ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 771

#771ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 501-1 พนัน!

“องค์หญิง!” เซียวเหมิงกับเฝิงเจิงอดลุกขึ้นยืนไม่ได้ ทั้งสองต่างจ้องมององค์หญิงด้วยแววตาลุกโชน ตอนนี้แม้ว่าขุนพลทหารในเมืองไม่น้อย แต่ผู้ที่จะเหมาะกับการนำทัพรับศึกเผ่ามั่วก็มิใช่พวกเขาสองคนหรือ หรือว่าองค์หญิงคิดนำทัพด้วยตนเอง

ทั้งสองอดหรี่ตามององค์หญิงไม่ได้ เซียวเหมิงยังดี เฝิงเจิงกลับมีแววตาคับแค้น แม้ว่าเขาเป็นผู้บัญชาการสำนักราชองครักษ์ฝ่ายใน เรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าของขุนพลทหาร แต่หวนกลับไปคิดดูแล้ว ครั้งล่าสุดที่นำทัพออกศึกก็เป็นเรื่องเกือบยี่สิบปีก่อนแล้ว และตอนนั้นตำแหน่งเขาไม่นับว่าสูง ผู้อื่นบัญชาการทัพก็มิใช่ตัวเขา ในฐานะผู้บัญชาการทัพ นับได้ว่าเป็นเรื่องน่าเสียใจไม่น้อย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเฝิงเจิงติดอยู่กับตำแหน่งองครักษ์ประจำพระวรกายฮ่องเต้หย่งเจียในเมืองผิงจิงเล็กๆ นี้

ฉู่หลิงอมยิ้มมองพวกเขาไม่กล่าวอันใด เซียวเหมิงอดเอ่ยไม่ได้ “องค์หญิง...ล้อเล่นใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “ข้าชอบล้อเล่นตั้งแต่เมื่อใดกัน”

“...” ท่านมิใช่ชอบล้อเล่นมาโดยตลอดหรือ

เฝิงเจิงทูลว่า “หากองค์หญิงมีคนที่เหมาะสมยิ่งกว่า กระหม่อมก็ยินดีอยู่เฝ้าเมืองหลวง!” ฉู่หลิงกระดกมุมปากยิ้มเอ่ย “เรื่องนี้...ข้าก็มีจริงๆ”

“ผู้ใด”

ฉู่หลิงเงยหน้ามองไปทางหน้าประตู ทุกคนต่างเงยหน้ามองไป ก็เห็นร่างสง่างามสูงโป่รงเดินเข้ามา ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง เซียวเหมิงลุกขึ้นยืนคนแรก “ราชบุตรเขย!”

คนอื่นๆ ต่างตกใจ ยามนี้จวินอู๋ฮวนอยู่ในชุดดำ บนใบหน้ายังสวมหน้ากากเงินฝีมือประณีต เดิน เข้ามาช้าๆ รัศมีรอบกายข่มขวัญผู้คนโดยรอบ ดูแล้วไม่เหมือนคุณชายฉางหลีที่สุขภาพอ่อนแอขี้โรคผู้นั้น แต่เหมือนเจ้าเมืองชางอวิ๋นชื่อเสียงก้องหล้ามากกว่า!

คุณชายฉางหลีกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นเป็นคนคนเดียวกันหรือนี่!

ซั่งกวนเฉิงอี้กับใต้เท้าจูหัวไว พลันได้สติคืนมาทันที จึงคิดขึ้นมาได้ว่าเรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นความลับในความลับหรือ

“คุณชาย!”

“ท่านเจ้าเมือง!”

เทียบกับพวกซั่งกวนเฉิงอี้แล้ว คนใกล้ชิดข้างกายฉู่หลิงย่อมแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ชินกับการเรียก จวินอู๋ฮวนว่าคุณชายหรือท่านเจ้าเมือง จวินอู๋ฮวนยกมือขึ้นปลดหน้ากากบนใบหน้าลง เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวและรูปงามน่าตะลึง เขาเดินไปข้างกายฉู่หลิง พยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ต้องมากพิธี ทุกท่านเชิญนั่ง”

“ขอบคุณคุณชาย!”

ทุกคนต่างกลับไปนั่งประจำที่เดิม ซั่งกวนเฉิงอี้สบตากับใต้เท้าจู ซั่งกวนเฉิงอี้ยังคงเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ในเวลานี้...เหตุใดราชบุตรเขยมาอยู่เมืองผิงจิง”

ฉู่หลิงอมยิ้ม เอ่ยว่า “เมื่อคืนวานนี้เขาก็กลับมาแล้ว หากไม่ใช่ว่าเขากลับมาพอดี เกรงว่าเมื่อคืนวานนี้จวนองค์หญิงก็คงตกอยู่ในวิกฤตนองเลือดแล้ว”

พวกซั่งกวนเฉิงอี้ย่อมรู้ว่าเมื่อคืนวานนี้มีมือสังหารบุกจวนองค์หญิงเสินโย่ว เพียงแต่ในเวลานี้จวินอู๋ฮวนที่ไม่เคยกลับมานาน อยู่ๆ กลับมาเงียบๆ จะไม่ให้คนไม่คิดมากได้อย่างไร

จวินอู๋ฮวนมองเขาทีหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ใต้เท้าซั่งกวนไม่ต้องเป็นห่วง ข้าเพียงแต่กลับมาดูอาหลิงเท่านั้น ไม่นานก็จะกลับไปแล้ว”

ซั่งกวนเฉิงอี้พลันรู้สึกกระดากในใจ ความคิดนี้คล้ายว่าพวกเขานำความคิดทุรชนไปคาดเดาความคิดบัณฑิต แต่ทว่าซั่งกวนเฉิงอี้เองก็มิได้ร้อนตัว พวกเขายินดีติดตามองค์หญิงเสินโย่ว สู้เพื่อแผ่นดินเทียนฉี่สักครั้ง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ายังคงภักดีต่อราชวงศ์ แม้ต้องนำความคิดทุรชนไปคาดเดาความคิดบัณฑิต บางเรื่องก็จำเป็นต้องถามให้กระจ่าง

ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังคิดจะเอ่ย แต่ถูกจวินอู๋ฮวนกดมือไว้ จวินอู๋ฮวนส่ายหน้าให้นางเล็กน้อย ฉู่หลิงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก

จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เมืองชางอวิ๋นมีงานมากมาย ข้าไม่มีทางอยู่เมืองผิงจิงได้นานนัก เราควรมาคุยกันเรื่องเป็นการเป็นงานได้แล้ว”

ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ พยักหน้า

มีจวินอู๋ฮวนออกหน้า เฝิงเจิงกับเซียวเหมิงย่อมไม่มีผู้ใดกล้าแย่งชิงอีก โชคดีที่ฉู่หลิงเองก็ไม่ได้คิดให้แม่ทัพดังพยัคฆ์ทั้งสองต้องเฝ้าประจำหดหัวอยู่ในเมืองหลวง ในเมื่อนางตั้งใจแน่วแน่ที่จะตีทัพใหญ่เป่ยจิ้นให้พ่ายแพ้ยับเยิน ย่อมไม่อาจอาศัยการรักษาเมืองและให้จวินอู๋ฮวนไปนำทัพเพียงคนเดียว ดังนั้นทางเลือกของฉู่หลิงก็คือให้นางเฝ้ารักษาเมืองไว้ จวินอู๋ฮวน เฝิงเจิงและเซียวเหมิงนำสามทัพ ออกโจมตีพร้อมกันสามเส้นทาง ข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นชอบจากทุกคน ขุนพลหนุ่มทั้งหลายต่างถูมือเตรียมพร้อมออกรบแนวหน้าเต็มที่

พอออกมาจากห้องหนังสือ จวินอู๋ฮวนจูงมือฉู่หลิงเดินเล่นช้าๆ อยู่ในสวนดอกไม้จวนองค์หญิง จวินอู๋ฮวนหันหน้ามองฉู่หลิงข้างกายตน ยิ้มเอ่ย “อาหลิง มีอันใดไม่พอใจหรือ”

ฉู่หลิงเงยหน้ามองไปทางเขา “ก่อนหน้านี้เหตุใดเจ้าไม่ให้ข้าพูด”

จวินอู๋ฮวนตอบว่า “ไม่จำเป็น”

ฉู่หลิงโต้ขึ้นทันที “อันใดเรียกว่าไม่จำเป็น ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าเดาไม่ได้ว่าซั่งกวนเฉิงอี้กำลังคิดอันใด”

จวินอู๋ฮวนยิ้มบางพลางเอ่ย “อาหลิง เจ้าเองก็รู้ แม้เจ้าและข้าครองอำนาจใต้หล้า ก็ไม่อาจบังคับความคิดทุกคนได้ แต่ไม่ว่าพวกเขาคิดเช่นไร ก็ไม่ส่งผลต่อพวกเรา เช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว อีกสองสามวันข้าก็จากไปแล้ว การคาดเดาของพวกเขาก็ย่อมสลายไปเอง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องการใช้คน ไยต้องให้พวกเขาแคลงใจ”

ฉู่หลิงหลุบตาลง เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยว่า “ข้ารู้เจ้าทำเพื่อข้า แต่ไม่จำเป็น หากข้าอยู่เมืองชางอวิ๋นถูกคนสงสัยแคลงใจ เจ้าจะทนรับได้หรือ”

“ไม่เหมือนกัน” จวินอู๋ฮวนกล่าว

ฉู่หลิงโต้กลับ “มีอันใดไม่เหมือน เจ้าไม่อยากให้ผู้อื่นเคลือบแคลงสงสัยข้า ข้าเองก็ไม่อยากให้ผู้อื่นระแวงเจ้า เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง พวกเราไม่อาจควบคุมความคิดผู้อื่น แต่ข้าเองก็ไม่อาจไม่ทำอันใด มองดูผู้อื่นระแวงเจ้าเช่นนี้ บางครั้ง...ระแวงมากเกินไปก็อาจทำให้มีคนคิดเป็นจริงเป็นจังได้”

จวินอู๋ฮวนยืนนิ่งก้มหน้าลงมองนาง กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ว่า “อาหลิงกำลังปวดใจเพราะข้าหรือ”

ฉู่หลิงเหลือบตาขึ้นมอง หรี่ตามองเขา “คิดเพ้อมากไปแล้ว”

จวินอู๋ฮวนเลิกคิ้ว “คิดเพ้อมากไปแล้ว? คำพูดอาหลิงช่างเสียดแทงใจจริง”

ฉู่หลิงไร้วาจา กระชากแขนเสื้อเขาเดินไปข้างหน้าทันที “อย่ามัวพูดจาเหลวไหล ไปกันเถอะ ฉางเซิงยังรอเจ้าสอนหนังสืออยู่”

จวินอู๋ฮวนพลิกฝ่ามือกุมมือนาง เดินไปข้างหน้าพลางถามขึ้นว่า “อาหลิง วันหน้าใต้หล้าสงบสุขแล้ว เจ้าอยากไปไหน”

ฉู่หลิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ไปทุกที่ ไปชมภูเขามีชื่อเสียง แม่น้ำงดงาม เรื่องแปลกคนแปลกใต้หล้า จากนั้นหาสถานที่ที่ดีสักแห่งลงหลักปักฐาน พักผ่อนไปชั่วชีวิต”

จวินอู๋ฮวนยิ้มรับ “ได้ ไว้รอวันหน้าใต้หล้าสงบสุข พวกเราก็จะทิ้งเรื่องวุ่นวายพวกนี้ มีเพียงเราสองคนออกเดินทางไปด้วยกัน”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “แต่ก่อนหน้านี้ คุณชายฉางหลี...รบกวนรักษาสุขภาพท่านให้ดีก่อนไหม”

ขี้โรคเช่นนี้ยังคิดจะท่องยุทธภพ วาดหวังมากเกินไปแล้ว

ทั้งสองคนเดินไปคุยไป ยิ่งเดินยิ่งไกล เส้นทางด้านหลังทิ้งไว้เพียงเงาสองเงาที่ไกลออกไป

ใต้เท้าจูกับซั่งกวนเฉิงอี้มองทั้งสองคนเดินหายลับไป ใต้เท้าจูลูบเครายิ้มเอ่ยว่า “ดูท่า ความเป็นห่วงของพี่ซั่งกวนดังชาวรัฐฉี่ที่เกรงฟ้าถล่มดินทะลายโดยไม่จำเป็นกระมัง”

ซั่งกวนเฉิงอี้ถอนหายใจ “ไม่ใช่ว่าข้านำความคิดทุรชนไปคาดเดาความคิดบัณฑิต แต่โลกเราเช่นนี้ ข้าไม่เอ่ย หรือว่าผู้อื่นจะไม่เอ่ยกัน”

ใต้เท้าจูเอ่ยว่า “องค์หญิงท่าทีเช่นนั้น พี่ซั่งกวนรู้ไหมว่าหมายความเช่นไร”

จะไม่รู้ได้หรือ องค์หญิงย่อมรู้ความคิดพวกเขาสองคน จึงจงใจเอ่ยออกมาเช่นนั้น จะโทษก็ต้องโทษที่แต่ไรมาตำแหน่งฮ่องเต้ช่างดึงดูดใจผู้คนเกินไป ขอเพียงองค์หญิงเสินโย่วยังว่าราชการแทนพระองค์กุมอำนาจอยู่ เกรงว่าวาจานินทาเหล่านี้ก็คงไม่มีทางจางหายไป

“น่าเสียดาย...” ใต้เท้าจูหรี่ตาถอนหายใจเล็กน้อย ซั่งกวนเฉิงอี้ไม่เข้าใจ “น่าเสียดายอันใด”

ใต้เท้าจูส่ายหน้า ยิ้มนิ่งเงียบไม่ตอบ

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 771