสดาร มีจำนวนมากและไม่มีราชสำนักควบคุม มักจะมียอดฝีมือแปลกพิสดารซ่อนตัวอยู่ในที่สักแห่งที่ไม่มีผู้ใดรู้ ในเมื่อปรากฏตัวก็ย่อมทำให้ผู้คนตกใจได้เช่นกัน แต่สำหรับคนเช่นเฝิงเจิง ทุกคนล้วนรู้ว่าเขาเป็นยอดฝีมือ แต่ไม่ค่อยรับรู้ถึงความเก่งกาจของเขาสักเท่าไร

ฉู่หลิงคุยเล่น แต่ก็มิได้หยุดมือ ฟันสามดาบติดๆ กันใส่หญิงสาวชุดดำไม่ยั้งมือ หญิงสาวผู้นั้นเคลื่อนหลบว่องไว แทงกระบี่ในมือใส่ฉู่หลิง ตอนฉู่หลิงยกดาบขึ้นต้านกระบี่หนึ่ง อีกหนึ่งก็แทงมาจากอีกทาง ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ เอี้ยวเอวหลบสองครา ตัวดาบจันทราไม่หนักไม่เบาตบใส่ท้องหญิงสาวผู้นั้น หญิงผู้นั้นตกใจผงะถอยหลังไปหลายก้าว มือหนึ่งกุมหน้าท้อง แววตาเจ็บปวด

ฉู่หลิงกระดกมุมปากยิ้มเล็กน้อย เอ่ยว่า “กระบี่งูวิเศษใช่หรือไม่ ละครเด็กเล่นควรจบลงตรงนี้ได้แล้ว”

ฉู่หลิงกล่าวจบก็ทะยานตัวขึ้นฟันดาบใส่นางกลางอากาศ หญิงสาวแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง ยกกระบี่ขึ้นรับอย่างไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย นางอายุมากกว่าองค์หญิงเสินโย่วไม่น้อย ย่อมมีข้อได้เปรียบของความอายุมากกว่า อย่างน้อยพลังภายในนางก็แข็งแกร่งกว่าองค์หญิงเสินโย่ว ได้ยินว่าองค์หญิงเสินโย่วฝึกยุทธ์มาไม่กี่ปี แต่นางต้องยอมรับว่าตอนนางอายุเท่านี้มิได้มีฝีมือเช่นองค์หญิงเสินโย่วในตอนนี้ พรสวรรค์เช่นนี้ยิ่งทำให้นางแค้นใจอย่างที่สุด

ฉู่หลิงเห็นนางพุ่งเข้าปะทะ แววตาก็พลันเผยรอยยิ้ม ยามดาบปะทะกระบี่ อีกมือหนึ่งของฉู่หลิงก็มีประกายเย็นเยียบวาบขึ้น หญิงสาวชุดดำส่งเสียงร้องเจ็บปวด ก่อนจะผงะถอยหลังโซเซไปเจ็ดแปดก้าว ถลึงตาจ้องใส่ฉู่หลิงอย่างโกรธจัด ฉู่หลิงยกมีดสั้นเปื้อนโลหิตโบกใส่นาง ยิ้มเอ่ย “เจ้าคิดว่า มีเพียงเจ้าใช้สองอาวุธได้หรือ”

“ต่ำช้า!” ผู้หญิงชุดต่ำตวาดด่าอย่างโมโห

ฉู่หลิงหัวเราะเยาะ “ท่านป้า ท่านมาเล่นตลกหรือ”

เจ้ามาลอบสังหารข้า ในช่วงเวลาวิกฤตยังต้องสนใจว่าผู้ใดต่ำช้าหรือไม่อีกหรือ ยิ่งไปกว่านั้น...

“แม้สู้กันเปิดเผย เจ้าก็มิใช่คู่ต่อสู้ของข้า ท่านป้า ยอมรับเสียเถอะ ท่านแก่แล้ว ไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้า”

“บัดซบ!” เสียงหญิงผู้นั้นแหบพร่าคล้ายดังกล่องลมเสียงรั่ว ทั้งยากรับฟังและแสบแก้วหู ยามนั้นเอง นางก็พลันไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองอีก พุ่งเข้าหาฉู่หลิงอีกครั้ง

ฉู่หลิงยกดาบจันทราขึ้นรับพลางเอยว่า “ทนอีกนิด ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว” วาจานี้ย่อมเอ่ยกับจวินอู๋ฮวน

จวินอู๋ฮวนหัวเราะเบาๆ “เช่นนั้นอาหลิงต้องรีบหน่อยแล้ว”

ทวนเงินในมือกลับไม่ผ่อนลงแม้แต่น้อย แทงใส่คนตรงหน้าล้มลง แม้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งก็มิกล้าตรงเข้าปะทะคมทวนนี้ ชายชุดดำสองคนรีบทะยานถอยหลัง พลันมีเสียงลมเย็นพัดวูบมาทางด้านหลัง จวินอู๋ฮวนพลิกฝ่ามือแทงทวนใส่ลำคอคนที่พุ่งมาทางด้านหลัง คนผู้นั้นตกใจมากรีบยกดาบขึ้นกันทวนที่แทงใส่ตนเอง แต่แม้เป็นเช่นนี้ก็ยังต้องผงะถอยหลัง จนกระทั่งถึงมุมกำแพงจึงได้หยุดลง

“บุกพร้อมกัน!”

“เจ้าเป็นใครกันแน่!”

จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “บุคคลตัวเล็กๆ ไร้ชื่อเสียง”

ยอดฝีมือเช่นนี้จะกล่าวว่าตัวเล็กๆ ไร้ชื่อเสียงได้อย่างไร พวกเขาท่องยุทธภพมาครึ่งค่อนชีวิต ไม่เคยได้พบเห็นยอดฝีมือที่รับมือเขาสี่คนได้สบายๆ อย่างนี้มาก่อน

“อย่าพูดจามากความกับมัน! ไม่ว่าผู้ใด สังหารก่อนค่อยว่ากัน!”

“มิผิด!”

เสียงต่อสู้ในลานย่อมทำให้ทหารยามหน้าประตูจวนองค์หญิงได้ยิน ไม่นานรอบนอกลานก็ถูกล้อมไว้หมดแล้ว มือสังหารเหล่านี้ไม่สนใจทหารยามหน้าประตูจวนองค์หญิง ขอเพียงสังหารองค์หญิงเสินโย่วได้ องครักษ์เหล่านี้ก็ไร้ความหมายในสายตาพวกเขา

แต่ยามนี้ในใจพวกเขากลับร้อนใจอย่างที่สุด ไม่เพียงฝีมือองค์หญิงเสินโย่วเหนือความคาดหมายของพวกเขา ยังมีจวินอู๋ฮวนเป็นตัวแปรเพิ่มมาอีกคน คืนนี้อย่าว่าแต่ไม่อาจสังหารองค์หญิงเสินโย่ว จะหนีรอดได้หรือไม่ยังกล่าวได้ยาก

หญิงสาวที่ต่อสู้กับฉู่หลิงเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หันไปมองอีกสี่คนที่ยังคงถูกจวินอู๋ฮวนขวางจนสลัดไม่หลุด ในใจทั้งโมโหทั้งไร้หนทาง ได้แต่แอบด่าพวกไม่ได้เรื่องเหล่านี้ในใจ หากไม่ใช่ว่าพวกเขาสี่คนถูกเจ้าหนุ่มหน้ามนสกัดไว้ นางจะต้องรับมือองค์หญิงเสินโย่วเพียงลำพังหรือ พวกนางคงสังหารหญิงผู้นี้ตายไปนานแล้ว!

ป้าบ!

ดาบจันทราฟาดใบหน้าหญิงสาวเต็มแรง หญิงสาวสบถเสียงหนึ่งก่อนผ้าคลุมหน้าจะร่วงหล่น อาศัยแสงในค่ำคืนสลัวกับแสงคบไฟจากนอกกำแพง ฉู่หลิงจึงมองเห็นใบหน้าหญิงผู้นี้กระจ่าง เป็นหญิงวัยกลางคนอายุสามสิบเจ็ดสามสิบแปด แต่ใบหน้านางผอมซูบยิ่ง สีหน้าซีดขาวน่าประหลาด ไม่เหมือนคนป่วย แต่เหมือนโปะแป้งขาวไว้หนาชั้น

ดาบฉู่หลิงที่ฟาดลงไปก่อนหน้านี้ค่อนข้างแรง ใบหน้าข้างหนึ่งของนางบวมขึ้นมาทันที คราบโลหิตไหลซึมจากมุมปาก หญิงสาวถลึงตาจ้องฉู่หลิงดุดัน ครู่หนึ่งก็หันหน้าไปกระอักโลหิต โลหิตถึงกับมีฟันติดออกมาด้วยสองซี่ เห็นได้ว่าดาบเมื่อครู่ของฉู่หลิงแรงไม่เบา

ประตูลานเปิดออก หวนอวี้กับเฝิงซือเป่ยนำคนเดินเข้ามา หวนอวี้เห็นสภาพการณ์ดังนี้ก็ไม่ร้อนใจ ส่งเสียงจึกจักในลำคอ ถอนหายใจเอ่ยว่า “องค์หญิง ลงมือหนักไปสักหน่อยแล้วกระมัง”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 763